ผ่านไปแล้วกับอีกเดือนของปี 2017 จากมุมมอง “เมื่อกระแสเงินไหล จากตราสารหนี้ สู่ ตราสารทุน ในเดือนกุมภาพันธ์” โดยตลาดหุ้นโลกมีการทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองดังกล่าว โดยกระแสเงินยังคงไหลเข้าสู่ตราสารทุนในหลายภูมิภาค เช่น ตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นจีน ตลาดหุ้นอินเดีย ที่เป็นตลาดในกลุ่ม Emerging Market นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง จากกระแสตอบรับที่ดีจากนโยบายของทรัมป์

1-1รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI Global Investors

1. ผลตอบแทนของสินทรัพย์ชนิดต่างๆ YTD 23 ก.พ. 60

เมื่อดูผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละประเภทตั้งแต่ต้นปีก็จะเห็นได้ชัดว่าผลตอบแทนจากทองคำและตลาดหุ้น Emerging Market ยังคงทำผลตอบแทนได้ดีเป็นอันดับต้นๆนับตั้งแต่ต้นปี 2560

2. นโยบายของทรัมป์กับหุ้นในสหรัฐฯ

trumpรูปที่ 3 นโยบายของทรัมป์: ที่มา INFINITI Global Investors

ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง หลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยมีนโยบายด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ ซึ่งส่วนมากเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ เอง

3.นโยบายการเงินของธนาคารกลางมีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยขึ้น

4รูปที่ 4 อัตราดอกเบี้ยและความน่าจะเป็นในการปรับดอกเบี้ย: ที่มา  Bloomberg

 อีกประเด็นนึงที่น่าจับตามองคือเรื่องนโยบายการเงินในประเทศต่างๆ โดยธนาคารกลางหลักทั่วโลกยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ถึงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว ในขณะที่นักลงทุนทั่วโลกเริ่มมองว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น ซึ่งอาจจะยังส่งผลให้มีกระแสเงินยังมีการไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นต่อไป

5รูปที่ 5 อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ: ที่มา  Bloomberg

เมื่อดูอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวทั่วโลก เริ่มชะลอการปรับตัวขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังมีการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งส่งผลบวกต่อราคาตราสารหนี้ อย่างไรก็ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอาจมีแนวโน้มกลับมาปรับตัวขึ้นในเดือนนี้ตามโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น เราจึงยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว

4. น้ำมันยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น

6รูปที่ 6 การลดปริมาณการผลิตน้ำมันของ OPEC: ที่มา OPEC, INFINITI Global Investors

ในส่วนของตลาดน้ำมัน พบว่าในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา OPEC สามารถปรับลดกำลังการผลิตได้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยปรับลดมากถึง 32.139 mb/d มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ที่ 32.5 mb/d โดยจะคงเป้าหมายดังกล่าวไปถึงช่วงกลางปี 2560 นี้ ทั้งนี้ราคาน้ำมันยังมีโมเมนตัมของการปรับตัวขึ้น ซึ่งน่าจะยังส่งผลบวกต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Emerging market ได้ต่อเนื่อง

5. ตัวเลขเศรษฐกิจของไทย ออกมาเติบโตดี

7-1-768x297รูปที่ 7 ตัวเลขการส่งออก และ GDP ประเทศไทย: ที่มา สศช.

7-2รูปที่ 8 ตัวเลข Farm Income ประเทศไทย: ที่มา BOT

7-3รูปที่ 9 ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างประเทศ : ที่มา BOT

กลับมาดูที่ตลาดไทยบ้านเรากันบ้าง พบว่าตัวเลข GDP ไทยประกาศโดย สศช. ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 3% (YoY) และทั้งปี 2559 ขยายตัวได้ 3.2% (YoY) เนื่องจากแรงหนุนจากภาคการส่งออกและการบริโภคที่กลับมาฟื้นตัว รวมถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวช่วงต้นปีกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้ง

8รูปที่ 10 Earnings ของ SET: ที่มา Bloomberg

เมื่อพิจารณาผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ทยอยประกาศออกมา เห็นได้ว่าผลกำไรดังกล่าวมีการทำจุดสูงสุดใหม่ ส่งผลให้มีโมเมนตัมเชิงบวกที่น่าจะทำให้ SET ปรับตัวขึ้นต่อได้

9รูปที่ 11 Dollar Index และค่าเงินTHB/USD: ที่มา Bloomberg

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

ถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์จะกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทกลับไม่อ่อนค่าลง แต่ยังแข็งค่าขึ้น ซึ่งสะท้อนเงินทุนต่างชาติยังไม่ไหลออกจากตลาดการเงินไทย ถึงแม้จะมีการซื้อและขายหุ้นไทยสุทธิสลับกันบ้างก็ตาม

6. หุ้นกลุ่มธนาคารในไทย ยังคงมีเสน่ห์

10รูปที่ 12 NPL Ratio ของธนาคารในประเทศไทย: ที่มา BOT

หากพิจารณาหุ้นกลุ่มธนาคารไทย พบว่ายังคงมีปัจจัยบวก โดย NPL ไตรมาสที่ 4 ปี 2559 เริ่มทรงตัว และลดลงจากไตรมาสที่ 3 เหลือร้อยละ 2.83 จาก ร้อยละ 2.89 แต่ยังคงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ปี 2558 ที่ร้อยละ 2.55 การตั้งสำรองเริ่มลดลง ซึ่งทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ NPL มีโอกาสแตะระดับสูงสุดในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2560 นี้ ก่อนจะปรับตัวลดลงตามสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และคาดว่าปีนี้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4% (YoY)

11รูปที่ 13 ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคาร: ที่มา Bloomberg

หากพิจารณาในมุมมองของ Valuation แล้ว จะเห็นได้ว่ากลุ่มธนาคารไทยยังค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับในอดีต โดย trailing PBV ปัจจุบันอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 1.25 เท่า เมื่อเทียบกับในช่วงที่ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจรุ่งเรือง กลุ่มธนาคารไทยมักจะซื้อขายกันในช่วง 1.5 – 2 เท่า ซึ่งโอกาสในการขึ้นของ SET ในรอบนี้น่าจะนำด้วยหุ้นกลุ่มธนาคารที่ยังมีราคาไม่แพง

7. ตัวเลขเศรษฐกิจอินเดีย ดีกว่าที่คาด

.มาดูที่อินเดียซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Top Pick ของหุ้นกลุ่ม Emerging Market ที่เราแนะนำในปีนี้ พบว่าตัวเลขปริมาณเงินสำรองในธนาคารและปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบอินเดียเริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังผลกระทบนโยบายการเปลี่ยนธนบัตรเริ่มลดลง

อีกทั้งผลกระทบเชิงลบของนโยบายการเปลี่ยนธนบัตรในอินเดียน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยสะท้อนผ่านตัวเลข PMI ที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในเดือนม.ค.ปีนี้ และตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 3 ตามปีงบประมาณ ขยายตัว 7% (YoY) ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์

ประกอบกับงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในอินเดียที่ทยอยประกาศออกมาในไตรมาสที่ 4 ของปี (ไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณประจำปี) ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้มีโมเมนตัมเชิงบวกต่อตลาดหุ้นอินเดีย

8. กลุ่ม Healthcare ยังคงแข็งแกร่ง แม้มีปัจจัยจากนโยบายทรัมป์

ส่วนหุ้นกลุ่ม Healthcare ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่เราแนะนำ มีผลประกอบการโดยรวมที่ทยอยประกาศออกมายังคงดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

16รูปที่ 18 ราคาหุ้นกลุ่ม Global Healthcare: ที่มา Bloomberg

อีกทั้งหุ้นกลุ่ม Global Healthcare ฟื้นตัวแรง ทะลุแนวต้านขาลงขึ้นมาได้ แม้จะยังมีปัจจัยเรื่องนโยบายการปรับลดราคายาของทรัมป์กดดัน อย่างไรก็ตามกลุ่ม Healthcare ยังมีปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายกฎระเบียบการขึ้นทะเบียนยา และยังเป็น sector ที่ laggard ที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯรองจากกลุ่ม Energy นับจากหลังจากวันเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะทำให้มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อได้ หากนโยบายของทรัมป์ไม่ส่งผลกระทบเชิงลบที่ชัดเจน

9. ทองคำยังฟื้นตัวในระยะกลาง

17รูปที่ 19 ราคาทอง: ที่มา Bisnews

ต่อมาเรามาพิจารณาทองคำ ซึ่งเป็นประเภทสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากที่สูงในเดือนที่ผ่านมา โดยราคาทองคำยังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในระยะกลาง หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีทั่วโลกยังไม่ปรับตัวขึ้นแรงมากเกินไป อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการเมืองยุโรปที่น่าจะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ในระยะ 1-3 เดือนข้างหน้า

10. ยุโรปยังมีปัจจัยการเมืองกดดัน

เนื่องจากปี 2017 เป็นปีแห่งการเลือกตั้งในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ อิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมัน โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งบางคนมีนโยบาย Protectionism และอยากจะนำพาประเทศออกจากสหภาพยุโรป  เช่น  Wilders จากเนเธอร์แลนด์ (Nexit) และ Le Pen จากฝรั่งเศส (Frexit) ส่งผลให้การลงทุนในยุโรปมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง เราจึงยังแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนออกไปก่อนในปีนี้

สำหรับคำแนะนำพอร์ตการลงทุนแบบ Global Absolute Return Portfolio ของ INFINITI Global Investors ซึ่งเป็นคำแนะนำการลงทุนแบบ Absolute Return ซึ่งมีความยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนพอร์ตตามมุมมองภาวะตลาด มีเป้าหมายผลตอบแทนการลงทุนต่อปีประมาณ 8 – 10% ซึ่งต่ำกว่าผลตอบแทนระยะยาวของตลาดหุ้นเล็กน้อย และมีเป้าหมายความผันผวนของพอร์ตในระดับที่ต่ำกว่าตลาดหุ้นจากการกระจายการลงทุน โดยกลยุทธ์นี้จะพยายามลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญในยามที่พื้นฐานการลงทุนไม่ดี ทั้งนี้สำหรับเดือนมีนาคม 2017 เรายังคงแนะนำคงสัดสวนการจัดพอร์ตดังนี้

screen-shot-2560-03-03-at-21-43-25รูปที่ 21 Global Absolute Return Portfolio Model เดือน มี.ค. 60: ที่มา FINNOMENA,INFINITI Global Investors

ในเดือนมีนาคมนี้เราได้คงสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน ที่ 70% โดยแนะนำคงสัดส่วนหุ้นกลุ่มกลุ่มหุ้นไทย Value Stock และหุ้นกลุ่มธนาคารไทย เนื่องจากยังมี Valuation ที่น่าสนใจ ประกอบกับพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศไทยมีทิศทางเป็นบวก ซึ่งรวมถึงตัวเลข GDP และผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในไทย น่าจะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยสามารถไปต่อได้ อีกทั้งการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียและหุ้นกลุ่ม Healthcare ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนที่ดี ถึงแม้ตลาดหุ้นโลกได้ทำ All Time High เรายังคงมุมมองที่ดีต่อการลงทุนในตราสารทุน เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังคงดีอยู่ โดยเราเชื่อว่าปี 2017 น่าจะยังเป็นปีที่ดีต่อพอร์ตการลงทุน Global Absolute Return

FundTalk รายงาน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ