News Update: Bitcoin พุ่ง 13% ยืนเหนือ $43,000 หลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรชุดใหม่แบงก์ชาติรัสเซีย นักวิเคราะห์จับตา $38,000 น่าซื้อ
คริปโทฯ​ พุ่งแรง หลังคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ ห้ามชาวอเมริกันทำธุรกรรมกับแบงก์ชาติรัสเซีย รวมถึงอายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางรัสเซียในสหรัฐฯ

วันนี้ (1 มี.ค.) Bitcoin พุ่งขึ้น 13.46% อยู่ที่ราคาประมาณ $43,360 ด้าน Ethereum ปรับขึ้นมาเช่นกันที่ 9.62% อยู่ที่ราคาประมาณ $2,920 ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนักในช่วงเช้าก่อนจะทยอยฟื้นตัวระหว่างวัน

“เราอาจมาถึงจุดเปลี่ยนที่หลายคนรอคอย คือการที่ Bitcoin และเหรียญต่างๆ กลายเป็นกระแสหลัก” Leah Wald ซีอีโอของ Valkyrie Funds กล่าวหลังไม่เห็นความสัมพันธ์แบบผกผันระหว่างสินทรัพย์ดั้งเดิมและคริปโทฯ แบบที่เคยเป็น

การเคลื่อนไหวแสดงให้เห็นถึงบทบาทของคริปโทฯ ในเวลาที่เกิดความขัดแย้งทางทหาร โดย Kaiko บริษัทข้อมูลคริปโทฯ รายงานว่า การแลกเปลี่ยน Bitcoin ทั้งในสกุลเงินรูเบิลรัสเซีย และฮริฟเนียยูเครนพุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน นับตั้งแต่วันที่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครน (24 ก.พ.)

Michael Rinko จาก AscendEx กล่าวว่า $38,000 คือระดับที่น่าสนใจของ Bitcoin เนื่องจากผู้คนจำนวนมากซื้อที่ราคานั้น นั่นทำให้ระดับดังกล่าวอาจเป็นได้ทั้งแนวรับในขาลงและแนวต้านในขาขึ้น

Michael Rinko เห็นด้วยว่าความขัดแย้งทางทหารเน้นย้ำถึงคุณสมบัติที่ไร้พรมแดนและไม่ถูกกำกับของ Bitcoin แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ราคาคริปโทฯ พุ่งขึ้นมา โดยราคาที่พุ่งขึ้นนั้นอาจสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ย ตอนนี้ตลาดกำลังจับตาท่าทีการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ท่ามกลางฉากหลังการเมืองที่ไม่แน่นอน

ขณะที่ Yuya Hasegawa นักวิเคราะห์ของ Bitbank กล่าวว่า ความล้มเหลวในการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนอาจทำให้ราคา Bitcoin ร่วงทะลุ $37,000 และคาดการณ์ช่วงราคาเป้าหมายของ Bitcoin ในสัปดาห์นี้อยู่ที่ระหว่าง $34,000 ถึง $43,000

อ้างอิง: https://www.cnbc.com/2022/02/28/bitcoin-jumps-8percent-after-treasury-imposes-new-sanctions-against-russian-central-bank.html

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน