News Update: Fed มีแนวโน้มยุติมาตรการ QE เร็วขึ้น หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติรอบ 40 ปี จับตาประชุม วันที่ 14-15 ธ.ค นี้Fed มีแนวโน้มยุติมาตรการ QE เร็วขึ้นจากเดิม หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ 40 ปี
Fed มีแนวโน้มยุติมาตรการ QE เร็วขึ้นจากเดิม หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ 40 ปี

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 ธ.ค.) กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 6.8% จากปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 0.8% จากเดือน ต.ค. ซึ่งการปรับตัวขึ้นของ CPI สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าส่วนใหญ่ในวงกว้าง เช่น น้ำมัน ที่พัก อาหาร และยานพาหนะ

Sarah House นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Wells Fargo & Co มองว่า ตัวเลข CPI เป็นเครื่องยืนยันว่า Fed กำลังเตรียมขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า และเราจะได้เห็น dot plot ที่ขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการประชุม Fed วันที่ 14-15 ธ.ค.

ก่อนหน้านี้ในการประชุมเดือน ก.ย. คณะกรรมการ Fed ครึ่งนึงมองว่าต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ขณะที่อีกครึ่งยังมองว่าควรเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2023 อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านราคากำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด

ก่อนหน้านี้ Jerome Powell ประธาน Fed กล่าวว่า ปัจจัยที่กดดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นจะยังคงดำเนินต่อเนื่องไปถึงปีหน้า โดยจะมีการหารือในการประชุม Fed วันที่ 14-15 ธ.ค. เกี่ยวกับการยุติมาตรการ QE ให้เร็วขึ้นภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

ตามกำหนดเดิม QE Tapering จะสิ้นสุดในเดือน มิ.ย. ของปีหน้า โดยในการประชุมเดือน พ.ย. Fed ระบุว่าจะเริ่มลดวงเงิน QE เดือนละ 15,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อจะทำให้ Fed เร่งความเร็วในการทำ QE Taper รวมถึงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น

Jennifer Lee นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก BMO Capital Markets คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน มิ.ย. เร็วขึ้นกว่าคาดการณ์เดิมในเดือน ก.ย.

Fed เผชิญทั้งแรงกดดันจากสาธารณชนและฝ่ายการเมือง ในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ไปพร้อมกับการสร้างสมดุลให้การจ้างงานอยู่ในระดับสูงสุด โดยตอนนี้ตลาดแรงงานยังคงมีการจ้างงานน้อยกว่าก่อนเกิดโควิดถึง 4 ล้านตำแหน่ง

Ryan Sweet หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์นโยบายการเงินของ Moody’s Analytics กล่าวว่า แม้จะมีแนวโน้มว่า Fed จะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่ไม่ได้หมายความว่า Fed จะดำเนินการอย่างเข้มงวด เพราะ Jerome Powell ต้องการเห็นเศรษฐกิจที่ขยายตัวในระยะยาว

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์รวมถึงเจ้าหน้าที่ Fed คาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2022 หรือภายในปี 2023 แต่มุมมองส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนแปลงจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

David Kelly จาก JPMorgan คาดว่า Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า และ 4 ครั้งในปี 2023 โดยอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในช่วงสิ้นปี 2023 จะอยู่ที่ประมาณ 1.75 – 2% ซึ่งยังคงต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ นั่นหมายความว่า Fed ไม่ได้ส่งสัญญาณที่เข้มงวดต่อตลาด แค่ส่งสัญญาณผ่อนคลายน้อยลงเท่านั้น

อ้างอิง: https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-12-10/fed-seen-on-track-to-quicken-taper-after-latest-inflation-print?sref=e4t2werz

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน