Invest TFG

ได้หุ้น IPO ก็เหมือนถูกหวย คนพอร์ทเล็ก เทรดน้อยนานๆ เจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์) จะกรุณาให้ซักที หุ้น IPO เป็นหุ้นที่ข้อมูลน้อย บทความนี้ก็จะชื้แหล่งข้อมูลในการวิเคราะห์ว่าหาจากไหน และจะประเมินมูลค่าอยางไร เป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าได้มาแล้วถือหรือจะปล่อยไปวันแรกดี บทความนี้จะเป็นตัวอย่างของหุ้น ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG ) ครับผม

1.โหลด FILLING

Filling เป็นข้อมูลที่ ผู้ทำ IPO ต้องจัดทำและส่งข้อมูลให้ กลต. พิจารณาว่าจะให้ผ่านเข้าซื้อขายในตลาดได้หรือไม่ มีด่านอรหันต์ หลายด่านเช่น การควบคุมภายใน ระบบบัญชีมาตรฐาน IFRS การขจัดความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ การเปิดเผยรายการระหว่างกัน ฯลฯ
หุ้น ipo 1
ข้อมูล Filing ของบริษัทที่จะ IPO เข้าทำการซื้อขายที่ตลาดสามารถเข้าไปโหลดได้ที่
เข้าไปก็จะเจอข้อมูลประมาณนี้ เหมือนอ่าน 56-1 กันเลยทีเดียว ผมว่าไหนๆ จะเสียเงินแล้วก็อ่านซะหน่อยดีกว่า FA กลต จะได้ไม่เสียใจ  โดยหัวข้อหลักๆ ที่อย่างน้อยควรอ่าน ก็ที่ผมทำสีเหลืองๆ เอาไว้
หุ้น ipo 2
หัวข้อในเอกสาร Filing ที่ส่งให้ กลต
nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

2.ดูลักษณะธุรกิจ

จากไฟล์ลักษณะการประกอบธุรกิจ ก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงไก่ หมู ทำอาหารสัตรว์ ยอดขายหลักๆ มาจากธุรกิจไก่ ดังนั้นจะวิเคราะห์ก็เน้นไก่เป็นหลักเพราะกระทบรายได้มากกว่า
หุ้น ipo 3

นอกจากโครงสร้างรายได้แล้ว เอกสารส่วนนี้ก็เหมือนรายงาน 56-1 ที่มีข้อมูลสภาพการแข่งขัน ว่าเป็นอย่างไร มีคู่แข่งใครบ้าง เราอยู่อันดับที่เท่าไร ใช้วิเคราะห์เชิงคุณภาพได้ ปัจจัยความเสี่ยง

ถ้าอยากรู้ว่ามีสินทรัพย์อะไรซุกๆไว้บ้างก็เข้าไปดูที่สินทรพัย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ก็จะมีที่ดินว่ามีกี่แปลง ราคาประเมินเท่าไร

3.ดูผลประกอบการ 

งบการเงินอ่านให้เข้าไปดูที่ไฟล์ “ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญ” ดูเร็วๆ ให้ดูตรงอัตราส่วนทางการเงิน อยากเจาะลึกงบการเงินก็มีข้อมูลงบการเงินแต่ละปีให้โหลดได้ (ถ้าขยันอ่านนะ)

ตารางสรุปงบการเงิน

หุ้น ipo 4

อัตราส่วนทางการเงิน

เรื่องหนี้สินจะเห็นว่า TFG เป็นบริษัทที่หี้สินเยอะๆ DE 3 เท่ากว่า

ในส่วนของการสร้างเงินสด สภาพคล่องก็พอใช้ได้ แต่ไม่ค่อยแกร่งมากเท่าไร เพราะอัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด ติดลบหลายปี แสดงว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นลบ

ส่วนเรื่องวงจรเงินสดก็พอใช้ได้ค่อนข้างสม่ำเสมอที่น่าสนใจคือในปี 2554 ลูกหนี้การค้าค้างกับบริษัทเยอะ ระยะเวลาเก็บหนี้ 54 วัน แล้วก็ลดมากที่่ระดับ 7-8 วันปกติได้

ในส่วนของการทำกำไร TFG เป็นตามปกติของธุรกิจเกษตรคือบางปีดีบางปีก็ไม่ดี หลักๆให้ดูอัตรกำไรขั้นต้น เคยขาดทุนหนักๆมาตอน 2556 หลังน้ำท่วมราคาไก่ตกมากเพราะเกร็งกันว่ายุโรปจะกลับมานำเข้าไก่สดแช่เข็งจากไทย แต่ดันมาช้ากว่าที่คาดทำให้ไก่ล้นตลาด กว่าจะปกติก็ผ่านไป 1 ปี กับ 2558 ช่วงเข้าตลาดพอดี ช่วงนี้ก็ไก่ล้นตลาดเพราะค่าเงินเราอ่อนสู้ชาวบ้านเขาไม่ได้ ก็เลยไปนำเข้าจากที่อื่่นดีกว่า

การจ่ายปันผล ปกติของบริษัทช่วงก่อนเข้าตลาดกำไรมาเท่าไรก็ต้องเร่งปันผลออกไปก่อน เหมือนล้างไพ่ให้คนซื้อ IPO มาเริ่มต้นชีวิตกันใหม่

4.ดูว่าบริษัทเอาเงินไปทำอะไร

หุ้น IPO เข้ามาก็ต้องเอามาพัฒนาธุรกิจ ส่วนที่บอกว่าจะเอาเงินที่ได้ไปทำอะไร อยู่ตรง รายการโครงการในอนาคต กับส่วนของข้อมูลสรุปก็มีนิดหน่อย ตามตารางวัตถุประสงค์การใช้เงิน

ดูจากการใช้เงินส่นใหญ่ก็เอาไปใช้ขยายธุรกิจ ใช้หนี้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน อันนี้แล้วแต่มุมมองใครมุมมองมันละครับว่าเงินที่เอาไปลงทุนดูมีอนาคตหรือเปล่า ทั้งการขยายโรงเลี้ยง อาหาร และการแปรรูป

5.วิเคราะห์ราคา IPO ว่าแพงไปหรือไม่

หลักๆจะใช้ PE ครับ ว่าหลังจากที่ IPO มีหุ้นเข้ามาเพิ่มแล้ว PE จะเป็นเท่าไร ถ้าเหลือประมาณ 20 เท่าก็ยังพอมีหวัง ลุ้น Upside จากราคา IPO ซัก 50-100% ได้ สำหรับ IPO หุ้นตัวนี้อยู่ ที่ 1.95 บาทมีวิธีการคิดหา PE ตามตารางข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นและจำนวนหุ้นที่จะ IPO ดังนี้

  • ปัจจุบันมี 4000 ล้านหุ้น หลังจาก IPO แล้วจะมี 5100 ล้านหุ้น
  • ราคา IPO 1.95 บาท
  • คิดเป็นมูลค่าตลาด 1.95 x 5100 = 9945 ล้านบาท
  • หุ้นตัวนี้เข้าทำการซื้อขายด้วยเกณฑ์ มูลค่าตลาดมากกว่า 5000 ล้าน
  • PE หลัง IPO = มูลค่าตลาด / กำไร 4 ไตรมาศย้อนหลัง
    = มูลค่าตลาด / (กำไรปี 2557 – กำไร 6 เดือนแรกปี 2557 + กำไร 6 เดือนแรกปี 2558)
    = 9,945 / (916.157 – 395.394 + (- 928.939))
    =  9,945 / -408.176
    = -24 = n.a
  • PE คำนวณไม่ได้ เพราะกำไร 6 ไตรมาศย้อนหลังมันติดลบ
  • ถ้าลองมโนว่าถ้ารอบวงจรเป็นปกติ ย้อนไปดูปี 2556 กำไร 1000 ล้านบาท
  • PE หลัง IPO แบบจิตนาการ = มูลค่าตลาด / กำไร 4 ไตรมาศย้อนหลัง
  • 9,945 / 1,000
    = 9.945 เท่า
ดูแล้ว PE ที่ราคา IPO กรณีดีที่สุดคือ 9.945 เท่า เลวขายคือขาดทุน สำหรับคนที่จะซื้อก็วัดใจกันหน่อยครับ ถ้ามันใจว่าปีหน้ารอบมาแน่ก็ซื้อได้ ถ้ายังไม่ชัวร์ก็ไม่ซื้อ

จะเห็นว่าแค่รู้ว่าข้อมูลอะไรอยู่ตรงไหน ก็ช่วยให้ชีวิตการลงทุนงายขึ้นเยอะครับ เดี๋ยววันซื้อขายแล้วจะมา update อีกที่ว่าผลจะเป็นอยางไร สู้ต่อไป TFG

 

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ