ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

แนวโน้มคืออะไร?

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

 

3 วิธีดูแนวโน้มอย่างเซียน

1) Moving Average

เป็นเทคนิคยอดฮิตสำหรับใครหลายๆคน บางคนอาจถึงขั้นเข้าซื้อตามเส้น MA ที่ตัดกันอย่างเดียว   (ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ควรทำ) เนื่องจากสัญญานหลอกที่ค่อนข้างเยอะ จึงต้องใช้ความรู้เรื่อง Price pattern หรือ Candlesticks ช่วยประกอบการตัดสินใจด้วย

เทคนิคสามัญประจำบ้าน Moving Average Crossing

เรียกกันง่ายๆคือใช้เส้น Moving Average ที่ตัดกันและมีการตั้งค่าการคำนวณย้อนหลัง (Period) ที่ต่างกัน เป็นสัญญาณบอกแนวโน้ม ส่วนตัวที่ผมใช้เป็น EMA 50 กับ 200 ดูใน Timeframe ระดับ Day ขึ้นไป ซึ่งผมมองว่าให้สัญญาณที่ค่อนข้างแม่นยำ 

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

จะเห็นได้ว่าหลังจาก EMA ตัดกันราคาได้ขยับขึ้นไปเหนือเส้น EMA ที่ตัดกัน โดยบางคนอาจจะเข้าซื้อตั้งแต่จุดที่ EMA ตัดกัน แต่ความเห็นส่วนตัวผมมองว่าเราควรรอเข้าซื้อในช่วงที่ราคามีการพักตัว เพราะ การตัดกันเพียงอย่างเดียวอาจะเป็นเพียงสัญญาณหลอก โดยจากรูปจะเห็นได้ว่าจุดเข้าซื้อเป็นช่วงจังหวะที่ราคาพักตัว โดยมีการสะสมของราคาเป็น Price pattern

แล้วใช้ Simple Moving Average (SMA) หรือ Exponential Moving Average (EMA) ดี 

อีกหนึ่งปัญหาของใครหลายๆคนคือใช้อันไหนดีกว่ากัน เนื่องจาก Moving average จะมีให้เลือกสองแบบคือ SMA และ EMA 

คำตอบคือ “ต้องลองเองครับ” ในส่วนของ SMA จะแสดงผลช้ากว่า EMA ครับ ส่วนใช้อันไหนดี ผมอยากให้ทุกคนลองใช้ และหากคิดว่าวิธีไหนได้ผลก็ตามนั้นครับ ไม่มีสูตรตายตัว ส่วนตัวผมใช้ EMA ครับ เพราะให้ผลที่ค่อนข้างเร็วกว่า แต่ก็หมายถึงความแม่นยำที่ลดลงเช่นกัน

อ่านแล้วคันมืออยากลองตีกราฟ กดได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างเลย ฟรี!!

https://www.finnomena.com/stock/setindex

2) วิเคราะห์จากการทำ New high (ขาขึ้น) หรือ New low (ขาลง)

วิธีนี้เป็นวิธีที่ผมชอบเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆอย่างเช่นกันกว่าจะได้มา เนื่องจากวิธีนี้ไม่ได้มีหลักการที่ถึงกับเป็นขั้นเป็นตอนเป๊ะๆ ต้องอาศัยประสบการณ์การสังเกตและการดูบ่อยๆ แต่ก็ให้ความแม่นยำที่สูง 

ซึ่งหลักการของวิธีนี้ก็คือ การดูว่าการมีการทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) หรือจุดตํ่าสุดใหม่ (New Low) หรือไม่ 

การทำ New High

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันการทำ New High ก็คือแนวต้านเส้นตรงหรือเส้น “จุดทดสอบก่อนทำ New High” ดังรูป หากผ่านไปได้ก็ถือว่ามีการทำ New High เพราะการทำ New High คือการที่ราคาปิดเหนือยอดราคาเก่า โดยเราอาจจะเข้าซื้อในราคาช่วง Sideway ถัดไปซึ่งเป็นช่วงที่ราคาพักตัว โดยวิธีนี้จะทำให้เราซื้อหุ้นได้ในราคาที่ไม่แพงเกินไป

การทำ New Low

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

ในการทำ New Low ก็ concept เดียวกันคือราคาต้องมีการปิดตัวตํ่ากว่าจุดทดสอบเส้นตรงก่อนหน้า โดยการทำ New Low หมายถึงการที่ราคาปิดตํ่ากว่าฐานราคาเก่า (จุดทดสอบก่อนทำ New Low) จากนั้นเราจึงเข้าขาย (sell) ในจุด sideway ช่วงถัดไป โดยจะทำให้เราขาย (sell) ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป

 

3) การตีเส้นแนวรับ แนวต้าน

วิธีนี้ต้องใช้ประสบการณ์พอสมควรเช่นเดียวกัน โดยวิธีนี้เป็นการลากเส้นแนวโน้มด้วยตัวเองหรือพูดง่ายๆก็คือ การลากเส้น Moving Average ด้วยตัวเอง แต่จะให้ผลที่ไวกว่า Moving Average ปกติมากเลยทีเดียว

แนวรับแนวต้านคืออะไร?

แนวรับคือเส้นที่ตามไปกับแนวโน้ม แนวต้านก็คือเส้นที่ขัดหรือตั้งอยู่เหนือแนวโน้ม

ตัวอย่างเส้นแนวรับ

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

ตัวอย่างเส้นแนวต้าน

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

การตีเส้นแนวรับ

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

จะเห็นได้ว่าการตีเส้นเองให้ผลเร็วกว่า รอเส้น EMA ตัดกัน จากภาพหากเรารอสัญญาณจาก EMA เราอาจจะต้องเข้าซื้อในช่วง sideway ถัดไป

การตีเส้นแนวต้าน

ดูหุ้น "ขึ้น" หรือ "ลง" ดูยังไง? 3 วิธีดูแนวโน้มหุ้น ด้วยกราฟเทคนิคอย่างง่าย

เส้นแนวต้านเป็นเส้นตรงกันข้ามกับแนวโน้ม โดยบ่งบอกว่าหากราคาทะลุแนวต้าน หมายถึงว่าราคาอาจจะไปต่อได้

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้ว Indicators อย่าง ADX หรือ MACD และตัวอื่นๆล่ะ ทำไมถึงไม่พูดถึง?

จากประสบการณ์ส่วนตัวผอมมองว่า Indicators สองตัวนี้ส่งสัญญาณที่ค่อนข้างช้าอาจทำให้พลาดโอกาสในการทำไรในความเสี่ยงที่ตํ่า เพราะ เนื่องจากเราอาจจะเข้าไปเทรดในช่วงที่แนวโน้มเป็นช่วงพักตัวพอดี และอาจทำให้เราได้ Risk:Reward ที่ไม่คุ้มค่า แต่อย่างไรก็ตามหากมีคนใช้แล้วได้ผลก็มาสามารถแบ่งปันกันได้ครับ เสนอความคิดเห็นในคอมเมนต์กันได้เต็มที่เลย ว่าเห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร

สรุปอำลาก่อนจากซักหน่อย

การอ่านแนวโน้มนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากในมุมมองเชิงเทคนิคสำหรับผม เพราะการที่เราเกาะไปกับแนวโน้มได้เร็วเท่าไร เราจะยิ่งได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น มุมมองทั้งหมดข้างต้นที่ผมได้แบ่งปันเป็นมุมมองจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมมองว่าได้ผลจริงๆ 

และการที่ไม่ได้พูดถึงเทคนิคอื่นๆ หากพูดกันตามตรงคือผมไม่ได้ใช้ เพราะฉะนั้นบทความนี้ทำมาด้วยความหวังดีจริงๆ และอยากให้เทคนิคที่ผมคิดว่าได้ผลทำให้ทุกคนประสบผลสำเร็จในการเทรด ขอให้โชคดีในการเทรดและตั้งใจฝึกฝนครับ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องทำได้

อ่านแล้วคันมืออยากลองตีกราฟ กดได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างเลย ฟรี!!

https://www.finnomena.com/stock/setindex

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ