5 นิสัยเสีย ทำลายพอร์ตการลงทุน!

1. มีความมั่นใจมากเกินไป! 

นักลงทุนที่มีความมั่นใจในตนเองสูงมีแนวโน้มที่จะขาดทุนได้มากกว่า!

โดยจะมีความมั่นใจในทักษะและศักยภาพในการลงทุนของตนเองมากเกินความเป็นจริงจนทำให้เกิดการลงทุนที่ไม่เหมาะสม เช่น มีความเสี่ยงมากกว่าระดับที่รับไหว, ใช้เงินลงทุนเยอะเกินไปและขาดสภาพคล่องทางการเงิน ดังนั้นนักลงทุนควรประเมินทักษะความสามารถของตนเองอย่างระมัดระวัง จะได้มีพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของคุณ

2. คิดว่ารู้จักดีเลยไม่ศึกษาให้ดี ๆ ก่อนลงทุน! (Familiarity/Home bias)

เมื่อเรารู้สึกว่าเราคุ้นเคยและรู้จักกับอุตสาหกรรม/ธุรกิจ/บริษัทนี้เป็นอย่างดี เรามักจะคิดว่าการศึกษางานวิจัยและข้อมูลต่าง ๆ ไม่ค่อยมีความจำเป็นเท่าไรนักเมื่อจะเข้าไปลงทุน นี่อาจนำไปสู่การคาดการณ์และการประเมินความเสี่ยงที่ผิดได้ ในการลงทุนทุก ๆ ครั้งเราจำเป็นต้องศึกษาสิ่งที่เราจะนำเงินไปวางไว้ให้ดี เข้าใจธุรกิจและสภาพแวดล้อมของกิจการนั้น ๆ รวมถึงข้อมูลเชิงสถิติที่จำเป็นต่อการประกอบการตัดสินใจเลือกลงทุน เช่น อัตราการเติบโตเฉลี่ย, ประมาณหนี้สินของบริษัทและกำไรจากผลประกอบการ

3. FOMO (fear of missing out) การกลัวตกรถ! 

FOMO (Fear of Missing Out) หรือ การกลัวตกขบวน เป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดถึงสินทรัพย์ใด ๆ อย่างแพร่หลายในสังคม เราจะเกิดความกลัวและความกังวลว่า “ถ้าเราไม่เข้าไปร่วมลงทุนด้วย เราจะตกขบวนรถนี้และทำให้พลาดโอกาสในการสร้างกำไรไป” ขบวนรถนี้อาจจะพาเราไปยังจุดที่เราพึงพอใจได้ แต่หลายครั้งผลลัพธ์ก็ไม่เป็นไปในแบบที่เราต้องการ ทำให้เราขาดทุนและเสียโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์อื่นไป ดังนั้น ในการพิจารณาการลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย โดยเฉพาะเรื่องของระดับความเสี่ยงที่เราสามารถรับได้

4. ดูพอร์ตการลงทุนบ่อยเกินไป!

นิสัยการเปิดพอร์ตการลงทุนดูบ่อย ๆ นั้นเป็นนิสัยที่แก้ได้ยาก แต่สำคัญเป็นอย่างมากที่จะหลีกเลี่ยงนิสัยนี้หากคุณต้องการให้การลงทุนระยะยาวของคุณนั้นประสบความสำเร็จ การลงทุนนั้นต้องอาศัยการละวางอารมณ์ การเข้าไปดูพอร์ตบ่อยเกินไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพใจของคุณเอง อาจเกิดภาวะเครียด ความวิตกกังวลและความเคลือบแคลงใจ และที่สำคัญที่สุดคือมันจะกินเวลาชีวิตของคุณ!

5. ไม่มีเป้าหมายในการลงทุน!

การไม่มีเป้าหมายในการลงทุนนั้นก็สามารถทำลายพอร์ตการลงทุนของคุณได้! อย่างที่ทราบกันดีว่าในการลงทุนนั้นจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาและแผนการลงทุนอย่างชัดเจน และคุณควรทำตามแผนนั้น ระหว่างทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงแผนการหรือเครื่องมือการลงทุนบ้างโดยขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะนั้น การมีเป้าหมายในการลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถกำหนดทิศทางการลงทุน, ระดับความเสี่ยงที่รับไหวและระยะเวลาในการลงทุนได้ หากไร้ซึ่งเป้าหมายที่ชัดเจนก็อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือการล้มเลิกแผนการลงทุนในที่สุด!

TechToro

Reference


คำเตือน

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลรวมทั้งลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ