รีวิวกองทุน ABGDD

กระบวนท่าการลงทุนแบบ “ห่านไข่ทองคำ” คือการนำเงินไปลงทุนกับสินทรัพย์พื้นฐานดีที่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาให้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในระยะยาว

สำหรับใครที่ชื่นชอบแนวคิดนี้ และกำลังมองหากองทุนที่สร้างกระแสเงินสด หรือ Passive Income ในระหว่างทางทุก ๆ เดือน บทความนี้จะพามารู้จักกับ ABGDD-R กองทุนที่ผสมผสานหุ้นเติบโตและหุ้นปันผลทั่วโลกไว้ด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

รีวิวกองทุน ABGDD

Highlight


รู้จักกองทุน ABGDD-R

ABGDD-R หรือ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล ไดนามิค ดีวิเด็น ฟันด์ – ชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ  จาก บลจ. อเบอร์ดีน เป็น feeder fund ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก abrdn SICAV I – Global Dynamic Dividend Fund 

นโยบายการลงทุน จะมุ่งเน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีรายได้และกำไรมั่นคง สามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอแม้ในสภาวะตลาดผันผวน โดยบริหารเชิงรุก (Active Management) คัดสรรหุ้นแบบ bottom-up และกระจายการลงทุนประมาณ 80-100 หลักทรัพย์ 

ความน่าสนใจก็คือกองทุนหลักนั้นมีประวัติการจ่ายปันผลในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา 5-7% ต่อปี และสามารถรักษา Drawdown ได้ต่ำกว่าหุ้นโลกสม่ำเสมอตั้งแต่จัดตั้งกองทุน

รายละเอียดอื่น ๆ ของ ABGDD-R 

  • ความเสี่ยงระดับ 6 กองทุนรวมตราสารทุน
  • มีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) 0%
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.87% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2.13% ต่อปี

ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 31/08/2023

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/

เจาะกลยุทธ์ Global Dynamic Dividend

ความแตกต่างของ ABGDD-R เมื่อเทียบกับกองทุนหุ้นปันผลและกองทุนหุ้นโลกอื่น ๆ นั่นคือกลยุทธ์ Global Dynamic Dividend การลงทุนที่ผสมผสานหุ้น Growth กับ Value ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งไม่ได้เน้นแค่หุ้นปันผลเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาวเพื่อสร้างกำไรจากส่วนต่างราคาด้วย

รีวิวกองทุน ABGDD

Source: Aberdeen Standard Investment as of 21/03/2023

โดยแบ่งพอร์ตการลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Core Portfolio สัดส่วน 95% และ Dividend Capture Sleeve สัดส่วน 5%

1. Core Portfolio ลงทุนระยะยาวในหุ้นเติบโตและหุ้นคุณค่าทั่วโลก

เป็นแกนหลักของพอร์ตประมาณ 95% ที่จะคัดสรรรหุ้นพื้นฐานดีทั้ง Growth และ Value แล้วถือลงทุนในระยะยาว เพื่อคาดหวังผลตอบแทนจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการจ่ายปันผลระหว่างทาง

2. Dividend Capture Sleeve ลงทุนระยะสั้นในหุ้นที่จ่ายปันผลพิเศษ

เป็นส่วนจับจังหวะตลาดประมาณ 5% ที่เฟ้นหาโอกาสจากหุ้นที่กำลังจะจ่ายปันผลระหว่างกาล หรือจ่ายปันผลพิเศษในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า ซึ่งมักให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าการจ่ายเงินปันผลประจำปี

การผสมกลยุทธ์แบบ Global Dynamic Dividend เป็นไฮไลท์ที่ทำให้กองทุนสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอท่ามกลางสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะเงินปันผลของกองทุนหลักนั้นมาจากเงินก้อนเล็ก ๆ ของ Dividend Capture Sleeve ถึง 55-70% ส่วน Core Portfolio ให้ปันผลสม่ำเสมอราว 30-45%  

เบื้องหลังของการทำงานนี้ต้องอาศัยฝีมือของทีมผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์กว่า 140 คนทั่วโลก เริ่มตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกหุ้นกว่า 13,000 ตัวให้เหลือ 4,000 ตัวที่พื้นฐานแข็งแกร่ง จากนั้นจึงหยิบเข้าพอร์ต 80-100 ตัว ด้วยการวิเคราะห์ Bottom Up รายบริษัท โดยต้องสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว ในขณะเดียวกันก็ต้องมองหาอีเวนต์พิเศษเพื่อรับเงินปันผลด้วย ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นข้อจำกัดของนักลงทุนรายย่อย เพราะต้องอาศัยทั้งแรงและเวลาในการติดตามหุ้นจำนวนเยอะ ๆ แบบใกล้ชิดติดขอบ

หุ้นในพอร์ตกองทุนมีอะไรบ้าง

กองทุนหลักของ ABGDD-R กระจายลงทุนในหลายประเทศ หลากภูมิภาค ไม่ได้กระจุกอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือธุรกิจไหนเป็นพิเศษ 

รีวิวกองทุน ABGDD

Source: Fund Fact Sheet abrdn Global Dynamic Dividend Fund as of 31/08/2023

สำหรับหุ้น Top Holdings ประกอบด้วย Apple, Microsoft, Alphabet, Broadcom, BE Semiconductor Industries, TJX, Engie, Williams, Lowes, Eli Lilly & Co ซึ่งกลุ่มบริษัทที่มีน้ำหนักมากที่สุด 10 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วนรวมกันเพียง 20.2% ของพอร์ตการลงทุน 

รีวิวกองทุน ABGDD

Source: Fund Fact Sheet abrdn Global Dynamic Dividend Fund as of 31/08/2023

คราวนี้มาดูในแง่ของประเทศที่ไปลงทุนบ้าง แม้ว่าส่วนใหญ่ยังคงเป็นสหรัฐฯ แต่ก็มีประเทศอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นยุโรป ได้แก่ อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี อีกทั้งยังมีการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เช่น จีน และบราซิล ถือเป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยเห็นใน Global Equity Fund อื่น ๆ 

แสดงให้เห็นว่า ABGDD-R เป็นกองทุนสาย Asset Allocation โดยแท้จริง
เน้นกระจายมากกว่ากระจุกในอุตสาหกรรมหรือภูมิภาคไหนเป็นพิเศษ
พร้อมทั้งยังผสมผสานไปด้วยหุ้นเติบโต หุ้นคุณค่า และหุ้นปันผล

ผลตอบแทนย้อนหลังแข็งแกร่งแค่ไหน

รีวิวกองทุน ABGDD

Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 28/08/2023

ผลตอบแทนรวมตั้งแต่จัดตั้งของกองทุนหลัก abrdn SICAV I – Global Dynamic Dividend Fund เทียบกับดัชนีหุ้นโลก MSCI AWCI Total Return พบว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงและเคลื่อนไหวสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

รีวิวกองทุน ABGDD

Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 28/08/2023

แต่จุดที่เป็นเสน่ห์ของ ABGDD-R คือการจ่ายกระแสเงินสดได้มากกว่า 5% ต่อปี และเฉลี่ยจ่ายออกมาให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสม่ำเสมอในทุก ๆ เดือน นับว่าเป็นหนึ่งในกองทุนที่มีเสถียรภาพพอสมควร

เปรียบเสมือนการเลี้ยงห่านที่ออกไข่เป็นทองคำ
สามารถเก็บกินดอกผลเป็น Passive Income ไปยาว ๆ

สรุปจุดเด่นของกองทุน ABGDD-R

1. แตกต่างด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบ Global Dynamic Dividend ทำให้พอร์ตมีความยืดหยุ่น สามารถสร้างกระแสเงินสดได้เหมือนกองทุนปันผล แต่ก็ไม่ละทิ้งหุ้นที่เติบโตในระยะยาวเพื่อลุ้น capital gain

2. เป็นชนิดหน่วยลงทุนแบบ Auto-redemption ที่จ่ายกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอทุกเดือน โดยการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย 10% เหมือนกองทุนปันผล  

3. กระจายการลงทุนทั่วโลกพร้อมกันทั้ง Developed Market และ Emerging Market ช่วยให้มีเสถียรภาพในระยะยาว ถือแล้วสบายใจได้มากกว่ากองทุนหุ้นโลกอื่น ๆ

กองทุน ABGDD-R เหมาะกับใคร

ชัดเจนเลยว่า ABGDD-R เป็นกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อคนที่มีเป้าหมายได้รับผลตอบแทนรายเดือน โดยไม่ต้องการเสียภาษีจากเงินลงทุน และชื่นชอบในแนวคิด Asset Allocation ไปกับหุ้นทั่วโลก อาทิ คนที่ต้องการสร้าง Passive Income, คนวัยเกษียณ เป็นต้น 

นอกจากนี้ นักลงทุนต้องสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนแบบ Active ที่มีการคัดเลือกหุ้นต่างประเทศด้วยแนวคิดและประสบการณ์ของผู้จัดการกองทุน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีความผันผวนบ้างในบางจังหวะเวลา

อย่างไรก็ดี หากใครชื่นชอบคอนเซ็ปต์การลงทุนแบบนี้ แต่มีจุดมุ่งหมายที่เน้นมูลค่าเติบโตแบบทบต้น หรือต้องการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีด้วย ทาง บลจ. อเบอร์ดีน เองก็มีกองทุน ABGDD ชนิดหน่วยลงทุนอื่นให้เลือก ได้แก่  

  • ABGDD-A: ชนิดสะสมมูลค่า เหมาะสำหรับคนที่เน้นการเติบโตของพอร์ตในระยะยาว
  • ABGDD-SSF: ชนิดเพื่อการออมระยะยาว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษี 

*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต*

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/


แหล่งข้อมูล

คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน SSF และ RMF | กองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ