5 บริษัทแห่งอนาคต สัญชาติ Israel

หากพูดถึง 5 บริษัทชั้นนำของโลกในปัจจุบันเราอาจจะนึกถึงกลุ่ม FAANG (Facebook, Apple, Amazon, Netflix, Google)

แต่วันนี้อยากจะพามารู้จัก 5 บริษัทที่น่าสนใจใน Israel ซึ่งเป็นประเทศที่หลายคนอาจจะยังนึกไม่ถึงว่ามีการพัฒนาอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Israel เป็นประเทศเล็กๆ ที่อยู่ทางตะวันตกของทวีปเอเชีย ตอนใต้ของตุรกี

ประเทศเล็กๆ นี้เองมีประชากรเพียง 8 ล้านคนเท่านั้น น้อยกว่าจำนวนประชากรในกรุงเทพเสียอีก

จำนวนประชากรน้อยแต่กลับมีประสิทธิภาพสูง โดยพื้นฐานประชากรมีรายได้ต่อหัว (GDP per Capita) อยู่ราว 1,280,000 บาทต่อคนต่อปี ในขณะที่ประเทศไทยนั้นอยู่เพียง 210,000 บาทต่อคนต่อปี เท่านั้น

ในเชิงของ Rating ก็มีความน่าสนใจ โดย Israel เองก็ได้ถูกจัดอันดับอยู่ในระดับ A+ สูงกว่าไทยที่ BBB+ ซึ่งหมายความว่าในเชิงการลงทุนแล้ว Israel มีความเสี่ยงต่ำกว่าประเทศไทย

Israel มีความเจริญทางด้านงานวิจัยและเทคโนโลยีอย่างมาก จนถึงได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่ดีที่สุดรองจาก Silicon Valley สำหรับการริเริ่มธุรกิจเกิดใหม่ (Start-up)

เมื่อดูตัวเลขเราจะพบว่าประเทศ Israel ลงทุนกับงานวิจัยและนวัตกรรมเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับ GDP

ทำให้ประเทศนี้มีจำนวนนักวิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ และช่างกล เทียบกับจำนวนประชากรเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก และบทความวิจัยระดับโลกจำนวนมากก็มาจากประเทศนี้อีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่จำนวนมากยังได้ลงทุนศูนย์วิจัยในประเทศ Israel ไม่ว่าจะเป็น IBM, Intel, HP, Apple, GE, Motorola, Facebook, Samsung, LG, Alibaba

“If you’re looking for brains, energy and dynamism, Israel was the place to go” – Warren Buffett

“Israeli contributions to technology fields such as analytics and security are improving the world” – Bill Gates

“There were thousands of times I said to myself and to colleagues at Alibaba: Never give up, And people in Israel… they never give up.” – Jack Ma

“Israel has the most important high-tech center in the world after the US.” – Eric Schmidt, Google Chairman

เราลองมาทำความรู้จักกับตัวอย่างบริษัทที่มีนวัตกรรมขั้นสูง ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว หากทุกอย่างเป็นไปได้จริง จะส่งผลดีต่อมนุษย์เราอย่างมาก

1. Cortica

5 บริษัทแห่งอนาคต สัญชาติ Israel

https://www.cortica.com

เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) เป็นสิ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์

บริษัท Cortica เป็นบริษัทที่วิจัยด้าน AI โดยเฉพาะและมีฐานอยู่ที่ประเทศ Israel ซึ่งสิ่งที่บริษัททำการวิจัยมีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วนคือ 1) ยานยนต์ไร้คนขับ 2) เมืองอัจฉริยะ

ทั้ง 2 ส่วนอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งใหม่บนโลกเรา เพราะเทรนด์นี้ก็มีแนวโน้มมาสักพักแล้ว

ในเรื่องของ AI สำหรับยานยนต์ไร้คนขับอาจจะฟังดูอาจจะยังไม่น่าตื่นเต้น แต่อีกส่วนหนึ่งถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย

เมืองอัจฉริยะที่ว่าคือการนำกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ในตามถนน โดรน และรวมไปถึงดาวเทียมคอยเก็บภาพต่างๆ ภายในเมือง และใช้ AI เข้ามาช่วยในการประมวลผลในการดูแลบ้านเมือง

ความสามารถของเจ้าเทคโนโลยีนี้ก็คือการสอดส่องบ้านเมือง เช่น การจดจำใบหน้าของคน การคาดการณ์พฤติกรรม หรือการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของบ้านเมือง ทั้งหมดจะถูกประมวลผลแบบ Realtime

ซึ่งหากมีเหตุการณ์อะไรที่ไม่ชอบมาพากล ระบบก็จะแจ้งเตือนขึ้นได้ทันก่อนที่เหตุการณ์จริงอาจจะเกิดขึ้น

การที่ AI สามารถวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้แบบ Realtime และแจ้งเตือนก่อนที่จะเกิดขึ้น ส่งผลดีอย่างมากต่อความปลอดภัยของบ้านเมือง และยังรวมไปถึงการคมนาคม โรงงานอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และอื่นๆอีกมากมาย

2. Urban Aeronautics

5 บริษัทแห่งอนาคต สัญชาติ Israel

http://www.urbanaero.com

Urban Aeronautics เป็นบริษัทที่วิจัยในเรื่องของยานยนต์ที่สามารถขึ้นและลงได้ในแนวดิ่ง

จริงๆ แล้วเทคโนโลยีการขึ้นลงในแนวดิ่งได้เกิดขึ้นบนโลกมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบินรบรุ่น Harrier (ใครเคยเล่น Red Alert 2 จะรู้จักเป็นอย่างดี)

แต่เทคโนโลยีทั้งสองอย่างมีข้อจำกัด คือไม่สามารถใช้งานภายในพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นที่โล่งได้

Urban Aeronautics จึงได้แก้ปัญหานี้โดยการนำเครื่องยนต์และใบพัดใส่ไว้ในตัวถัง ทำให้ไม่มีส่วนใดยื่นออกมาจากตัวรถ

การแก้ปัญหานี้เอง ทำให้หากยานยนต์นี้เกิดขึ้นจริงจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อมนุษย์

ยกตัวอย่างเช่นการสัญจรโดยอิสระ ประหยัดเวลาในการเดินทางมากขึ้น หรือการส่งหน่วยกู้ภัยไปยังจุดที่หมายได้รวดเร็วขึ้น

3. Storedot

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

5 บริษัทแห่งอนาคต สัญชาติ Israel

https://www.store-dot.com

แบตเตอรี่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับมนุษย์ในยุคใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น IOT (Internet of Things), โทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงยานยนต์ไฟฟ้า ล้วนแต่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ด้วยกันทั้งสิ้น

แต่ข้อจำกัดของแบตเตอรี่ Lithium ที่เราใช้กันอยู่ปัจจุบันคือมันสามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้จำกัด และเมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งานของเราทุกวันนี้ดูเหมือนจะไม่เพียงพอเสียแล้ว

Storedot ได้เข้ามาแก้ปัญหานี้ ซึ่งบริษัทได้พัฒนาสูตรของแบตเตอรี่ขึ้นมาใหม่ชื่อว่า Flash battery และแบตเตอรี่ที่ว่านี้ก็สามารถชาร์จได้เร็วในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

สำหรับการใช้งานกับมือถือ แบตเตอรี่นี้สามารถชาร์จได้รวดเร็วเพียง 5 นาที และมีความจุเพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดทั้งวัน

ส่วนการใช้งานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehical) การชาร์จนั้นใช้เวลาเพียง 5 นาทีเช่นกัน โดยยังสามารถวิ่งได้ถึง 480 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง

แน่นอนว่างานวิจัยกับการนำมาประยุกต์ใช้จริงคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร แต่หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง นี่ก็คงเป็นอนาคตที่น่าสนใจ

4. Gencell

5 บริษัทแห่งอนาคต สัญชาติ Israel

https://www.gencellenergy.com

Gencell เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้แอมโมเนียเป็นเชื้อเพลิง

จริงๆ แล้วแอมโมเนียไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นพลังงานโดยตรง แต่บริษัทได้พัฒนาการแยกไฮโดรเจนออกจากแอมโมเนียเพื่อนำใช้เป็นเชื้อเพลิง

สำหรับใครยังสงสัย แอมโมเนียมีสูตรเคมีคือ NH3 ซึ่งจะเห็นว่าเป็นการผสมระหว่างไนโตรเจน (N) และไฮโดรเจน (H)

เนื่องจากไฮโดรเจนไม่ได้เป็นพลังงานที่สามารถหาได้ทั่วไปเหมือนแก๊ซธรรมชาติหรือดีเซล ดังนั้นการนำมาใช้จึงมีข้อจำกัด การที่บริษัทสามารถนำเจ้าไฮโดรเจนที่อยู่ในแอมโมเนียนี่มาใช้เป็นพลังงานได้จึงปลดล็อคแหล่งพลังงานของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง

Gencell ยังสามารถทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบดีเซลปกติ และสิ่งที่เยี่ยมไปกว่านั้นคือการใช้ไฮโดรเจนมาเป็นพลังงานไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกด้วย

5. Bio-nexus

5 บริษัทแห่งอนาคต สัญชาติ Israel

http://www.bio-nexus.com

Bio-nexus เป็นบริษัทที่พัฒนา Software เพื่ออำนวยความสะดวกการปฏิบัติงานภาคสนามในหลายๆ สถานการณ์

ความสามารถของ Software นี้คือการรับคำสั่งจากภาคสนามด้วยเสียง และข้อมูลจะถูกเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่นั้น

นอกจากนั้นยังสามารถประมวลผลคำสั่งเสียงออกมาเป็นคำแนะนำกระบวนการแก่เจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ต่างๆได้อีกด้วย

Bio Nexus Medical เป็น Software ตัวย่อยที่ตอบโจทย์เรื่องการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแบบ Real time ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การก่อการร้าย หรือแม้กระทั้งในสนามรบ

Aero Nexus เป็น Software ตัวย่อยอีกส่วนที่ตอบโจทย์เรื่องการปฏิบัติการภาคสนามในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงเครื่องบิน รวมถึงการเตรียมความพร้อมของเครื่องบินก่อนออกบินด้วย

ทั้งหมดสามารถประมวลผลได้ผ่านคำสั่งเสียงเท่านั้น ทำให้สามารถประหยัดเวลาและทรัพยากรไปได้อย่างมากในการปฏิบัติงานต่างๆ

Software อีกตัวที่น่าสนใจคือ Cyber Nexus เป็นกล่องเล็กๆ ที่เป็นตัวกลางการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์การแพทย์ในโรงพยาบาลกับเครือข่ายภายนอก หน้าที่ของมันหลักๆ คือป้องกันการแฮกอุปกรณ์การแพทย์

สรุป

จริงๆ เชื่อว่าประเทศ Israel ยังมีนวัตกรรมที่น่าสนใจอีกมาก เพราะในแต่ละปีจะมีประมาณ 200 บริษัทหน้าใหม่เกิดขึ้น และรวมแล้วมีบริษัทเกิดใหม่กว่า 2500 แห่งทั่วประเทศ

นวัตกรรมหลายๆ อย่างอาจจะยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัย บางอย่างผลิตได้จริงแต่อาจจะยังไม่สามารถผลิตเชิงอุตสาหกรรมได้

แต่สิ่งที่ Israel ให้ความสำคัญไม่ใช่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม แต่เป็นเรื่องของ R&D (Research and Development) มากกว่า

ในอนาคต ประเทศไทยเราก็คงจะมีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีหลายๆ อย่างที่ประเทศ Israel เป็นผู้พัฒนาขึ้น นอกเหนือจากจีนหรืออเมริกา

สิ่งที่อยากจะทิ้งท้ายไว้ก็คือนวัตกรรมเหล่านี้ใช้เวลาหลายสิบปีในการพัฒนา ประเทศไทยเราเองควรมองให้ไกลและลงทุนกับ R&D มากขึ้น

เพราะหากเราเป็นเพียงแค่ผู้ใช้งานเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ประเทศของเราอาจจะต้องเกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตเพื่อแลกกับเทคโนโลยีที่จะทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในขณะที่รายได้ของประเทศมีขีดจำกัด…

ที่มาบทความ: http://investdiary.co/2018/10/22/156/

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ