Analysis: สรุปภารกิจ ‘ปฏิรูปเศรษฐกิจ’ สี จิ้นผิง อะไรที่จีนทำสำเร็จ - อะไรที่ยังไม่ได้ทำ

การคุมเข้มด้านกฎระเบียบของทางการจีนเริ่มส่งสัญญาณลดลง สร้างความโล่งใจแก่นักลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนจากรัฐบาลจีน และอาจส่งผลกระทบวงกว้างต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งต่อไปนี้คือประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา

🇨🇳 Didi: นักลงทุนจับตาผลการสอบสวนด้านกฎระเบียบของ Didi แอปเรียกรถที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่ง IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อตอนต้นปี หลังทางการจีนพบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในข้อมูลผู้ใช้งาน ขณะที่ Bloomberg รายงานเมื่อเดือน ก.ค. ว่า หน่วยงานกำกับดูแลจีนกำลังพิจารณาลงโทษ ซึ่ง Didi อาจถูกปรับ หรืออาจกลายป็นบริษัทที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วสุดใน พ.ย. นี้

🇨🇳 Ant Group: 1 ปีผ่านไปหลังถูกระงับการ IPO ยังคงมีคำถามว่าจะได้เห็นการ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกจาก Ant Group เมื่อไร ซึ่งหลายคนมองว่าอาจเกิดขึ้นก่อนปี 2023 ขณะที่ Bloomberg รายงานข่าว แจ็ค หม่า ปรากฏตัวที่ยุโรปในเดือน ต.ค. ร่วมกับเพื่อนมหาเศรษฐี และหุ้นส่วนทางธุรกิจ

🇨🇳 การ IPO ในต่างประเทศ: หน่วยงานกำกับดูแลจีนเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเพื่อปิดกั้นไม่ให้บริษัทจีนจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวต้องการปิดช่องโหว่ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีใช้กันมานาน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะส่งผลอย่างไรต่อบริษัท VIE ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไปแล้ว

🇨🇳 การ IPO ในฮ่องกง: Bloomberg รายงานเมื่อเดือน ก.ค. ว่า บริษัทจีนที่วางแผน IPO ในตลาดหุ้นฮ่องกง จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุมัติขั้นแรกจากหน่วยงานดูแลด้านไซเบอร์ของจีน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง การ IPO ในฮ่องกง จะทำได้ง่ายกว่าการ IPO ในสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจำนวนบริษัทที่ IPO สู่ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

🇨🇳 สอบทุจริตสถาบันการเงิน: ทางการจีนเดินหน้าแก้คอร์รัปชันในภาคการเงิน โดยเร่งตรวจสอบสถาบันการเงินทั้งหมด 25 แห่ง ตั้งแต่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน ธนาคารกลาง บริษัทประกันภัย ไปจนถึงธุรกิจบริหารหนี้เสีย เพื่อตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใดใกล้ชิดกับบริษัทเอกชนมากเกินไปหรือไม่

🇨🇳 บริษัทโบรกเกอร์ออนไลน์: เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการดำเนินงานของบริษัทโบรกเกอร์ออนไลน์ ทำให้หุ้นของ Futu Holdings และ Fintech Holdings ปรับตัวลง หลังบริษัทอนุญาตให้นักลงทุนจีนหลบเลี่ยงการควบคุมเงินทุน และสามารถซื้อขายในตลาดหุ้นอื่นๆ เช่น ฮ่องกงและนิวยอร์ก

🇨🇳 ภาษีอสังหาฯ: นักลงทุนจับตาแผนขยายการเก็บภาษีทรัพย์สินไปยังพื้นที่อื่นๆ นอกจากเซี่ยงไฮ้และฉงชิ่ง ของทางการจีน จากรายงานล่าสุดในช่วงปลายเดือน ต.ค. ยังไม่ได้ระบุว่าจะเริ่มทดลองในพื้นที่ใด แต่คาดว่าน่าจะเป็นเมืองไห่หนานและเซินเจิ้น ความกังวลดังกล่าวทำให้ดัชนีหุ้นผู้พัฒนาอสังหา ร่วงลง 7 วันติดต่อกัน

🇨🇳 ภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย: แนวคิด ‘ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน’ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ผลิตสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น Burberry และ Richemont อย่างไรก็ตาม ระบบภาษีของจีนยังเอื้อประโยชน์ให้คนรวย โดยจีนเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักเพียงแห่งเดียวที่ไม่เก็บภาษีมรดก จนถึงตอนนี้มีสัญญาณเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับการปฏิรูประบบภาษี

🇨🇳 คาสิโนในมาเก๊า: รัฐบาลมาเก๊ากำลังพิจารณากฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งอาจรวมถึงการแต่งตั้งตัวแทนของรัฐบาลเข้ากำกับดูแลในบริษัทต่างๆ ขณะที่ นักวิเคราะห์จาก JPMorgan กล่าวว่า ภาคส่วนนี้แทบจะไม่สามารถลงทุนได้ จนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับใบอนุญาตฉบับใหม่

อ้างอิง: https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-11-04/here-s-where-xi-may-strike-next-in-china-s-regulatory-crackdown?srnd=premium-asia&sref=e4t2werz

 ——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน