Mr.Messenger Call แนะนำกลับเข้าซื้อกองทุนหุ้นอินเดีย B-BHARATA และ TISCOINA-A หลังตลาดเริ่มคลายความกังวลกับสถานการณ์สงคราม และมองข้ามความผันผวนในระยะสั้น
คำแนะนำการลงทุนก่อนหน้านี้
อัปเดตมุมมองหุ้นอินเดีย
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) อินเดียประกาศตัวเลขล่าสุดฟื้นตัว สะท้อนคำสั่งซื้อใหม่ภาคเอกชนแข็งแกร่งขึ้น
- มีความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี อินเดีย–สหภาพยุโรป (India–EU FTA) ซึ่งเป็น Catalyst สำคัญ
- กระแสเงินทุนต่างชาติ (FII Flow) เริ่มกลับเข้าตลาดหุ้นอินเดีย หลังไหลออกต่อเนื่องหลายเดือน
- สถาบันวิเคราะห์หลายแห่งเริ่มหยุดปรับลดประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS Downgrade) ของบริษัทจดทะเบียนอินเดีย
- ภาพรวมตลาดหุ้นอินเดียเริ่มมีพัฒนาการเชิงบวกในเชิงพื้นฐาน โดยแรงกดดันด้านกำไรบริษัทจดทะเบียนเริ่มคลี่คลายจากการชะลอของ EPS Downgrade และมีโอกาสเห็นการปรับเพิ่มประมาณการในกลุ่มธนาคารตามการฟื้นตัวของ Credit Growth
- โครงสร้างประชากรวัยแรงงานขนาดใหญ่ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตระยะยาว
- ขณะที่ระดับ Valuation ตลาดแม้ไม่ถูกเมื่อเทียบ Emerging Markets อื่น แต่ยังถือว่าสมเหตุสมผลหากกำไรสามารถเร่งตัวได้ต่อเนื่อง
- ในเชิงเทคนิค การไหลกลับของเงินทุนต่างชาติช่วยลด Downside Risk ของดัชนี ภาพรวมจึงให้น้ำหนักเชิงบวกเล็กน้อย (Slightly Positive) และทยอยสะสมกองทุนหุ้นอินเดีย
- ดังนั้น จึงกองทุนแนะนำกองทุน B-BHARATA และ TISCOINA-A
รายละเอียดกองทุนที่แนะนำ
กองทุนรวมหุ้นอินเดีย ที่ลงทุนผ่านกองทุน RAMS Investment Unit Trust - India Equities Portfolio Fund II ซึ่งเน้นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศอินเดีย
ปัจจุบันกองทุน B-BHARATA มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน 52.87% ของเงินลงทุน
B-BHARATA Top Holding

Source: Fund Fact Sheet ของกองทุนหลักก B-BHARATA as of 31/07/2025
กองทุน TISCOINA-A ลงทุนในหุ้นอินเดียผ่าน 3 กองทุนหลักคือ
- Nomura Funds Ireland plc India Equity Fund ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Management คัดเลือกหุ้นด้วยวิธี Bottom-up พิจารณาจากพื้นฐานของหุ้นเป็นหลัก ประมาณ 25-30 ตัว จาก Universe ประมาณ 240 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดใหญ่
- FSSA Indian Subcontinent Fund ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Management คัดเลือกหุ้นด้วยวิธี Bottom-up คัดเลือกหุ้นที่ประกอบธุรกิจในอินเดีย, ศรีลังกา, ปากีสถาน และบังคลาเทศ โดยเน้นลงทุนประมาณ 50 ตัว กระจายลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
- Goldman Sachs India Equity Portfolio ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Management คัดเลือกหุ้นด้วยวิธี Bottom-up เลือกหุ้นประมาณ 70-100 ตัว จาก Universe ประมาณ 700 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก
ปัจจุบันกองทุน TISCOINA-A ไม่ได้มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
TISCOINA-A Top Holding

Source: Fund Fact Sheet ของกองทุน TISCOINA-A as of 31/07/2025
ดู Fund Fact Sheet กองทุนแนะนำ
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299



