กองทุนดัชนีรบ 100 ครั้งเสมอ 100 ครั้ง!

หลังจากที่ไปตะลุยอ่านคำถามเพื่อนๆนักลงทุน ก็เจอว่าบ่อยครั้งที่นักลงทุนมือใหม่จะตั้งคำถามถึงกองทุนดัชนี ไม่ว่าจะเป็นกองทุน SET50 หรือ S&P500 ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Passive fund ว่าควรลงทุนในกองทุนไหนดี? วันนี้เราเลยตั้งใจจะมาอธิบายให้ฟังถึงวิธีการเลือกกองทุนประเภท Passive fund ว่าควรดูที่ตรงไหนบ้าง

แต่ก่อนที่จะเข้าเนื้อหา เรื่องแรกที่ควรทำความเข้าใจก่อนเลยคือ หน้าที่ของผู้ดูแลกองทุนคืออะไรบ้าง สาเหตุก็เพราะว่า ก่อนที่เราจะตัดสินว่าเขาบริหารเงินของเพื่อนๆได้ดีหรือไม่ เราก็ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การที่เราเอาเงินไปลงทุนกับกองทุน ผู้ดูแลกองทุนมีหน้าที่อะไรบ้าง สามารถอ่านได้จากทาง กองทุนรวมคือคนที่ใช่ หรือผ่านมาแค่ให้จำ?”

กองทุนดัชนีรบ 100 ครั้งเสมอ 100 ครั้ง!

PASSIVE FUND VS. ACTIVE FUND

อีกเรื่องที่ควรรู้ไว้สักนิดก่อนก็คือ ความแตกต่างระหว่าง Passive fund กับ Active fund จะช่วยปูพื้นฐานความเข้าใจที่ทำให้เห็นภาพมากขึ้น

Active fund เป็นประเภทของกองทุนที่มีนโยบาย หรือเป้าหมายการลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนให้ชนะตลาด หรือดัชนีนั่นเอง ซึ่งจะชนะหรือไม่ ว่ากันตามตรงก็ขึ้นอยู่กับ “ฝีมือ” และประสบการณ์ของผู้ดูแลกองทุนแต่ละท่าน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์หาหุ้นด้วยวิธี Top-Down หรือ Bottom-Up อย่าง TSF และ BTP ด้วยทั้งเทคนิคการบริหารความเสี่ยงต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจากข้อมูลทางสถิติย้อนหลังจะมีกองทุนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ชนะจริงๆ

จึงเป็นที่มาของกองทุนอีกประเภทที่เรียกว่า Passive fund เป็นกองทุนที่เป้าหมายของการลงทุนคือ ต้องการสร้างผลตอบแทนเท่าตลาด ซึ่งแตกต่างจาก Active fund ที่ต้องการจะเอาชนะ อันนี้เราขอแค่เสมอพอ ไม่ต้องชนะ เพราะคนที่จะเอาชนะส่วนใหญ่ก็นอนหงายท้องเป็นตัวอย่างให้เห็นกันทั่วไป

กองทุนดัชนีรบ 100 ครั้งเสมอ 100 ครั้ง!

แต่จะทำยังไงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเหมือนดัชนีล่ะ? ง่ายๆเลยเพื่อนๆเองก็ทำได้ (ถ้ามีเงินมากพอ) เพียงแค่ซื้อหุ้นเหมือนกับดัชนีในอัตราส่วนตาม Market Cap. หรือ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ยกตัวอย่างเช่น หุ้น BDMS ที่มี Market Cap. อยู่ที่ประมาณ 369,787 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.29% ของ Market Cap. ทั้งหมดใน SET50 ผู้ดูแลกองทุนก็มีหน้าที่ในการจัดสัดส่วนของ BDMS ในพอร์ตให้อยู่ที่ประมาณ 3.29% เช่นกัน โดยถ้าทำแบบนี้กับหุ้นทุกตัวที่อยู่ใน SET50 เพียงเท่านี้ NAV ของพอร์ตก็จะมีพฤติกรรมที่เหมือนกับ SET50 แล้ว ขึ้นก็สุขไปด้วยกัน ลงก็ทุกข์ไปด้วยกัน ถึงจะไม่ชนะตลาด แต่อย่างน้อยก็ไม่แพ้ตลาดแน่นอน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

บางคนอาจสงสัยว่าหมายความว่าไงว่า ‘ทำเองได้ถ้ามีเงินมากพอ’ สาเหตุก็เพราะว่าการจะซื้อหุ้นมันมี volume ขั้นต่ำต่อการซื้อขายอยู่ที่ 100 หุ้น ซึ่งหมายความว่า การที่จะซื้อหุ้น KBANK เข้ามาอยู่ในพอร์ตที่ราคา 190 บาท เราต้องใช้เงินอย่างน้อย 190 บาท x 100 หุ้น = 19,000 บาท แต่เพราะ Market Cap. ของ KBANK คิดเป็น ประมาณ 4.09% ของทั้งหมดใน SET50 นั่นหมายความว่าเราต้องใช้เงินทั้งหมดอย่างน้อยประมาณ 464,000 เพื่อที่จะให้เงิน 19,000 บาท คิดเป็น 4.09% (19,000/464,000*100 = 4.09%)

กองทุนดัชนีรบ 100 ครั้งเสมอ 100 ครั้ง!

สรุปเลือกยังไง?

หลังจากที่เข้าใจถึงหน้าที่ของผู้ดูแลกองทุนดัชนีกันแล้ว เพื่อนบางคนอาจเกิดทำถามว่าเอ๊ะ! แล้วถ้างั้น K-SET50, SCBSET50, กับ TMB50 จะต่างกันยังไง?

หลักๆแล้วสิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ค่าธรรมเนียม นั่นเอง ซึ่งจะแยกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมรวม กับค่า “เข้า/ออก” ซึ่งแต่ละที่ก็เรียกเก็บแต่ละส่วนไม่เท่ากันอีก สิ่งที่เพื่อนๆต้องตัดสินใจก่อนจะเลือกว่าควรลงทุนกองไหนคือ เราจะลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว เพราะระยะเวลาการลงทุนที่แตกต่างก็จะได้รับผลกระทบจากค่าธรรมเนียม 2 ส่วนนี้ไม่เท่ากัน โดยการลงทุนระยะยาวจะได้รับผลกระทบจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมเพราะถูกเรียกเก็บตลอดระยะเวลาที่ลงทุนที่ยาวนานก็ทำให้โดนหักค่าธรรมเนียมเยอะตาม ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนระยะสั้นที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากตรงนี้มากนัก แต่จะโดนค่า “เข้า/ออก” ซะมากกว่า โดยค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะส่งผลลบต่อผลตอบแทนที่เราจะได้รับฉะนั้นเราก็ควรจะเลือกกองทุนดัชนีที่มีค่าธรรมเนียมต่ำๆนั่นเอง

แต่อย่างที่เคยมีบอกไว้ใน “กองทุนรวมคือคนที่ใช่ หรือผ่านมาแค่ให้จำ?” ก็คือค่าธรรมเนียมมันสามารถปรับเปลี่ยนกันได้ นักลงทุนควรคอยตรวจสอบรายละเอียดตามหนังสือชี้ชวนเป็นประจำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเองเช่นกัน

ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้พูดถึง Tracking error หรือความแตกต่างระหว่างกองทุนดัชนี กับดัชนีที่กองทุนใช้ Benchmark เพราะกองทุนดัชนีส่วนใหญ่มี Tracking error อยู่ในระดับที่ต่ำมาก โดยส่วนตัวมองว่าค่าที่ต่ำขนาดนี้ไม่ส่งผลต่อผลตอบแทนมากนักเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมที่ส่งผลทางตรง

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ