อนาคตตลาดหุ้นโลก: Volatility is the new normal

ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน มันเกิดความขัดแย้งสำคัญของตลาดหุ้นอยู่สองอย่าง

1. พื้นฐานแย่ – Fundamental ปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้นถึงกลางเรียกได้ว่าแย่ถึงแย่มาก ๆ

ภาคธุรกิจประสบปัญหาจาก Covid-19 คนตกงานพุ่งสูง รายได้ธุรกิจหดหาย สภาพคล่องติดขัด หลายบริษัทลุยต่อไม่ไหวต้องเข้ากระบวนการล้มละลาย รัฐบาลหนี้ท่วม ธนาคารกลางปั๊มเงินไม่อั้น คลังอัดฉีดไม่อั้น เพื้อยื้อเศรษฐกิจไม่ให้พัง

แต่ในอีกด้าน

2. เงินต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ย – Fund Flow ของเงินจำนวนมากกำลังหาที่พักเงินใหม่

สาเหตุจากการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยิงกระสุนเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็นการลดดอกเบี้ยไปถึงระดับติดลบ การอัดฉีด QE ปริมาณมหาศาลเข้าระบบเศรษฐกิจ

เมื่อคนกลัว เงินจะไหลจากที่เสี่ยงสูงไป ที่เสี่ยงต่ำ (Minimize Risk)
เมื่อคนกล้า เงินจะไหลจากที่ผลตอบแทนต่ำ ไปที่ผลตอบแทนสูง (Maximize Return)

ปัญหาสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลกที่เรากำลังจะเจอคือ อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ คำถามสำคัญคือ ใครจะได้รับผลกระทบในแง่ลบ จากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำระดับนี้บ้าง..?

1. อันดับแรกเลย Pension Fund

เหล่ากองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั่วโลก ถือพันธบัตรรัฐบาลจำนวนมาก ด้วยเหตุผลที่ว่าความเสี่ยงต่ำ ปลอดภัย แต่พอดอกเบี้ยลงต่ำถึงขั้นติดลบ การถือพันธบัตรระยะยาว ในยุค Aging Society ก็คือระเบิดเวลาดี ๆ นี่เอง

กองทุนเหล่านี้จะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ ตาม Aging Society ที่คนสูงอายุเพิ่มมากขึ้น ๆ และกลับจะมีรายได้น้อยลง จากคนวัยทำงานที่ลดลง ๆ จากอัตราการเกิดที่ต่ำ การถือพันธบัตรที่ผลตอบแทนติดลบ คือการเอาเงินไปฝากไว้ที่ที่เงินจะหดตัวลงเรื่อย ๆ ทุกปี ๆ กลุ่ม Pension Fund เหล่านี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง “ล้มละลาย” ในวันหนึ่ง ถ้าไม่ย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น

2. ถัดมาธุรกิจประกัน

เช่นกันกับกลุ่ม Pension Fund บริษัทประกันเหล่านี้เอาเงินไปวางในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตร นั่นแปลว่าผลตอบแทนของเงินลงทุนจะน้อยลง ๆ เรื่อย ๆ บริษัทประกันจะต้องเพิ่มเบี้ยประกันเรื่อย ๆ หรือไม่ก็จะต้องย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่มากขึ้น เพื่อหวังให้ผลตอบแทนสูงขึ้น จะได้ไม่ต้องไปขึ้นเบี้ยประกันแทน

3. ถัดมาก็กลุ่มกองทุนตราสารหนี้ต่าง ๆ

ก็จะต้องรับกับผลตอบแทนที่ต่ำลง ๆ เรื่อย ๆ

พูดง่าย ๆ ว่าตอนนี้คุณต้องเลือก ว่าจะ

(A) วางเงินที่สินทรัพย์ปลอดภัย แต่ผลตอบแทนติดลบเล็กน้อย หรือ

(B) จะวางเงินในสินทรัพย์เสี่ยง ที่ผลตอบแทนอาจจะกำไรระเบิด หรือขาดทุนกระจายก็ได้

ถ้าเจ้าของเงินส่วนใหญ่ เลือก “ความปลอดภัย” ตลาดหุ้นหลังจากนี้ก็จะวิ่งยากหน่อย เงินจะจอดนิ่ง ๆ อยู่ในตลาดตราสารหนี้ อย่างพันธบัตร หรือหุ้นกู้เอกชน

แต่ถ้าเจ้าของเงินส่วนใหญ่ เลือก “ผลตอบแทน” ตลาดหุ้นหลังจากนี้อาจจะวิ่งฉิว

วิ่งฉิว ทั้ง ๆ ที่ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจโลกกำลังเลวร้ายเนี่ยนะ..!!

ใช่ครับ ถ้าคนบ้าคลั่งเทเงินไหลเข้าตลาดหุ้นจริง ๆ แล้ว ตลาดหุ้นอาจจะวิ่งทำ New All Time High ก็มีความเป็นไปได้

แต่นั่นไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจฟื้นแล้ว

แต่สาเหตุเป็นเพราะ เจ้าของเงิน ทนวางเงินในตลาดตราสารหนี้ที่ผลตอบแทนต่ำเตี้ยติดดินไม่ไหว โดนบีบ ให้ต้องโยกเงินมาลงในตราสารทุนอย่างตลาดหุ้นแทน

คิดในทาง Fundamental แล้ว บริษัทจดทะเบียนกำไรลดลง ๆ เรื่อย ๆ เพราะภาวะเศรษฐกิจ.. แต่ถ้าตลาดหุ้นวิ่งขึ้นเรื่อย ๆ PE ตลาดจะพุ่งขึ้นแรงกว่า

PE อนาคตอาจจะไปถึงระดับ 30-50 เป็นเรื่องธรรมดา ลองดู PE ของตลาด Bombay Stock Exchange ช่วงก่อน Covid ดูเป็นตัวอย่างครับ (ดูภาพ) PE เกือบแตะ 30 นั่นคือช่วงกำไรตลาดยังเป็นปกตินะครับ

อนาคตตลาดหุ้นโลก: Volatility is the new normal

นั่นแปลว่า โลกในอนาคต ตลาดหุ้นอาจจะไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐานอีกต่อไปแล้ว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปริมาณเงิน เพราะเงินปริมาณมากในโลก จำเป็นต้องมีที่พักเงินที่ให้ผลตอบแทนที่ดีพอให้พวกเขาอยู่ได้

คิดถึงเหล่า Pension Fund กับบริษัทประกันไว้ การย้ายเงินไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือสิ่งที่ “ต้องทำ” เพื่อการอยู่รอด

หุ้นอาจจะขึ้น ทั้งที่เศรษฐกิจย่ำแย่

แต่เราลืมไม่ได้ว่า การขึ้นแบบไม่มีพื้นฐานรองรับ มันก็คือฟองสบู่ดี ๆ นี่เองครับ

ถึงวันหนึ่งมันก็ต้องแตก ราคาหุ้นจะกลับลงมาที่พื้นฐาน

โลกทุกวันนี้เป็นโลกของการพยายามยื้อชีวิตไม่ให้เศรษฐกิจพัง

โลกเรายื้อมายาวนานร่วมยี่สิบปีแล้วครับ ตั้งแต่ Dot Com bubble, Subprime, Euro Crisis, Covid-19

รัฐบาลทั่วโลก ธนาคารกลางทั่วโลก โกงเกมส์เศรษฐกิจด้วยท่าแปลก ๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์เงิน การลดดอกเบี้ยติดลบ การเป็นเจ้ามือปล่อยกู้ให้รัฐบาลที่ถังแตก

ยิ่งยื้อนาน ตอนมันระเบิด มันยิ่งรุนแรง

รอบนี้เราเจอ Covid-19 การยื้อชีวิตเศรษฐกิจโลกขั้นสุดขีด ผมไม่รู้หรอกว่า ตลาดหุ้นหลังจากนี้

จะวิ่งขึ้นแรงมาก จาก Fund Flow ที่ไหลเข้าตลาดหุ้น หรือ
จะตกหนักมาก จากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ย่ำแย่

ที่แน่ ๆ ความผันผวนในตลาดทุนในอนาคตข้างหน้า จะพุ่งขึ้นไปอีกระดับแน่นอน

ถ้าคุณวางเงินในตราสารหนี้แล้วผลตอบแทนต่ำ แต่วางเงินในตลาดทุนแล้วความเสี่ยงสูง

สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset) อาจจะเป็นคำตอบของการลงทุนหลังจากนี้ครับ

นิรันดร์ ประวิทย์ธนา

ที่มาบทความ: https://www.facebook.com/1014780851/posts/10220732486394755/

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม