(เงินล้าน) เฟ้นหาหุ้นเติบโตในทศวรรษหน้า ... “ธุรกิจอะไรที่จะเติบโตในอีก 3-5 ปีต่อจากนี้”

การลงทุนในหุ้นนั้น สิ่งที่เราต้องติดตามเป็นอันดับแรก ก็คือ การมองหากิจการที่เติบโต กิจการใดก็ตามที่มีการเติบโต มักจะสะท้อนไปที่ราคาหุ้นที่จะขยับปรับตัวสูงขึ้นเสมอ

หากนักลงทุนต้องการมองหากิจการที่จะเติบโตในอีก 3-5 ปีต่อจากนี้ไป ต้องยอมรับว่า มันไม่ง่ายเลยที่จะประสบพบเจอกับกิจการเหล่านั้น และถ้าเราเจอ ในขณะที่ราคาหุ้นยังไม่แพงจนเกินไป เราก็ควรเก็บสะสมลงทุนเอาไว้ ไม่ใช่เพื่อจะขายทำกำไรวันนี้ พรุ่งนี้ แต่เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

แม้ในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ก็ยังมีกิจการที่เจริญงอกงามอยู่นั่นเอง เปรียบเสมือนกับทะเลทรายที่ยังคงมีต้นไม้บางชนิดเจริญเติบโตได้ เรามาดูกันดีกว่าว่า กิจการใดบ้างที่จะโตได้ในยามนี้ เอาแบบ 3-5 ปีต่อจากนี้ นายแว่นลงทุน ขอเล่าให้อ่านดังต่อไปนี้

(เงินล้าน) เฟ้นหาหุ้นเติบโตในทศวรรษหน้า ... “ธุรกิจอะไรที่จะเติบโตในอีก 3-5 ปีต่อจากนี้”

กิจการแรก … “กิจการเก็บหนี้”

แน่นอนที่สุดว่าในยามเศรษฐกิจไม่ดี คนที่มีหนี้สินอาจจะเริ่มผ่อนดอกเบี้ยไม่ไหว และเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ก็จะทำให้เกิดหนี้เสียออกมาเป็นจำนวนมาก โดยสัดส่วนหนี้ NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้นั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี และส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย

(เงินล้าน) เฟ้นหาหุ้นเติบโตในทศวรรษหน้า ... “ธุรกิจอะไรที่จะเติบโตในอีก 3-5 ปีต่อจากนี้”

(ภาพแสดง NPL ของประเทศไทย)

เราจะเห็นว่า การเติบโตของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เติบโตขึ้น สะท้อนจากหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 70-80% ต่อ GDP ประเทศ และนั่นทำให้เกิดธุรกิจซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มาบริหารจัดการต่อ

ธุรกิจดังกล่าวเรียกง่าย ๆ ว่า “ธุรกิจเก็บหนี้” จึงเติบโต และน่าติดตามอย่างยิ่ง ด้วยขนาดของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในประเทศไทยที่คาดว่าจะมีมูลค่าเป็นแสนล้าน ประกอบกับธนาคาร สถาบันการเงินใหญ่ ๆ ต้องการจะตัดหนี้ส่วนนี้ออกมาขาย เพราะกลัวว่ามาตรฐานด้านการธนาคารแบบใหม่จะทำให้การตั้งสำรองยากลำบากขึ้น ธุรกิจตามเก็บหนี้จึงน่าสนใจในห้วงเวลา 3-5 ปีข้างหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

ธุรกิจที่สอง … “ธุรกิจบริหารจัดการข้อมูลด้วย Big Data และ AI”

อีกไม่นานเราก็จะก้าวเข้าสู่ยุค 5G กันแล้ว สำหรับเทคโนโลยี 5G ต้องบอกเลยว่า ใครเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบกว่า เนื่องจากเทคโนโลยีนี้จะนำความเปลี่ยนแปลงระดับ “พลิกโลก” และจะสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่กว่ายุค 4G ที่กำลังจะถูกเปลี่ยนผ่านไปเร็ว ๆ นี้

สิ่งที่เห็น ๆ ว่าจะมาสำหรับยุค 5G ก็คือ การบริหารจัดการข้อมูลแบบ Big Data ด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ว่ากันว่า หากยุคใหม่ก้าวเข้ามาเต็มตัว การค้นหาข้อมูลอาจจะลดความสำคัญลง เนื่องจากอุปกรณ์ 5G จะรู้ดีกว่าคนที่ใช้มัน และวัตถุสิ่งของจะฉลาดกว่ามนุษย์ก็เป็นไปได้

ธุรกิจที่ทำข้อมูลด้านนี้ในประเทศไทยแม้จะมีน้อยแต่ก็ยังพอมีนะครับ หนึ่งในตัวอย่างที่ผมอยากจะหยิบยกให้พิจารณาก็คือ เทคโนโลยีการปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือช่องทางมือถือ หรือที่เรียกว่า Peer to peer lending (P2P Lending) ซึ่งหมายถึง การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลต่อบุคคล โดยผ่านระบบออนไลน์และไม่ผ่านตัวกลาง

หากเทคโนโลยีนี้เกิดขึ้น จะทำให้ตัวกลางหายไป และนั่นหมายความว่าต้นทุนการปล่อยกู้จะต่ำลง และถ้ามันแพร่หลายมากขึ้น มันอาจจะทำลายการปล่อยสินเชื่อแบบเก่า ๆ ก็เป็นไปได้

แต่การที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยฐานข้อมูล การประมวลผลลูกค้าที่แม่นยำ เพราะหากปล่อยสินเชื่อไปแล้วกลายเป็นหนี้สูญ ก็คงไม่ดีเป็นแน่แท้ กิจการที่ช่วยบริหารจัดการข้อมูลดังกล่าวย่อมได้รับผลประโยชน์จาก “เมกะเทรนด์” นี้อย่างแน่นอน

ข้อสรุป และข้อคิดก็คือ …

ตัวอย่างที่ยกมานั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของแนวคิดการมองหาหุ้นเติบโตในอีก 3-5 ปีข้างหน้า อะไรที่มีแววจะเติบโต นักลงทุนควรเข้าไปศึกษาไว้ก่อนไม่เสียหลาย เพื่อที่จะได้เท่าทันคนอื่น หากเราพบเจอก่อน ก็มีโอกาสที่จะทำกำไรได้ แต่ถ้าเราไม่ตื่นตัวในเรื่องเหล่านี้เราอาจจะ “ตกยุค” เอาแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะครับ

#นายแว่นลงทุน

ติดตามนายแว่นลงทุน ได้ที่เพจ https://www.facebook.com/NaiwaenTammada/


**สนใจลงทุนในพอร์ต RUNNING for Growth พอร์ตกองทุนรวมหุ้นซึ่งจัดโดยนายแว่นลงทุน คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเลย >>
https://www.finnomena.com/port/naiwaen