FINNOMENA The Opportunity Morning Brief  24/11/2021

“สหรัฐฯ ปล่อยน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ ร่วมมือกับอีก 5 ประเทศ หวังราคาน้ำมันลด ท้าทาย OPEC+”

ภาพความเคลื่อนไหวล่าสุดของตลาดหุ้นทั่วโลก

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ Dow Jones ปิดที่ 35,813.80 +194.55 จุด (+0.55%) S&P500 ปิดที่ 4,690.70 +7.76 จุด (+0.17%) Nasdaq 15,775.14 ปิดที่ -79.62 จุด (-0.50%) Small Cap 2000 ปิดที่ 2,329.48 -1.86 จุด (-0.08%) VIX index อยู่ที่ 19.38 (+1.10%)

ตลาดหุ้นยุโรป Euro Stoxx 50 ปิดที่ 4,283.82 -54.87 จุด (-1.26%) Dax เยอรมัน ปิดที่ 15,937.00 -178.69 จุด (-1.11%) CAC 40 ฝรั่งเศส ปิดที่ 7,044.62 -60.38 จุด (-0.85%)

ตลาดหุ้นเอเชีย (ราคาปิดวันทำการล่าสุด) ดัชนี Nikkei 225 ปิดทำการซื้อขาย ดัชนี CSI 300 ปิดที่ 4,913.35 +0.95 จุด (+0.02%) ดัชนี Hang Seng ปิดที่ 24,655.37 -295.97 จุด (-1.19%) และ SET Index ปิดที่ 1,646.42 -3.12 จุด (-0.19%)

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เช้าวันที่ 24 พ.ย. 2564) ราคาทองคำ 1,793.80 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Silver ราคา 23.547 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบ WTI 78.64 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Brent 82.34 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

ราคา Cryptocurrency (เช้าวันที่ 24 พ.ย. 2564) Bitcoin 56,354.6 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Ethereum 4,239.42 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Dogecoin 0.222444 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Binance Coin 581.00 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

สหรัฐฯ จับมือ 5 ประเทศ ประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ และอังกฤษ ปล่อยน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ โดยในช่วงเดือนธันวาคม 2021 ถึง เมษายน 2022 สหรัฐฯ จะปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง 50 ล้านบาร์เรลล์ จากน้ำมันสำรองในคลัง  621 ล้านบาร์เรลล์ ซึ่งคลังน้ำมันในสหรัฐฯ ปรับลดลงต่อเนื่อง

Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ 1.68% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีทิศทางแข็งค่า

Hewlett Packard ประกาศงบดีกว่าคาดการณ์ ราคา after hours +7% และ Gap Inc. ผู้ผลิตเสื้อผ้าสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงกว่า 15% หลังประกาศผลประกอบการณ์พลาดเป้า

WHO ออกมาเตือนยุโรปและเอเชียกลางซึ่งพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 7 แสนราย (สะสม 2.2 ล้านคน) ในช่วงเดือนมีนาคม 2022 และเรียกร้องให้มีการเร่งฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น

อัตราการเกิดในจีนต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขล่าสุดในปี 2020 มีอัตราการเกิด 8.5 คน จากประชากร 1 พันคน และรัฐบาลถูกกล่าวหาในเรื่องคุมกำเนิด – ลดประชากร ชาวอุยกูร์ นอกจากนี้อัตราการหย่าร้างในระยะยาวยังเพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราการแต่งการมีแนวโน้มลดลง

BlackRock แนะนำถึงเวลาซื้อหุ้นจีน อาจจะผ่านจุดต่ำที่สุดไปแล้ว และแนะนำลดสัดส่วนหุ้นอินเดีย เนื่องจาก valuation เริ่มตึงตัว นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสภาพคล่องที่ตึงตัว รวมถึงหุ้น IPO ไม่ได้สดใสอย่างที่เป็นในอดีต แต่ภาพระยะยาวอินเดียยังมีการเติบโตอยู่

ทิศทางราคาและ EPS ของ CSI300, Hang Seng Tech. และ MSCI China ทำได้แย่กว่า S&P500

Xpeng เปิดเผยงบไตรมาส 3 ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าดีกว่าคาดการณ์ รายได้อยู่ที่ 892 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ปัญหาซัพพลายเชนที่ขาดแคลน มีผลกระทบบ้าง แต่บริษัทสามารถจัดการได้ นอกจากนี้ยังมีการขยายตลาดไปที่ยุโรป และมีการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ

สิงคโปร์รายงาน GDP ไตรมาส 3 เติบโต 7% YoY (จากคาดการณ์ 6.5%) และ 1.3% QoQ ภาคการผลิตและการก่อสร้าง รวมถึงภาคบริการมีการเติบโต ขณะที่ภาคบริการและอาหารยังได้รับผลกระทบจาก COVID-19 รัฐมนตรีเศรษฐกิจของสิงคโปร์คาดการณ์ GDP ของสิงคโปร์ เติบโตประมาณ 7% ในปี 2021 และเติบโตประมาณ 4% ในปี 2022

The Opportunity

กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน Small Cap หุ้นทุน (K-EUSMALL) บลจ. กสิกรไทย

เน้น 3 ธีมการลงทุน คือ Digitalization, Green Economy และ New – Normal หลัง COVID-19

กลยุทธ์การลงทุน – เน้นลงทุนหุ้นขนาดเล็กที่เติบโตสูงในทวีปยุโรป (ไม่รวมสหราชอาณาจักร) เน้น Bottom-up ถือครองประมาณ 60 – 70 หลักทรัพย์ และถือครองอย่างน้อย 3 ปี โดยพอร์ตหลัก 80 – 90% จะเน้นลงทุนระยะยาว และอาจจะมีประมาณ 10 – 20% ที่หาโอกาสลงทุนระยะสั้นถึงกลาง จากหุ้นที่มีลักษณะเฉพาะโดดเด่นและอาจถูกบิดเบือนด้านราคา

สัดส่วนหุ้นรายตัวทั่วไปไม่เกินประมาณ 3% (มากที่สุดไม่เกิน 5%)

ข้อมูล ณ 31 ตุลาคม 2021

หุ้น 5 อันดับแรก – SkiStar 3.3%, Nordex 3.2%, Coface 3.0%, Peugeot Invest 2.9%, ams และ TKH DR 2.8%

แบ่งตามประเทศ – ฝรั่งเศส 29.7%, เนเธอร์แลนด์ 16.3%, อิตาลี 14.5%, เยอรมนี 12.3% และสวิตเซอร์แลนด์ 10.5%

แบ่งตามอุตสาหกรรม – Industrials 29.7%, Information Technology 19.0%, Consumer Discretionary 18.2%, Financials 12.1% และ Materials 8.3%

ผลตอบแทนย้อนหลังสะสม (Cumulative) เปรียบเทียบ Benchmark – YTD. (23.73 vs 21.59), 1 เดือน (2.62 vs 3.97), 1 ปี (56.98 vs 50.05), 3 ปี (55.49 vs 58.26) และ 5 ปี (84.14 vs 84.40)

ผลตอบแทนรายปีปฏิทิน – 2016 (10.15 vs 5.80), 2017 (22.53 vs 17.87), 2018 (-21.98 vs -14.22), 2019 (22.37 vs 26.88) และ 2020 (15.58 vs 11.92)

งานสัมมนารวมพลคนลงทุน 2021

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป “วางแผนประหยัดภาษี 7 ขั้น กับกองทุนลดหย่อนภาษี SSF&RMF” รับชมผ่าน Zoom Meeting

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน