Finnomena Funds ภายใต้คำแนะนำลงทุน MEVT Call แนะนำซื้อกองทุน KT-JAPANALL-A ซึ่งลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นที่มีความยืดหยุ่นสูง เปิดรับหุ้นทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม
Executive Summary
- ตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งกระแสเงินทุนภายในประเทศที่เริ่มไหลเข้าตลาดทุนจากสัดส่วนเงินสดครัวเรือนที่ลดลง, วัฏจักรสินเชื่อที่แข็งแรงขึ้น, การปฏิรูป Corporate Governance ผ่าน Value-Up Program ที่หนุน Share Buyback และ EPS growth, ธีม AI CAPEX Boom ที่ดันยอดขายเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และการพลิกกลับของ Style Rotation จาก Value สู่ Growth
- คำแนะนำ: ซื้อกองทุน KT-JAPANALL-A (ซึ่งมีสัดส่วนหุ้น Growth เพิ่มขึ้นจาก ASP-NGF)
จากข้อมูลสินทรัพย์ทางการเงินของครัวเรือนญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 1980 พบว่าสัดส่วนเงินสดและเงินฝาก (Currency & Deposit) ซึ่งเคยครองส่วนแบ่งสูงสุดในพอร์ตของครัวเรือนญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.4% สะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการออมและการลงทุนของครัวเรือนญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ
แนวโน้มดังกล่าวบ่งชี้ว่าครัวเรือนญี่ปุ่นเริ่มทยอยปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินสด ไปสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นอย่างพันธบัตรและหุ้น ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อมั่นในตลาดทุนที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

Japan Household Financial assets and Individual Savings Account
Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 19/06/2026
อัตราการเติบโตของสินเชื่อธนาคารญี่ปุ่นทั้งระบบ (All Banks Loan Growth) ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4.99% YoY เร่งตัวขึ้นจากค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2023-2025 ที่ระดับราว 3.85% YoY โดยหากเทียบกับช่วงปี 2010-2018 ซึ่งอัตราการเติบโตของสินเชื่อทรงตัวอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.99% YoY สะท้อนว่าวัฏจักรสินเชื่อของญี่ปุ่นในปัจจุบันแข็งแรงกว่าช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นการเติบโตที่ต่อเนื่องนับตั้งแต่จุดต่ำสุดในช่วงวิกฤต COVID-19 ปี 2020-2021 ที่ผ่านมา

Japan (All Banks) Loan Growth
Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 05/06/2026
ญี่ปุ่นผลักดันแคมเปญ Value-Up Program เพื่อกดดันให้บริษัทจดทะเบียนบริหารจัดการเงินทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้มีการทำ Share Buyback (การซื้อหุ้นคืน) อย่างก้าวกระโดดในปี 2026 เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่อ EPS (Earnings Per Share) Growth และ ROE (Return On Equity) และไม่ได้พึ่งพาการเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียว

Topix 500 Index Announced Buybacks Programs
Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 15/06/2026
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับประโยชน์จากธีม AI CAPEX Boom โดยยอดขายเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของผู้ผลิตญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับราว 3.2B USD

Japan Semiconductor Manufacturing Equipment Billings
Source: Finnomena Funds, Macrobond as of 17/06/2026
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาเป็นตลาดที่หุ้นกลุ่ม Value สร้างผลตอบแทนเหนือกว่าหุ้นกลุ่ม Growth อย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วน MSCI Japan Growth Index ต่อ MSCI Japan Value Index ปรับตัวลดลงจากระดับสูงในช่วงต้นทศวรรษ 1990 จนแตะระดับต่ำสุดที่ปี 2026
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นมา แนวโน้มดังกล่าวเริ่มพลิกกลับอย่างชัดเจน โดยอัตราส่วนดังกล่าวปรับตัวขึ้นจากระดับ 0.14 สู่ 0.16 บ่งชี้ว่าหุ้นกลุ่ม Growth เริ่มกลับมา Outperform หุ้นกลุ่ม Value ได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานด้านความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ROE ของ MSCI Japan Growth Index อยู่ที่ระดับ 14.05% เทียบกับ MSCI Japan Value Index ที่เพียง 8.81% และมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง


MSCI Japan Value vs Growth (Price Comparison, ROE)
Source: Finnomena Funds, Bloomberg as of 18/06/2026
กองทุนแนะนำ
KT-JAPANALL-A มีสัดส่วนหุ้นกลุ่ม Growth เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของพอร์ต แต่ยังคงความเข้มงวดด้าน Valuation Discipline ทำให้มีสไตล์การลงทุนที่สมดุลมากขึ้นระหว่าง Growth และ Value
กองทุนหลักของ KT-JAPANALL-A คือ Fidelity Funds Japan Value Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นคุณค่าที่ราคาเหมาะสม (Value-aware) โดยคัดเลือกหุ้นที่ราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานเมื่อเทียบกับแนวโน้มกำไร กระแสเงินสด และงบการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนเหนือตลาด ทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูงในการเปิดรับหุ้นทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม รวมถึงหุ้นคุณค่านอกกรอบที่มีความเชื่อมั่นสูง โดยหลีกเลี่ยงหุ้นที่ราคาถูกแต่มีปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอ


Top 5 Holdings and Performance of KT-JAPANALL-A
Source: Finnomena Funds, Fidelity, Bloomberg as of 22/06/2026
ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
คำเตือน: กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ



