นักลงทุน หุ้นโตเร็ว Growth Investor

จากประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทยนั้น ต้องขอยืนยันว่าหุ้นที่โตเร็ว สิบเท่าในสิบปี มีอยู่มากมาย แต่หุ้นโตเร็วสิบเท่านั้นจะมาจากธุรกิจอะไรได้บ้าง สิ่งนี้คือ “การบ้าน” ข้อสำคัญของนักลงทุนหุ้นโตเร็ว ซึ่งถ้าคุณหามันเจอ มันจะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปตลอดกาลเลยทีเดียว

ถ้าหากคุณคิดจะเป็น นักลงทุนหุ้นโตเร็ว หรือ Growth Investor คุณต้องขยันหาหุ้น และลงทุนในหุ้นให้นานพอ อย่างน้อยควรลงทุนให้ครบ Cycle หรือรอบของธุรกิจ เพื่อจะได้เห็นความเป็นไปของกิจการได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนที่มีเป้าหมายจะมองหาหุ้นสิบเด้ง หรือโตสิบเท่า แต่หุ้นสิบเด้งจะมาจากกิจการอะไรได้บ้างติดตามกันดีกว่าครับ

กิจการแรก “กิจการเติบโตตามเมกะเทรนด์”

กิจการที่เติบโตได้ตามเมกะเทรนด์มีโอกาสจะเป็นหุ้นสิบเด้ง แต่ทว่า หุ้นที่จะกลายเป็นหุ้นสิบเด้งตัวจริงอาจมีไม่มาก หรือบางกิจการมีเพียงหนึ่งเดียวคือต้องเป็น “ผู้ชนะ” เท่านั้น หุ้นแบบนี้มีตัวอย่างให้เห็นกันในอดีตอันไดแก่ Cpall หรือร้านค้าปลีก 7-11 ใครซื้อหุ้นตัวนี้ไว้ราวสิบปีที่ผ่านมา start ตั้งแต่ 7 บาท จนปัจจุบันกลายเป็น 60 กว่าบาท ไม่นับได้หุ้นเพิ่มจากปันผลเป็นหุ้นอีกด้วย ซื้อไว้ล้านหุ้น 7 ล้านบาท มันจะกลายเป็น 100 กว่าล้านแบบชิวๆ

ตัวอย่างของหุ้นที่โตตามเมกะเทรนด์อีกตัวที่ขอกล่าวถึงก็คือ “หุ้นโรงพยาบาล” หุ้นโรงพยาบาลกรุงเทพฯ เติบโตจาก 6 บาทกว่ากลายเป็น 180 บาท และแตกพาร์จนเหลือ 22 บาทกว่า ใครซื้อหุ้นตัวนี้ไว้ 1 ล้านหุ้นใช้เงิน 6 ล้านกว่าบาท มาปัจจุบันจะมีเงินราว 200 กว่าล้านเท่านั้นเองฮะ!

จะเห็นได้ว่ากิจการที่เติบโตตามเมกะเทรนด์นั้นสามารถทำให้หุ้นขึ้นสิบเด้งได้ไม่ยากเย็น แต่คนที่จะถือ และรออย่างอดทนมีน้อยมากๆ ความสำเร็จบางครั้งก็เลือกเจ้าของเหมือนกัน

กิจการที่สอง “กิจการที่พลิกฟื้นกลับมากำไร หรือ Turn Around”

หุ้นที่มีแววจะกลายเป็นหุ้นสิบเด้ง ในเวลาอันรวดเร็ว คือ หุ้นประเภทกิจการที่พลิกฟื้นกลับมากำไร หรือ Turn Around กลับมาได้อีกครั้ง แต่การลงทุนในหุ้นพวกนี้จะมีความเสี่ยงสูง ต้องคอยติดตามตลอดเวลาจะมานั่งชิวๆ รอจนหุ้นค่อยๆ โตเหมือนกิจการประเภทแรกเพียงอย่างเดียวไม่ได้อย่างแน่นอน

หุ้นพลิกฟื้นนั้นออกหน้าไพ่ได้สองแบบ คือ “เจ๊ง” ไม่ก็ “รุ่ง” ไปเลย ลองนึกภาพนกป่วยที่บาดเจ็บแล้วมีคนเก็บมารักษาเลี้ยงดูป้อนน้ำป้อนข้าว ถ้ามันรอด มันก็จะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอันสดใสได้อีกครั้ง ในทางกลับกันถ้ามันไม่รอด ก็ตายไปเลย และนั่นคือคุณลักษณะของหุ้นพลิกฟื้นเฉกเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างหุ้นที่พลิกจากขาดทุนกลับมาเป็นบวกแล้วพุ่งทะยาน กลายเป็นหุ้นหลายเด้ง ผมขอยกตัวอย่างเร็วๆ นี้ (ปลายปี 2559) ก็คือ หุ้น ESSO ที่ทำธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน แต่เดิมที่เคยขาดทุนเนื่องจากค่าการกลั่นลดลงอย่างมากในช่วงราคาน้ำมันตกต่ำ ในปัจจุบันค่าการกลั่นกลับมาเป็นบวก และบวกแรง ทำให้ราคาหุ้นทะยานพลิกฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

กิจการที่สาม “กิจการที่เป็นวัฏจักร”

กิจการที่เป็นวัฏจักรนั้นก็สามารถกลายเป็นหุ้นสิบเด้งได้เหมือนกัน หุ้นโภคภัณฑ์ หรือหุ้นวัฏจักร หลายๆ ตัวเด้งแรกเมื่อวัฏจักรขาขึ้นกลับมา บางตัวเด้งทีเดียว 4-5 เท่าภายในเวลาสั้นๆ บางตัวเด้งกว่า 10 เท่า ภายในเวลา 1-2 ปีก็มีให้เห็นอย่างมากมาย

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของหุ้นวัฏจักรคงหนีไม่พ้น “หุ้นยางพารา” หุ้นตัวนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันขึ้นลงตามราคายางพารา ในตอนที่ยางพาราตกต่ำเหลือเพียง 30 บาทต่อกิโลกรัมหุ้นก็ตกเหลือแค่ 9-10 บาทต่อหุ้น และเมื่อราคายางกลับมาจนในปีนี้ (ปลายปี 2559) ราคายางขึ้นมากว่า 70-80 บาทต่อกิโลกรัม ราคาหุ้นยางพาราก็ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หุ้นโภคภัณฑ์หลายๆ ตัวในช่วงนี้ก็ปรับตัวขึ้นมาเป็นแถว ไม่ว่าจะเป็น หุ้นน้ำมันปาล์ม หุ้นเหล็ก หุ้นน้ำตาล หุ้นส่งออกข้าว เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการลงทุนหุ้นโภคภัณฑ์ไม่ได้ให้แต่ประสบการณ์ที่ดีเพียงอย่างเดียว หุ้นประเภทนี้ยังให้ประสบการณ์เจ็บปวด ถ้าเราลงทุนผิดจังหวะ จังหวะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงสุด ทุกอย่างดูดี บางครั้งก็ต้องหลีกเลี่ยง เพราะเวลามันลง จะลงเร็ว และแรงเหมือนตอนขาขึ้น

หุ้นสิบเด้ง หรือ หุ้นสิบเท่านั้น ที่จริงแล้วมีอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่นักลงทุนหุ้นโตเร็ว หาหุ้นสิบเท่า ในสิบปีจะเจอมันหรือไม่ ถ้าเจอแล้วจะกล้าลงทุน และปล่อยให้มันเติบโตสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตเรามากน้อยแค่ไหน ถ้าเราจับถูกตัวเพียงครั้งเดียว และกล้าลงทุนในปริมาณที่มากพอ โอกาสประสบความสำเร็จย่อมเป็นไปได้เสมอครับ