News Update: Tesla และ BYD ประกาศขึ้นราคารถ EV เงินเฟ้อทำพิษ ราคาวัตถุดิบแพงขึ้น หวั่นสงคราม-ล็อกดาวน์จีน กดดันเพิ่ม

Tesla และ BYD ประกาศขึ้นราคารถยนต์ไฟฟ้า เหตุเงินเฟ้อกดดันทำราคาวัตถุดิบแพงขึ้น

หนึ่งในสาเหตุที่กดดันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้คือ ราคานิกเกิลซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังแพงขึ้น จากการที่รัสเซียซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ของโลหะถูกคว่ำบาตรจากทั่วโลก

Tesla ประกาศขึ้นราคารถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีน เป็นครั้งที่ 2 ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ Elon Musk ได้ทวีตข้อความว่า Tesla และ SpaceX กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั้งในเรื่องของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง

CNBC ระบุว่า Tesla สั่งอะลูมิเนียมมูลค่าหลายล้านยูโรจากบริษัท Rusal ที่ก่อตั้งโดย Oleg Deripaska หนึ่งในบุคคลมีอำนาจของรัสเซียที่ตกเป็นเป้าการคว่ำบาตรจากนานาชาติในครั้งนี้ด้วย

Tesla ใช้อะลูมิเนียมจาก Rusal ในการหล่อตัวถังรถยนต์ Model Y และใช้ในสายการผลิตใหม่ที่โรงงานเมืองบรันเดนบูร์กในเยอรมนี ซึ่งยังไม่มีข้อมูลระบุว่ามีการใช้อะลูมิเนียมจาก Rusal สำหรับการผลิตในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ซัพพลายเออร์โลหะเจ้าหลักของ Tesla คือ Hydro บริษัทสัญชาตินอร์เวย์ที่ส่งออกโลหะทั่วยุโรป แคนาดา ออสเตรเลีย บราซิล และกาตาร์

นอกจากประเด็นรัสเซีย-ยูเครนแล้ว Tesla กำลังเผชิญความท้าทายเพิ่มเติมจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลจีนที่ไปกดดันห่วงโซ่อุปทานที่มีปัญหาอยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะชิ้นส่วนสำคัญอย่างเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังขาดตลาดอยู่ตอนนี้

ทางด้าน BYD ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนที่วอร์เรน บัฟเฟต์ถือหุ้นอยู่ ประกาศขึ้นราคารถยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน ซึ่งนี่เป็นครั้งที่ 2 ในเวลาไม่ถึง 2 เดือน โดยอ้างถึงต้นทุนวัตถุดิบที่แพงขึ้น

BYD กำลังเผชิญกับผลกระทบด้านการผลิตบางส่วนจากการล็อกดาวน์ในเซินเจิ้น และอีกความท้าทายคือ การที่รัฐบาลจีนประกาศลดเงินอุดหนุนอุตสาหกรรมดังกล่าวลง 30% เพื่อถอนเงินอุดหนุนออกให้หมดภายในสิ้นปีนี้

โดย Tesla ประกาศขึ้นราคารถยนต์ผลิตในจีนที่ 14,200-20,000 หยวน ขณะที่ BYD ได้ขึ้นราคาที่ประมาณ 3,000-6,000 หยวน

อ้างอิง:

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน