ล่าสุด ประมาณการ GDP Growth ประเทศไทยนัก ของเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกที่ทาง Bloomberg ไปทำสำรวจมา พบว่า ค่ากลาง (Median) ให้ GDP ปี 2020 นี้ติดลบ -6.0% และปีหน้าขยับขึ้นมาขยายตัวได้ที่ +4.0% ทั้งนี้ เจ้าที่ให้ GDP ติดลบหนักสุด ก็คือ กรุงศรี ที่ให้ติดลบถึง -10.3% ขณะที่ เจ้าที่ให้มุมมองแย่น้อยสุดก็คือ Standard Chartered ให้ติดลบ -5.0%

ถามว่า ที่ช่วงติดลบ -5.0% ถึง -10.3% ถือว่าแย่ไหม?

ก็ต้องลองไปเทียบกับประเทศอื่นๆที่ทาง Bloomberg ไปทำการสำรวจความเห็นมา ซึ่งก็จะพบว่า ประเทศไทยเรา เศรษฐกิจอยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วงจริงๆ เพราะ ที่ค่ากลาง GDP Growth ปีนี้ที่ -6.0% นั้น ถือว่า ต่ำสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย ขณะที่สิงคโปร์ซึ่งเจอการระบาดโควิด-19รอบสองในตอนนี้นั้น ยังถูกคาดการณ์ว่า GDP จะติดลบน้อยกว่าไทยเสียอีก โดยอยู่ที่ -5.7%

โดยประเทศที่ยังมีเศรษฐกิจขยายตัวเป็นบวกได้ในภูมิภาคนี้ เหลือเพียงประเทศเดียว ก็คือ เวียดนาม โดยปีนี้นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะโตได้ +2.8% และปี 2021 จะขยายตัวได้ 8.1% ทีเดียว

อะไรที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยเราแตกต่างจากเวียดนาม โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตอย่างเช่นตอนนี้?

ประเทศเวียดนาม ได้ประโยชน์เต็มๆ จากความขัดแย้ง และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน รวมถึง การเกิดขึ้นของไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้  ผู้ประกอบการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานย้ายฐานการผลิตออกจากจีนไปอยู่ประเทศอื่นๆ และมีภาษีดีกว่าการเลือกย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย เพราะได้ประโยชน์จากค่าแรงที่ต่ำกว่า โครงสร้างประชากรในวัยทำงานจำนวนมาก มีทักษะที่ดี รวมถึงได้แรงจูงใจด้านภาษีด้วย

สาเหตุอะไรที่ทำให้เศรษฐกิจไทยติดลบหนักสุดในปีนี้?

เศรษฐกิจไทยพึ่งพาภาคการส่งออก คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 70% ของ GDP แล้วในยามที่ทั่วโลกติดโควิด-19 มีปัญหา Supply Chain อยู่ตอนนี้ การขนส่งสินค้าและการผลิต มันก็ต้องเป็นไปด้วยความยากลำบาก ยิ่งปิดเมืองยาว ระบาดหนัก คนก็เริ่มใช้จ่ายน้อยลง ความต้องการซื้อสินค้าและบริการก็ชะลอตัวลงตามไปด้วย นี่คือประเด็นแรก

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

อีกประเด็นหนึ่งที่ซ้ำเติมการส่งออกก็คือ ถึงแม้หากดูนับตั้งแต่ต้นปี ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าจาก 30.80 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐฯ ขึ้นมาที่ 31.39 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐฯ (วันที่ 13 .. 2020) ในตอนนี้ แต่หากนับตั้งแต่ต้นเดือนเม.. ที่ผ่านมา กลายเป็นว่า ค่าเงินบาทแข็งค่า จากจุดที่อ่อนค่าที่สุดคือ 33.09 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐฯ มามากกว่า -5% ณ ระดับปัจจุบัน ทำให้สินค้าที่เราส่งออกไป ไม่ได้ถูกลงในสายตาคนนี้

อีกเรื่องที่เราก็รู้กันอยู่ว่าน่าเป็นห่วงที่สุด ก็คือ ธุรกิจท่องเที่ยว เพราะ ตอนนี้โควิด-19 ยังระบาดอย่างต่อเนื่อง และถึงจะลดลงในอนาคต ก็เชื่อว่า ไทยเราก็ควรมีมาตรการกักตัว 14 วัน สำหรับการเดินทางข้ามประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวน่าจะยังน้อยในหลังจากนี้อยู่

เมื่อรวมกับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่น่าจะมีจำนวนลดลงมากแน่ๆอยู่แล้ว เพราะเรากำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Global Recession) ก็จะยิ่งเป็นอีกปัจจัยที่กว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาเที่ยวได้เท่ากับจุดเดิมของสิ้นปี 2019 ที่ 39.79 ล้านคน น่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีทีเดียว

เมื่อพูดถึงด้าน Supply ในธุรกิจท่องเที่ยว ก็น่าเป็นห่วงเช่นเดียวกัน เพราะสายการบินได้มีการลดขนาดธุรกิจ ทั้งลดพนักงาน  ลดค่าใช้จ่าย และลดจำนวนเครื่องบิน  ทำให้ถึงตอนที่เข้าสู่ระยะฟื้นตัว จะฟื้นตัวได้ช้ากว่าจะถึงระดับเดิมก่อนวิกฤตโควิด-19 ด้านมาตรการความปลอดภัยอย่าง social distancing ก็จะทำให้มี capacity ต่อเที่ยวบินลดลงต่อรอบไปอีก ซึ่งวิธีแก้ปัญฆาในช่วงสั้นที่ผมเห็นตอนนี้เลยก็คือ หลายสายการบินเลือกที่จะขยับขึ้นค่าโดยสารขึ้น แต่การที่ผู้โดยสารหายไปเกือบครึ่งลำ มันก็อาจไม่ทำให้เหล่าสายการบินกำไรได้ด้วยการขึ้นค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว

ภาคครัวเรือนและภาคเอกชน โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นหัวใจขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ พบว่า เผชิญกับความท้าทายด้านการเงินจากปัญหาหนี้ที่สูงอยู่ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว มาตรการพักชำระหนี้ที่จะทยอยครบในไตรมาส 3 ลูกค้าของธนาคาร (ซึ่งก็คือลูกหนี้) จะกลับมาจ่ายกันได้อีกรอบ?

อุปสงส์ในประเทศที่ลดลงแบบนี้ ทำให้ผู้ประกอบการขยับขึ้นราคาสินค้าเพื่อเพิ่ม Margin ก็ลำบาก อาจต้องลดราคาสินค้าเพื่อเรียกแขกเข้าร้านจุดนี้เอง แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้ง่ายกว่าก็คือ ลดค่าใช้จ่าย ลดขนาดพื้นที่เช่า ลดคนงาน ซึ่งถ้าจะลดค่าใช้จ่ายโดยปลดคนและทำกันเยอะๆเนี่ย มันก็จะทำให้อำนาจการซื้อลงไปอีก

มาถึงตรงนี้  กับคำถามที่ เศรษฐกิจไทย จะเอาอะไรไปโตสู้กับเวียดนามดี? ผมว่าพักไว้ก่อน ถามใหม่ว่า เอาไงให้เรารอดแบบเจ็บตัวน้อยที่สุด? คือ โจทย์ที่เราต้องตอบ และสู้ประคองตัวเองไปให้ได้กัน

สู้ๆนะครับทุกคน

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน