อยากลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End ลงทุนกองทุนไหนได้บ้าง?

เชื่อว่าสาวกแบรนด์ Hi-End บางท่านคงต้องเคยมีความคิดที่อยากจะลงทุนในหุ้นของบริษัทเหล่านั้นกันบ้างแหละ แต่จะให้ลงทุนในหุ้นรายตัวไปเลยก็จะดูยุ่งยากไปสักนิด แถมราคาหุ้นแต่ละตัวก็ไม่ใช่จะถูก ๆ แต่ก็อย่าเพิ่งรีบถอดใจกันไปก่อนเพราะเราสามารถลงทุนหุ้นเหล่านั้นผ่านกองทุนรวมได้ สำหรับบทความนี้จึงได้รวบรวมกองทุนที่สัดส่วนลงทุนในบริษัทผู้ผลิตกระเป๋าแบรนด์ Hi-End ต่าง ๆ จะมีกองทุนไหนบ้าง ติดตามกันได้เลย!

มูลค่ากระเป๋า Hi-End Brand เพิ่มขึ้นทุกปีจริงหรือ?

หากใครที่เป็นสาวกแบรนด์ Hi-End ก็คงจะได้ยินกันมาบ้างว่ากระเป๋าของแบรนด์เหล่านี้เนี่ย ยิ่งนานวันเข้ามูลค่าของมันยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ (เฉพาะบางรุ่น) แต่มันปรับขึ้นแค่ไหนกันเชียวละ? เราเลยเก็บข้อมูลมาว่ามูลค่ากระเป๋าของแบรนด์ Hi-End แต่ละแบรนด์มีการปรับตัวขึ้นเท่าไรกันบ้าง (อาจจะมีคลาดเคลื่อนไปบ้างนะ)

อยากลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End ลงทุนกองทุนไหนได้บ้าง?

ทำความรู้จักกับ LVMH และ Kering สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Luxury Brand

อยากลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End ลงทุนกองทุนไหนได้บ้าง?

LVMH Moet Hennessy Louis Vuitton — เป็นบริษัท Global Luxury Group สัญชาติฝรั่งเศส โดยดำเนินธุรกิจทั้งหมด 6 ประเภทผ่านแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือของ LVMH ซึ่งได้แก่

  1. Wines & Spirits — แบรนด์ในเครือ เช่น Moët & Chandon, Krug, Veuve Clicquot, Hennessy และ Château d’Yquem
  2. Fashion & Leather Goods — แบรนด์ในเครือ เช่น Louis Vuitton, Christian Dior and Givenchy
  3. Perfumes & Cosmetics — แบรนด์ในเครือ เช่น Parfums Christian Dior, Givenchy Parfums, Kenzo Parfums, Benefit Cosmetics, Marc Jacobs Beauty, Fresh และ Make Up For Ever
  4. Watches & Jewelry — แบรนด์ในเครือ ได้แก่ Tiffany & Co., TAG Heuer, Hublot, Zenith, Bvlgari, Chaumet และ Fred
  5. Selective Retailing — แบรนด์ในเครือ ได้แก่ DFS, Starboard Cruise Services, Sephora, La Grande Epicerie de Paris และ Le Bon Marche Rive Gauche
  6. Other activities (Lifestyle, Culture และ Art Brands) — แบรนด์ในเครือ เช่น Les Echos, Cova และ Cheval Blanc

Kering — เป็นบริษัท Global Luxury Group สัญชาติฝรั่งเศส ดำเนินธุรกิจด้านการออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่าย เครื่องแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็น รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ รวมไปถึงน้ำหอมและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผ่านแบรนด์ในเครือซึ่งได้แก่ Gucci, Saint Laurent, Bottega Veneta, Balenciaga, Alexander McQueen, Brioni, Boucheron, Pomellato, DoDo, Qeelin, Ulysse Nardin, Girard-Perregaux และ Kering Eyewear

อยากลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End ลงทุนกองทุนไหนได้บ้าง?

Largest luxury goods companies by market cap (ข้อมูล ณ วันที่ 19/04/2021)

ที่มา: https://companiesmarketcap.com/

อยากลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End ลงทุนกองทุนไหนได้บ้าง?

T-PREMIUM BRAND

กองทุน T-PREMIUM BRAND หรือ Thanachart Premium Brand Fund จากบลจ.ธนชาต มี
นโยบายลงทุนในกองทุน PICTET FUNDS (LUX) – PREMIUM BRANDS เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) เพียงกองทุนเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีตั้งแต่ร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุน T-PREMIUM BRAND จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 7

สำหรับกองทุน PICTET FUNDS (LUX) – PREMIUM BRANDS ที่เป็นกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ลงทุนเพื่อแสวงหาการเติบโตของเงินลงทุนโดยไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยจะเน้นลงทุนในตราสารทุนหรือหลักทรัพย์ของบริษัทที่จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจสินค้าหรือบริการที่มีการวางตำแหน่งสินค้าหรือบริการอยู่ในระดับบน (premium brand sectors) ซึ่งสินค้าหรือบริการเหล่านี้เป็นสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพสูง โดยบริษัทหรือกิจการดังกล่าวได้รับประโยชน์ทางการตลาดหรือมีความได้เปรียบในการแข่งขัน

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)

สัดส่วนการลงทุนในหุ้นแบรนด์ Hi-End ของกองทุน T-PREMIUM BRAND

อยากลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End ลงทุนกองทุนไหนได้บ้าง?

  • LVMH Moet Hennessy Louis Vuitton (4.95%) 
  • Kering (4.11%)

หมายเหตุ: ข้อมูลจาก PICTET FUNDS (LUX) – PREMIUM BRANDS Fund Factsheet ณ วันที่ 31/03/2021

ความเสี่ยงของกองทุน T-PREMIUM BRAND

กองทุน T-PREMIUM BRAND จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงระดับ 6 โดยมีปัจจัยความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD): 15-25%
  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว
    • ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม: 20-50% โดยมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรม Luxury
    • ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่ง: >80% โดยมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา

ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของกองทุน T-PREMIUM BRAND

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.605%
  • ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.070%
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม: 2.101%

เงินลงทุนขั้นต่ำของกองทุน T-PREMIUM BRAND

  • มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท
  • มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ONE-UGG-RA

กองทุน ONE-UGG-RA หรือ One Ultimate Global Growth Fund Class RA  จากบลจ.วรรณ (ONEAM) มีนโยบายลงทุนในกองทุน Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund Class B เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) เพียงกองทุนเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุน ONE-UGG-RA จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

สำหรับกองทุน Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund Class B ที่เป็นกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนทั่วโลกเพื่อสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งในระยะยาวโดยใช้กระบวนการคัดเลือกหุ้นเพื่อลงทุนด้วยวิธีการวิเคราะห์แบบ Bottom-up ลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสเติบโตโดดเด่น มีความสามารถในการแข่งขันในปัจจุบันเหนือคู่แข่งแต่ละประเภทธุรกิจ โดยพิจารณาคัดเลือกหุ้นรายตัวจำนวน 30 ถึง 60 ตัวจากทีมผู้จัดการกองทุน

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)

สัดส่วนการลงทุนในหุ้นแบรนด์ Hi-End ของกองทุน ONE-UGG-RA

อยากลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End ลงทุนกองทุนไหนได้บ้าง?

  • Kering (3.62%) 
  • Hermès International (1.40%) 

หมายเหตุ: ข้อมูลจาก https://www.bailliegifford.com/en/usa/professional-investor/funds/baillie-gifford-long-term-global-growth-fund/ ณ วันที่ 31/03/2021

ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุน ONE-UGG-RA

กองทุน ONE-UGG-RA จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงระดับ 6 โดยมีปัจจัยความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD): 15-25%
  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว
    • ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม: 20-50% โดยมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรม Luxury
    • ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่ง: >80% โดยมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา

ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของกองทุน ONE-UGG-RA

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.712%
  • ค่าธรรมเนียมการขายและ switching-in: 1.605%
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม: 2.2791%
nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

เงินลงทุนขั้นต่ำของกองทุน ONE-UGG-RA

  • มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท
  • มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

I-CHIC

กองทุน I-CHIC หรือ MFC International CHIC Fund จากบลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) มีนโยบายลงทุนในกองทุน Dominion Global Trends – Luxury Consumer Fund เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) เพียงกองทุนเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุน I-CHIC จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

สำหรับกองทุน Dominion Global Trends – Luxury Consumer Fund ที่เป็นกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีเครื่องหมายการค้า (brand name) ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management)

สัดส่วนการลงทุนในหุ้นแบรนด์ Hi-End ของกองทุน I-CHIC

อยากลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End ลงทุนกองทุนไหนได้บ้าง?

  • Kering (4.93%)
  • Hermès International (4.67%)
  • LVMH Moet Hennessy Louis Vuitton (3.99%)

หมายเหตุ: ข้อมูลจาก Dominion Global Trends Luxury Consumer Fund Factsheet ณ วันที่ 31/03/2021

ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุน I-CHIC

กองทุน I-CHIC จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงระดับ 6 โดยมีปัจจัยความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD): 10-15% (ย้อนหลัง 5 ปี)
  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของกองทุน I-CHIC

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.605%
  • ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.00%
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม: 2.2852%

เงินลงทุนขั้นต่ำของกองทุน I-CHIC

  • มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 10,000 บาท
  • มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

SCBEUEQ

กองทุน SCBEUEQ หรือ SCB European Equity Fund จากบลจ.ไทยพาณิชย์ (SCB) มีนโยบายลงทุนในกองทุน iShares STOXX Europe 600 (DE) เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) เพียงกองทุนเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีตั้งแต่ร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุน SCBEUEQ จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

สำหรับกองทุน iShares STOXX Europe 600 (DE) ที่เป็นกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี STOXX Europe 600 เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี STOXX Europe 600 

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนี (Passive Management)

สัดส่วนการลงทุนในหุ้นแบรนด์ Hi-End ของกองทุน SCBEUEQ

อยากลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End ลงทุนกองทุนไหนได้บ้าง?

  • LVMH Moet Hennessy Louis Vuitton (1.71%)
  • Kering (0.48%)
  • Hermès International (0.37%)

หมายเหตุ: ข้อมูลจาก https://www.ishares.com/ch/individual/en/products/251931/ishares-stoxx-europe-600-ucits-etf-de-fund ณ วันที่ 16/04/2021

ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุน SCBEUEQ

กองทุน SCBEUEQ จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงระดับ 6 โดยมีปัจจัยความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD): 15-25%
  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด
  • ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว
    • ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม: น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20%
    • ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่ง: 20-50% โดยมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหราชอาณาจักร

ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของกองทุน SCBEUEQ

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ: 1.00%
  • ค่าธรรมเนียมการขาย: 0.50%
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม: 1.11%

เงินลงทุนขั้นต่ำของกองทุน SCBEUEQ

  • มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท
  • มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

หากผู้ใดสนใจกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในแบรนด์กระเป๋า Hi-End (Luxury Brand) ทั้ง 4 กองทุนนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนกองทุน หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก

ส่วนผู้ที่ศึกษาข้อมูลของกองทุนโดยละเอียดแล้วและพร้อมที่เติบโตไปกับกองทุนเหล่านี้ก็สามารถเปิดบัญชีกับ FINNOMENA เพื่อเริ่มลงทุนได้เลย

— planet 46. 

อ้างอิง

คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม  จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน