ย้อนกลับ
ขาย
MEVT
หุ้นอินเดีย
30 มิ.ย. 69
สรุปความเห็น

อัปเดตล่าสุด 30 มิ.ย. 69

แนะนำ "ขาย" หุ้นอินเดีย เพราะการพลาดกระแส AI Rally และเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้างพร้อมกันในหลายมิติ

MEVT Call แนะนำ Stop Loss หุ้นอินเดียในกองทุน B-BHARATA และ TISCOINA-A เนื่องจากตลาดได้รับปัจจัยเชิงลบในหลายมิติพร้อมกัน ทั้งพลาดกระแส AI Rally เจอความเสี่ยงจากสภาพอากาศ และธนาคารกลางอินเดียมีพื้นที่จำกัด ในการลดดอกเบี้ย


Executive Summary

  • อินเดียพลาดกระแส AI Rally และเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง โดยประเมินว่าตลาดหุ้นอินเดียขาดปัจจัยหนุนใหม่ที่จะผลักดัน Upside ขณะที่ปัจจัยเชิงลบทั้งด้านกระแสเงินทุน นโยบายการเงิน และความเสี่ยงจากสภาพอากาศเอลนีโญที่จะกดดันภาคการผลิตและการเกษตร จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นต่อเนื่อง
  • คำแนะนำ: Cut Loss กองทุน B-BHARATA และ TISCOINA-A


finnomena-opportunity-hub

เปรียบเทียบกลุ่มเทคโนโลยีอินเดียและกลุ่มเทคโนโลยีโลก

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 18/06/2026


ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอินเดียเผชิญแรงกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งในเชิงโครงสร้างและวัฏจักร โดยเฉพาะการที่อินเดียไม่สามารถคว้าประโยชน์จากกระแส AI Rally ที่กำลังร้อนแรงทั่วโลก เนื่องจากได้รับเม็ดเงินลงทุนด้าน AI Applications เพียง 1.54 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับจีนที่ 1.32 แสนล้านดอลลาร์ และสหรัฐฯ ที่สูงถึง 7.57 แสนล้านดอลลาร์ สาเหตุสำคัญมาจากโครงสร้างภาค IT ของอินเดียที่กระจุกตัวอยู่ใน IT Services ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงกระตุ้นจาก AI น้อยกว่ากลุ่ม Semiconductor และ Cloud Infrastructure ส่งผลให้ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีของอินเดีย Underperform ดัชนี MSCI World Information Technology อย่างมีนัยสำคัญ


finnomena-opportunity-hub

กระแสเงินทุนต่างชาติของอินเดีย

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 18/06/2026


นอกจากนั้น กระแสเงินทุนต่างชาติ (FII) ยังคงไหลออกต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติมองว่าตลาด EM อื่น ๆ มีความน่าสนใจสูงกว่าในเชิงเปรียบเทียบ


finnomena-opportunity-hub

การปรับประมาณการกำไรของกลุ่มการเงินในอินเดีย

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 18/06/2026


แม้ภาคธนาคารจะยังคงแข็งแกร่ง โดยสินเชื่อเติบโต 16.2% YoY และ Spread ปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุด แต่การปรับประมาณการกำไร (EPS Revision) ของกลุ่ม Financials ยังคงลดลงต่อเนื่อง ซึ่งมีนัยสำคัญต่อทิศทางของดัชนีโดยรวม เนื่องจากกลุ่ม Financials เป็น Key Sector ที่มีน้ำหนักในดัชนีสูงกว่า 30%


finnomena-opportunity-hub

ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในอินเดีย

Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 18/06/2026


ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาในช่วงครึ่งหลังของปีคือเอลนีโญ โดย NOAA ประเมินโอกาสสูงถึง 82% ที่จะพัฒนาขึ้นในช่วง พ.ค.–ก.ค. 2026 ซึ่งจะกดดันผลผลิตภาคเกษตรและผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะพุ่งแตะ 5.9% ในไตรมาสที่ 3


ด้านธนาคารกลางอินเดีย (RBI) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 5.25% ติดต่อกันเป็นการประชุมครั้งที่สาม พร้อมคงจุดยืนเป็นกลาง ท่ามกลางค่าเงินรูปีที่อ่อนค่าลง โดย RBI ปรับลดคาดการณ์ GDP ปีงบประมาณ 2569–2570 เหลือ 6.6% จากประมาณการเดิมที่ 6.9% โดยคาดว่าจะเติบโต 6.6% ในไตรมาสแรก ตามด้วย 6.3% ในไตรมาสสอง และ 6.5% และ 6.8% ในไตรมาสที่สามและสี่ตามลำดับ ขณะเดียวกัน RBI ยังปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อเฉลี่ยเป็น 5.1% จากประมาณการเดิม 4.6% โดยมีแรงหนุนหลักจากราคา LPG โลหะพื้นฐาน พลาสติก และยางที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาวะนี้ทำให้ RBI มีพื้นที่จำกัดในการลดดอกเบี้ย


MEVT Call ได้แนะนำเข้าลงทุนในหุ้นอินเดียเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2025 และคงคำแนะนำให้ "ถือ" เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา


ล่าสุดผลการดำเนินงานปรับตัวลดลง โดยนับตั้งแต่วันที่แนะนำจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2026 กองทุน B-BHARATA ปรับตัวลดลง -7.77% (ข้อมูล NAV ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2026) และกองทุน TISCOINA-A ปรับตัวลดลง -8.57% (ข้อมูล NAV ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2026) เนื่องจากตลาดได้รับปัจจัยเชิงลบในหลายมิติพร้อมกัน ทั้งการพลาดกระแสการลงทุนในกลุ่ม AI, กระแสเงินทุนต่างชาติ (FII) ที่ยังคงไหลออก, ความเสี่ยงจากภัยแล้งของปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังจะมาถึง รวมถึงธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ที่มีพื้นที่ในการลดดอกเบี้ยอย่างจำกัด ด้วยปัจจัยกดดันรอบด้านนี้ MEVT Call จึงแนะนำให้ Cut Loss (ตัดขาดทุน) ในกองทุน B-BHARATA และ TISCOINA-A


จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)

สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน




คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept Help Center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299


บริการที่ผู้ลงทุนได้รับผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. บริษัทได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) ในรูปแบบส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการจัดการ (Trailer Fee) ซึ่งรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมกองทุนรวมแล้ว โดยบริษัทไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ลงทุนโดยตรง ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่านผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC) ผู้แนะนำฯ จะแสดงตนและแจ้งสังกัดที่ให้บริการอย่างชัดเจน หากผู้แนะนำฯ มีสังกัดหลายแห่ง ซึ่งอาจทำให้ผู้แนะนำฯ ได้รับอัตราค่าตอบแทนแตกต่างกัน ผู้แนะนำฯ จะเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการตัดสินใจของท่าน
  2. ผู้ลงทุนที่ลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena จะสามารถลงทุนกองทุนรวมจากหลากหลายบริษัทจัดการกองทุนในที่เดียว พร้อมได้รับข้อมูลและคำแนะนำประกอบการตัดสินใจ เครื่องมือช่วยวางแผนและจัดพอร์ต การลงทุนตามเป้าหมายและระดับความเสี่ยง รวมถึงการอัปเดตข้อมูลกองทุน ข่าวสาร และการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอและเป็นปัจจุบัน