ปีที่แล้วต้องยอมรับว่า ตลาดหุ้นไทยทำผลงานไว้ได้ดีเกินหน้าเกินตาหลายปีที่ผ่านมา จนทำให้นักลงทุนหลายคนฝันหวานว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ดีไม่แพ้กัน แต่พอผ่านไป 3 เดือนเท่านั้น ความฝันก็เหมือนจะเลือนราง และจางหายไปตามกาลเวลา นักลงทุนเริ่มกลับมากังวลกับปัจจัยลบที่รุมเร้าเข้ามาเรื่อยๆ

ผมเจอนักลงทุนหลายคน เริ่มตั้งคำถามคล้ายๆ กันว่า ปีนี้เราควรพักรบ กอดเงินสด รอให้ตลาดปรับฐานเสร็จแล้วค่อยกลับมาลงทุนดีไหม? และคำตอบที่ผมให้ไปก็คือ “ไม่ดี ถ้าเพิ่งเริ่มต้นลงทุน ไม่ควรรอจังหวะ” เพราะการรอ ก็มีต้นทุนค่าเสียโอกาสของมัน

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหรจะเกิดวิกฤต แล้วถ้าเรารอไปอีก 3 ปี แต่วิกฤตไม่เกิดละ พอเรารอไม่ไหว แล้วไปลงทุนหลังจากนั้น ปรากฎว่า เกิดวิกฤตขึ้นมาจริงๆ ก็เท่ากับเงินเราอยู่นิ่งๆ ไป 3 ปี แล้วไปขาดทุนหนักเอาปีที่ 4 หรือเปล่า? ดังนั้นต้องลองคิดไว้หลายกรณี เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้หน่อยก็ดี

ถ้าให้อธิบายมากกว่านั้น ในแง่ของการวิเคราะห์ภาพรวมตลาด ผมเชื่อว่า ตลาดยังไม่ได้ Price-in ปัจจัยในอนาคต และ Price-in ปัจจัยลบในระยะสั้นมากเกินไป โดยมี 2 ปัจจัยจากนอกประเทศ และ 2 ปัจจัยของตัวเราเอง ที่อยากให้ผู้อ่านได้มีมุมมองเพิ่มเติม ส่วนจะมีอะไรบ้าง ตามนี้นะครับ

1. เชื่อว่า ความกลัวเรื่องสงครามการค้า (Fears of trade war) จะเป็นแค่ความกลัว และไม่เกิดขึ้นจริง

โดยหากดูจากผลงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาของ ปธน.ทรัมป์ ก็จะพบว่า ยังไม่มีผลงานในเชิงนโยบายที่เด่นชัด และมีความขัดแย้งทั้งระหว่างรีพลับบริกัน และ พรรคแดโมแครต หรือแม้แต่ภายในพรรครีพลับบรีกัน ด้วยกันเองอยู่เรื่อยๆ นโยบายของ ปธน.ทรัมป์ ที่พยายามผลักดัน ถือว่าสวนกระแสเศรษฐกิจในปัจจุบันพอสมควร จึงเกิดแรงต้านที่เยอะเกินไป และอาจกระทบฐานเสียงของตนเองก่อนการเลือกตั้ง Mid-term ในเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้

2. ในอดีต ฟองสบู่ตลาดหุ้นที่มันแตก จะเกิดจากการบวมขึ้นของราคาสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมในอุตสาหกรรมหนึ่งเป็นพิเศษ

ยกตัวอย่างเช่น ฟองสบู่ปี 1980 ราคาหุ้นไปวิ่งแรงที่กลุ่มพลังงาน จนทำให้กลุ่มพลังงาน มี Market Cap ใหญ่เป็นอันดับ 1 นำกลุ่มอื่น และมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นสูงเกินไป หรือ ฟองสบู่ dotcom ตอนปี 2000 ตอนนั้นหุ้นกลุ่ม Technology ก็มี Market Cap คิดเป็น 32% ของตลาดทีเดียว หรือ ในปี 2008 ที่ผลิตภัณฑ์พวกสินเชื่อผูกกับราคาอสังหาฯ เนื้อหอม ก็ทำให้กำไรของกลุ่มสถาบันการเงินโตดี และราคาหุ้นก็วิ่งตาม จน Market Cap ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งก่อนฟองสบู่แตกเช่นกัน

ตอนนี้หุ้นกลุ่ม IT ในสหรัฐฯ มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 23% เมื่อเทียบกับ Market Cap ทั้งตลาด ตรงนี้ คุณอาจกังวลว่า หุ้น IT ในสหรัฐฯ แพงไปแล้วรึเปล่า เพราะธนาคารกลางก็เคยแสดงความกังวลถึงประเด็นนี้

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์

แต่มุมมองส่วนตัวของผม ผมมองว่า การเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี คือ Mega Trend ของโลกหลังจากนี้ ดังนั้น IT Sector ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากนะครับ และการที่กลุ่มนี้ค่อยๆ โตขึ้น ก็เป็นการลดความสำคัญและความเสี่ยงที่จะเกิดกับตลาดโดยรวมจากความไม่แน่นอนในอุตสาหกรรมอื่นไปในตัวด้วยเช่นกัน อีกอย่าง ของปี 2000 ตอน Dotcom Bubble กลุ่ม Technology มี Market Cap สูงถึง 32% ของตลาด นับว่าวันนี้ยังห่างจากวันนั้นอยู่เยอะทีเดียวครับ

3. การลงทุนภาครัฐ จะมีการเร่งเบิกจ่ายที่ชัดเจนนับตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2018

โดยจะมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 3 เท่า ซึ่งในความเห็นส่วนตัว ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นจะวิ่งเพื่อตอบรับเชิงบวกก่อนการเบิกจ่ายจริง ซึ่งอาจจะตั้งแต่ครึ่งปีแรกของปีนี้เลยก็เป็นไปได้ เพราะปกติตลาดหุ้น เป็นตลาดแห่งความคาดหวังในอนาคต อย่างน้อยๆ 3-6 เดือนข้างหน้า และเมื่อเทียบการก่อหนี้ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว หนี้ภาครัฐของประเทศไทยเรา ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ สามารถเร่งลงทุนได้ รวมถึงอีกเรื่องคือ หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปี 2019 ก็น่าจะเป็นปัจจัยที่ตลาดกลับมาให้ความสนใจอีกครั้งหนึ่ง

4. เงินลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

และแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยส่งผลให้ Earning yield gap (EYG) ของตลาดหุ้นไทยมี Spread กว้างมากขึ้น ซึ่งแปลว่าตลาดหุ้นไทยที่ปรับฐานลงมาในไตรมาส 1/61 ที่ผ่านมาเริ่มมีมูลค่าที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับการลงทุนในตราสารหนี้ ตรงจุดนี้เชื่อว่าจะทำให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ จะมีการโยกย้ายเปลี่ยนสินทรัพย์จากตราสารหนี้เป็นหุ้น ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมในอนาคต ซึ่งก็คงต้องติดตามประเด็นนโยบายการค้า และมุมมองของเฟดต่อการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี

ที่มาบทความ : http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/644357

SaveSave

SaveSave

SaveSave

SaveSave

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์