5 ปัจจัยในการเฟ้นหาหุ้นดียามตลาดผันผวน

จังหวะการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนสายเลือกหุ้นรายตัว คือการเข้าซื้อหุ้นดีที่เราหมายปอง ในยามที่ราคาตกลงมามาก ๆ สิ่งสำคัญคือเราควรทำการบ้านหา “หุ้นดี” เอาไว้ก่อนว่าคือตัวไหน จากนั้นก็รอจนถึงวันที่ตลาดแดงฉาน ราคาหุ้นปรับลดลงอย่างรุนแรง และทยอยเข้าลงทุนอย่างเยือกเย็น วันนี้ผมขอแนะนำ 5 ปัจจัยในการเลือกเก็บหุ้นดียามตลาดขาลงกันครับ

1. มั่นใจการเติบโตของกำไร

เป็นหุ้นที่เรามั่นใจว่ากำไรโตแน่ ๆ ใน 1 – 3 ปีข้างหน้า – ถ้าคุณไม่ใช่นักลงทุนสไตล์ขุดหุ้นเชิงลึก ๆ จริง ๆ ใช้ common sense ในการหาหุ้นเติบโตก็ยังพอได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สนามบิน ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารที่คนนิยม ล้วนแต่มีโอกาสสูงที่กำไรจะเติบโตขึ้นจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น และสาขาที่เพิ่มขึ้นใน 1 – 3 ปีข้างหน้า ต่างจากหุ้นบางกลุ่มโดยเฉพาะที่เรียกกันว่าหุ้นวัฏจักร เช่น หุ้นพลังงานที่กำไรไปอิงกับราคาน้ำมัน หุ้นปิโตรเคมี ที่กำไรไปอิงกับ spread ของราคาปิโตรเคมีแต่ละประเภท หรือหุ้นอสังหาฯ ที่กำไรขึ้นอยู่กับยอดขายบ้านและคอนโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

2. พื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อได้หุ้นเติบโตที่ใช่แล้ว พอราคามันลงมามาก ๆ สิ่งสำคัญคือกลับไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น พื้นฐานของหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ มีการเปลี่ยนผู้บริหารตัวหลัก ๆ รึเปล่า เกิดเหตุร้ายอะไรกับบริษัทรึเปล่า ง่ายที่สุดคือกด google ค้นหาดูว่าในรอบเดือนรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีอะไรพิเศษเกิดขึ้นกับบริษัทบ้าง ไปหาอ่านบทวิเคราะห์ล่าสุดของโบรกเกอร์ดูด้วย ถ้าดูทั้งหมดแล้วพื้นฐานไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแสดงว่าเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนจริง ๆ แต่ถ้าหุ้นมันลงมาเพราะมันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นฐานในเชิงลบ อันนี้ต้องระวังครับ

3. P/E Ratio ลงมาเกิน 2 SD

มาดูที่ความถูกแพงของหุ้นกันอย่างง่าย ๆ ครับ ตัวอย่างเช่นหุ้น CPN ถ้าใช้โปรแกรม Bisnews ให้เลือกฟังก์ชั่น Regression Channel จากนั้นลากเส้น Regression Line ซึ่งหมายถึงค่าเฉลี่ย P/E ของหุ้น ซึ่งในที่นี้คือ P/E เมื่อเทียบกับกำไรย้อนหลัง 4 ไตรมาส ถ้าหุ้นมีระดับ P/E ต่ำกว่า 2 SD ถือว่าน่าสนใจครับ แสดงว่าวันนี้หุ้นเทรดในระดับ P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเกิน 2 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

4. ราคาลงมาเกิน 2 SD

แล้วหุ้นลงเท่าไหร่ถึงเรียกว่าลงมามากพอที่จะเก็บ นอกจากการดู Valuation แล้วในเชิงเทคนิคผมมักใช้ Regression Band ง่าย ๆ คล้าย ๆ กับการดู P/E Band ตามข้อที่แล้วครับ คือเราสร้าง Regression Channel กรอบการ trade ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา จากนั้นลากกรอบ 2SD ออกมาดู ถ้าราคาหุ้นลงมาเกิน 2 SD หมายถึงหุ้นลงมาเยอะพอสมควรได้ที่แล้วครับ

5. ปัจจัยมหภาค

สุดท้ายก่อนจะเริ่มทยอยสะสมหุ้น ดูภาพ Macro ซักนิดครับ ช่วงนี้มีอะไรผิดปกติรึเปล่า เช่น การขึ้นดอกเบี้ยจะขึ้นแรงหรือไม่ มีปัจจัยการเมือง มีการเลือกตั้งประเทศไหนสำคัญ ๆ หรือไม่ ถ้าปัจจัย Macro ดูมีเรื่องน่ากังวลเยอะ เราควร “ทยอยซื้อ” โดยแบ่งหลายไม้หน่อยครับ แสดงว่าหุ้นดีที่ลงมาน่าจะมาจากเรื่องพวกนี้ล่ะครับ ส่วนถ้าดูปัจจัย Macro แล้วเห็นว่าทางสะดวก ไม่ได้มีประเด็นน่ากังวลมาก ๆ งานนี้แนะนำ “จัดเต็ม” ได้เลยครับ สำหรับท่านนักลงทุนที่ไม่ค่อยมีเวลาศึกษาปัจจัย Macro ผมแนะนำให้ลองติดตาม FINNOMENA LIVE ดูนะครับ สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงเอง ทุกวันพฤหัส 1 ทุ่ม ให้เวลากับมันหน่อยครับ

ทั้งหมดคือ 5 ปัจจัยในการเลือกเก็บหุ้นดียามตลาดขาลง ที่นำมาฝากในวันนี้ สุดท้ายถ้าตลาดมันลงต่อก็ไม่ต้องไปทุกข์ใจครับ จากที่ดูตลาดมาเกือบ 20 ปี ในทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ ขอให้เรารู้จักแท้จริงว่าหุ้นในพอร์ตเราเป็นหุ้นดีจริง ถือหุ้นต่อไป และตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินมาเติมพอร์ตดีกว่าครับ

FundTalk รายงาน

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

หากใครคันไม้คันมือแล้ว สามารถไปเฟ้นหาหุ้นดีได้ที่ FINNOMENA Stock มีทั้งกราฟ มีทั้งงบ 10 ปี 40 ไตรมาสเลยครับ

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน