News Update: ‘สี จิ้นผิง’ มีโอกาสเป็นผู้นำจีนตลอดชีวิต ต่อจาก เหมา เจ๋อตง และ เติ้ง เสี่ยวผิง จับตาประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน 8 -11 พ.ย.

การประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในวันที่ 8-11 พ.ย. นี้ จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการครั้งแรกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนในรอบ 40 ปี โดยคาดว่าจะมีการประกาศให้ ‘สี จิ้นผิง’ เป็นผู้นำชาติจีนตลอดชีวิต

มีเพียง เหมา เจ๋อตง และ เติ้ง เสี่ยวผิง ที่ถูกขนานนามว่าเป็นผู้แก้ประวัติศาสตร์จีน ซึ่งทั้งสองครอบงำอำนาจการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจนถึงวันสิ้นลมหายใจ ทำให้ผู้คนกำลังจับตาดูว่า สี จิ้นผิง จะกลายเป็นผู้นำตลอดชีวิตคนที่ 3 หรือไม่

การประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมรูปแบบเต็มคณะ ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ โดยในวาระการประชุมที่ 6 ซึ่งอาจมีการประกาศให้ สี จิ้นผิง สามารถเป็นผู้นำจีนไปตลอดชีวิต หลังกวาดล้างศัตรูและผลักดันให้เกิดความภาคภูมิใจของชาติมาเกือบทศวรรษ

การประชุมมีทั้งหมด 7 วาระ โดยแต่ละวาระจะครอบคลุมในหัวข้อที่แตกต่างกัน ซึ่งนี่เป็นการรวมตัวกันของผู้นำรัฐ ผู้บัญชาการทหาร นายอำเภอ และนักวิชาการชั้นนำ ในโรงแรมที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา ณ กรุงปักกิ่ง ในขณะที่วาระการประชุมเป็นความลับและจะถูกเปิดเผยในแถลงการณ์หลังจากนั้นเท่านั้น

การประชุมวาระที่ 6 มีความสำคัญกว่าการประชุมครั้งอื่นๆ เพราะเป็นการประชุมก่อนการการตัดสินใจครั้งใหญ่ในการประชุมปีถัดไป โดยสำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ในการเตรียมการเมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมการประจำกรมการเมือง (Poltiburo) ของพรรคได้ทบทวนร่างมติเกี่ยวกับความสำเร็จที่สำคัญและประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ของพรรคในรอบ 100 ปี

การประชุมวาระที่ 6 เมื่อปี 1981 เติ้ง เสี่ยวผิง ในฐานะผู้ออกแบบประเทศจีนสมัยใหม่ ได้ประณามความผิดพลาดของ เหมา เจ๋อตง ในสงครามปฏิวัติทางวัฒนธรรมที่ทำให้เกิดความอดอยากและการล้มตาย ขณะที่ การประชุมวาระที่ 6 ในปี 2016 พรรคคอมมิวนิสต์ได้แต่งตั้ง สี จิ้นผิง เป็นแกนหลักของพรรค ซึ่งเป็นการให้อำนาจในการตัดสินใจที่สำคัญ

สื่อของทางการจีนคาดว่า สี จิ้นผิง จะนำเรื่องราวชัยชนะของศตวรรษแห่งความสำเร็จมากลบเกลื่อนความล้มเหลว และสรุปวิสัยทัศน์ของเขาตามแนวคิดมาร์กซิสต์สมัยใหม่ โดยการประชุม Politburo เมื่อเดือนที่แล้ว มีการประกาศว่าการฟื้นฟูครั้งใหญ่ของจีนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทางประวัติศาสตร์ ภายใต้การบริหารของ สี จิ้นผิง

สี จิ้นผิง จำเป็นต้องยอมรับนโยบายที่ขัดแย้งของ เหมา เจ๋อตง และ เติ้ง เสี่ยวผิง รวมถึงต้องเมินเฉยต่อรอยแผลเป็นจากเหตุหารณ์ครั้งใหญ่ เช่น การสังหารหมู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เพื่อสร้างเรื่องราวแห่งความสำเร็จอันต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 100 ปี

Wu Guoguang ผู้ที่เคยทำงานให้กับนายกฯ ผู้รักการปฏิรูป จ้าว จื่อหยาง ในช่วงทศวรรษ 1980 กล่าวว่า การผสมผสานนโยบายของ เหมา เจ๋อตง และ เติ้ง เสี่ยวผิง เข้าด้วยกันดูเหมือนไร้เหตุผล แต่นี่คือกลลวงทางการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน แม้ สี จิ้นผิง จะเปลี่ยนแปลงนโยบายมากมายของ เติ้ง เสี่ยวผิง แต่เขาก็ได้ปฏิบัติตามเหมา เจ๋อตง และ เติ้ง เสี่ยวผิง ไปพร้อมกัน เพื่อปกป้องอำนาจผูกขาดของพรรคคอมมิวนิสต์

ในฐานะผู้นำ 1 ใน 5 ของประชากรโลกทั้งหมด อำนาจในการปกครองของ สี จิ้นผิง กำลังแตกแขนงออกไปเป็นวงกว้าง ซึ่งตอนนี้ผู้นำของจีนต้องการกระจายความมั่งคั่งของประเทศและสร้างสังคมมาร์กซิสต์ที่มีความยุติธรรมมากขึ้น โดยนโยบายความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันได้กวาดล้างมูลค่าหุ้นจีนทั่วโลกราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ค. และส่งผลกระทบต่อนักลงทุนทั่วโลก

สี จิ้นผิง จะเข้าสู่การเมืองในปีหน้าด้วยความกล้าหาญที่จะดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจมากขึ้น ไปพร้อมกับการต่อต้านสหรัฐฯ ในด้านการค้า, การสอบสวนโคโรน่าไวรัส รวมถึง การบุกยึดไต้หวันที่ สี จิ้นผิง เรียกว่า ภารกิจประวัติศาสตร์ เพื่อนำไต้หวันมาอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งนี่อาจนำไปสู่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และจีน

อ้างอิง: https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-11-07/xi-set-to-unveil-new-doctrine-that-could-let-him-rule-for-life?sref=e4t2werz

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน