ถอดรหัสหาหุ้นเติบโต ... “สิ่งที่จะทำให้พอร์ตเล็กกลายเป็นพอร์ตใหญ่”

ในโลกของการลงทุนเต็มไปด้วยการตัดสินใจที่สำคัญที่อาจจะพลิกชีวิตเราให้ดิ่งเหว หรือทำให้ชีวิตการลงทุนของเราประสบความสำเร็จได้อย่างงามงดก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

สำหรับคนที่เข้ามาลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก อาจรู้สึกว่าไม่มีความหวังที่จะทำให้เม็ดเงินของเราเติบใหญ่ จนทำให้เรารู้สึกมั่นคงในอนาคต ยิ่งสภาพตลาดหุ้นทุกวันนี้ต้องบอกว่าเป็น “ท่ายาก”ของการลงทุนนับตั้งแต่กำเนิดเกิดขึ้นของตลาดหุ้นไทยเลยทีเดียว

ท่ามกลางความรู้สึกผิดหวัง สภาพตลาดไม่เป็นใจ มองไม่เห็นอนาคตว่าจะไปทางไหน แท้จริงแล้วช่วงจังหวะนี้อาจเป็นโอกาสสำคัญที่เกิดขึ้นไม่มากนัก การทำให้พอร์ตของเราเติบโตจะทำได้อย่างไรนั้น ให้นายแว่นลงทุนบอกเล่าให้ฟัง ดังต่อไปนี้

ประการแรก “มองหาหุ้นฝากชีวิตให้เจอเสียก่อน”

ในช่วงจังหวะที่หุ้นถูกลดราคาอย่างกระหน่ำซัมเมอร์เซลแบบนี้ สำหรับผมแล้วอาจเป็นจังหวะที่ดีในการเลือกหุ้นเพื่อลงทุนระยะยาวหน่อย และรอเก็บดอกผลคำใหญ่ขึ้นในปี หรือสองปีข้างหน้า

การเลือกหุ้นลงทุนระยะยาว เราต้องคิดว่าเรากำลังจะซื้อธุรกิจ ไม่ได้ซื้อหุ้น การคิดแบบนี้จะทำให้เรามองที่เนื้อธุรกิจล้วน ๆ โดยยังไม่คิดถึงราคาหุ้น ให้เราลองหาข้อดีข้อเสียของกิจการที่เราคิดจะลงทุน ทำการบ้าน หาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ต้องดูเมื่อเราคัดกิจการที่ดีมาแล้วก็คือ “ตัวผู้บริหาร” เพราะหากกิจการดี แต่ผู้บริหารคดโกง ก็จะทำให้เราล่มจมได้ง่าย ๆ ดังตัวอย่างที่เห็น ๆ กันมามากมาย ควรศึกษาไว้อย่าได้ซ้ำรอยเดิม

ที่จริงแล้ว … อันความสำเร็จนั้นมีหลายเส้นทาง การเลือกลงทุนหุ้นที่ใช่สำหรับเรา คือ หุ้นที่เรารู้จักมันดีพอ กิจการที่ดีมีอนาคต ถือ และลงทุนยาว ๆ จนกว่าดอกผลจะออกมาให้เราชื่นชมนั้น ถือเป็นหนึ่งเส้นทางที่เราต้องตัดสินใจเลือกอย่างเด็ดเดี่ยว และระหว่างทางเราจะเห็นหุ้นตัวอื่นขึ้น ในขณะที่หุ้นเรายังนิ่ง เราต้องไม่หวั่นไหว และเดินบนเส้นทางที่เราเลือกแล้วต่อไปให้ถึงที่สุด

ประการที่สอง “ประเมินมูลค่ากิจการออกมา”

เมื่อเราได้กิจการที่สนใจลงทุนแล้ว ที่จริงก็ควรจะคัดมาซักสองสามตัว เหมือนเราคัดเมล็ดพันธุ์ที่จะเริ่มต้นเพาะปลูก แล้วจงเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุด เอามาปลูกในพอร์ตของเรา … จากนั้นเราต้องประเมินมูลค่าที่แท้จริงออกมา

การประเมินมูลค่าหุ้นต้องบอกไว้ก่อนว่า มันเป็นเรื่อง dynamic หมายความว่า มันมีความไม่แน่นอนสูง และมูลค่าหุ้นก็ไม่ได้คงที่เสมอไป มีการเปลี่ยนแปลงไปมาตามสภาพธุรกิจที่เป็น ตามการเติบโตของกิจการ หรืออาจจะหดตัวลงในภาวะวิกฤติ

วิธีประเมินมูลค่าหุ้นที่ผมใช้ก็คือ ผมจะประเมินจากมูลค่าในอนาคต และไม่ได้คาดหวังว่ามันจะถูกต้องเต็มร้อย วิธีการก็ง่าย ๆ ประเมินจากพีอี และกำไรต่อหุ้นที่ควรจะเป็น แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในที่นี้นะครับ

ประการที่สาม “วางกลยุทธ์เพื่อลงทุนระยะยาว”

เมื่อเราคัดหุ้นมาได้แล้ว บางคนอาจเลือกไว้สองถึงสามตัวในพอร์ต หรือบางคนอาจเลือกแค่ “ตัวเดียว”หรือกิจการเดียว และลงทุนแบบมุ่งเน้น ก็ไม่ผิดอะไร จะกระจายความเสี่ยง หรือจะมุ่งเน้น ขึ้นอยู่กับความรู้ และความมั่นใจของนักลงทุนแต่ละคนนั่นเอง

กลยุทธ์ที่ใช้อาจกำหนดคร่าว ๆ ยกตัวอย่างเช่น ซื้อทีเดียว 1 แสนหุ้น หรือสะสมจนครบ 1 แสนหุ้น ในราคาที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย หรือราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่เราประเมินได้ สำหรับผมแล้ว มักจะทยอยสะสม เพราะการซื้อทีเดียวมีความเสี่ยงหากเราซื้อผิดราคาอาจต้องทนขาดทุนอย่างหนัก และมันส่งผลต่อสภาพจิตใจพอตัว

ข้อสรุปก็คือ … สำหรับคนที่คิดจะพลิกพอร์ตให้ใหญ่ ควรศึกษาและลงทุนระยะยาว กินคำใหญ่ดีกว่ากินคำเล็ก ๆ บ่อย ๆ และเกิดข้อผิดพลาดได้ เลือกหุ้นให้ดีก่อนตัดสินใจ ประเมินมูลค่ามันออกมา วางกลยุทธ์ที่จะซื้อ และอดทนรอคอยความสำเร็จให้เป็นนะครับ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ