News Update: Didi ยืนยันไม่ออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปฏิเสธข่าว บริษัทเตรียมซื้อหุ้นคืนจากตลาด ราคาหุ้น จาก +40% ปิดตลาดเหลือ +11%

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า Didi Global ปฏิเสธรายงานของ Wall Street Journal ที่กล่าวว่าบริษัทกำลังพิจารณาซื้อหุ้นคืน เพื่อออกจากตลาดหุ้น และเปลี่ยนกลับเป็นบริษัทเอกชนเพื่อให้ทางการจีนพอใจ รวมถึงเพื่อชดเชยการขาดทุนของนักลงทุน

Didi แอปพลิเคชันเรียกรถโดยสารสาธารณะได้ IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ด้วยมูลค่ากว่า 4,400 ล้านดอลลาร์  แต่ไม่กี่วันหลังจาก IPO ได้ถูกรัฐบาลจีนสั่งให้ลบแอปพลิเคชันออกจาก App stores เนื่องจากมีการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนตัวผู้บริโภคอย่างผิดกฎหมาย 

รายงานของ WSJ กล่าวว่า Didi มีแผนซื้อหุ้นคืน และถอนบริษัทออกจากตลาดหุ้น เนื่องจากการปราบปรามในจีนที่ขยายวงกว้าง 

Didi ได้ออกมาปฏิเสธรายงานจากสื่อข้างต้นว่าไม่เป็นความจริง พร้อมกล่าวว่าบริษัทกำลังให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัท

รายงานของ WSJ ทำให้ราคาหุ้นของ Didi ปรับตัวขึ้นมาถึง 40% ก่อนเปิดตลาด ภายหลังจากการปฏิเสธของ Didi ทำให้ราคาหุ้นปิดที่ $9.86 โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.2%  (29 ก.ค.)

มาตรการของทางการจีนต่อ Didi เกิดขึ้นในช่วงที่มีการปราบปรามอินเทอร์เน็ตครั้งยิ่งใหญ่ของจีนตลอด 1 เดือน เพื่อป้องกันการผูกขาด, คุ้มครองข้อมูลผู้บริโภค และป้องกันการละเมิดอื่น ๆ ซึ่งการปราบปรามดังกล่าวส่งผลกระทบต่อนักลงทุนมาก

ต้นเดือนที่ผ่านมา จีนเผยว่ามีหน่วยงานจากรัฐอย่างน้อย 7 แห่ง กำลังดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ เช่น หน่วยงานบริหารไซเบอร์สเปซของจีน (CAC), กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานกำกับดูแลการผูกขาดตลาดของจีน (SAMR) เป็นต้น

CAC กำลังตรวจสอบถึงความเป็นไปได้ที่ข้อมูลของบริษัทบางส่วนจะตกไปอยู่ในมือของหน่วยงานต่างประเทศหรือไม่

รายงานของ WSJ ที่ Didi ได้ออกมาปฏิเสธนั้น กล่าวว่า Didi กำลังเจรจากับธนาคาร หน่วยงานกำกับดูแล และนักลงทุนหลัก เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้ไม่นาน 

และได้ขอให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ประเมินมุมมองของนักลงทุนต่อแผนออกจากตลาดหุ้น รวมถึงช่วงราคาที่พวกนักลงทุนยอมรับได้ และอาจมีการ Tender Offer หรือการเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ เพื่อทำให้สถานะบริษัทกลับเป็นบริษัทเอกชนนอกตลาดหลักทรัพย์

บริษัทจีนอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ โดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ของสหรัฐฯ ได้กล่าวเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่า บริษัทจีนที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ จะต้องเปิดเผยความเสี่ยงในการถูกรัฐบาลจีนเข้าแทรกแซงธุรกิจ

โดยในเดือน มี.ค. กลต. ของสหรัฐฯ มีมาตรการถอดบริษัทต่างประเทศออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ หากบริษัทเหล่านั้นไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบของสหรัฐฯ

ที่มา: Reuters

——————-
👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม