หนึ่งในประเภทของหุ้นยอดนิยมอย่าง “หุ้นเติบโต” หรือ “Growth Stocks” เรียกได้ว่าเป็นหุ้นที่ใครๆก็อยากมีติดพอร์ตไว้ เพราะทุกคนต่างรู้ดีอยู่แล้วว่า หุ้นประเภทนี้สามารถให้ผลตอบแทนได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะกำไรที่ได้จากการขายหุ้น (Capital Gain) แต่แน่ใจแล้วใช่ไหม ว่ากำลังคัดเลือก Growth Stocks ได้อย่างถูกต้องจริงๆ?

3 คุณสมบัติ “Growth Stocks”

วิธีประเมินคร่าวๆว่า หุ้นในพอร์ตเป็น “Growth Stocks” หรือไม่นั้น ดูได้จาก

  1. คุณภาพหรือความแข็งแกร่งของกิจการ (Quality) :อาจจะมาจากหลายปัจจัย เช่น มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง, มีความได้เปรียบด้านต้นทุน, มีสิทธิบัตรหรือสัมปทาน รวมถึง มีทีมผู้บริหารที่มีความสามารถและธรรมาภิบาลสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่งและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
  2. การเติบโต (Growth) :ควรมีการเติบโตทั้งในส่วนของรายได้และกำไรโดยเฉลี่ยประมาณ 15% — 20% ต่อปี ซึ่งการเติิบโตที่เกิดขึ้นนี้ อาจเป็นผลจากการขายสินค้าเดิมให้กับลูกค้ากลุ่มเดิมหรือกลุ่มใหม่, การออกผลิตภัณฑ์ใหม่หรือการขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ นอกจากนี้หากบริษัทสามารถลดต้นทุนในส่วนต่างๆได้ ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนอีกทางหนึ่ง ที่จะช่วยให้กำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลของความประหยัดจากขนาด (Economies of scale) นั่นเอง
  3. มูลค่าที่เหมาะสมของหุ้น (Valuation) :บริษัทที่มีคุณภาพสูงและเติบโตเร็ว อาจจะไม่ใช่การลงทุนที่ดี หากนักลงทุนซื้อในราคาที่แพงจนเกินไป ดังนั้นหากจะวิเคราะห์เพื่อคัดเลือก “หุ้นเติบโต” ให้ได้อย่างเหมาะสม นักลงทุนสามารถใช้วิธีหา“อัตราส่วน PEG” เพื่อประเมินมูลค่าเบื้องต้นได้ ด้วยการนำค่า PE Ratio ของหุ้น หารกับ อัตราการเติบโตเฉลี่ยในระยะยาวในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า (หาก PEG มากกว่า 1 = ราคาหุ้นอาจจะค่อนข้างแพง, หาก PEG น้อยกว่า 1 = ราคาหุ้นอาจจะค่อนข้างถูก)

ปัญหา “Growth Stocks” ไทย

ปัญหาหลักของหุ้นเติบโตส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทย คือ หุ้นเหล่านี้มักจะซื้อ-ขายกันในระดับราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ที่สูง เนื่องมาจากความคาดหวังที่สูงของนักลงทุนที่มีต่อบริษัท ดังนั้น นักลงทุนอาจจะต้องใช้ความอดทนรอให้เกิดเหตุการณ์ที่ราคาหุ้นเติบโตเหล่านั้นลดความร้อนแรงลง ซึ่งอาจจะเกิดจากวิกฤตชั่วคราวที่เกิดขึ้นกับตัวบริษัทหรือวิกฤตเศรษฐกิจ หากนักลงทุนตรวจสอบแล้วว่า ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง นั่นก็จะเป็นโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าลงทุนในหุ้นเติบโตได้ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป

จับจังหวะซื้อ “Growth Stocks”

ภาวะที่เหมาะสมกับการลงทุนหุ้นเติบโต คือ ช่วงที่ตลาดซื้อ-ขายกันที่ค่า P/E ต่ำ หรือ ช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวชั่วคราว เนื่องจากความเสี่ยงในทิศทางขาลง (downside risk) ในภาพรวมจะค่อนข้างน้อย นักลงทุนมีโอกาสสูงที่จะพบหุ้นเติบโตในราคาถูกหรือไม่แพงจนเกินไป หากนักลงทุนเลือกหุ้นเติบโตได้ถูกตัว จะได้รับผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมในระยะยาวจากการที่ตลาดปรับค่า P/E เพิ่ม (P/E Expansion) ให้กับหุ้นตัวนั้นๆและ การเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ที่สูง

ถึงตอนนี้หลายคนน่าจะรู้จักตัวจริงของ “Growth Stocks” และน่าเริ่มตัดสินใจ จับจังหวะลงทุนหุ้นประเภทนี้ได้ดีขึ้นแล้ว

ที่มาบทความ : https://www.facebook.com/tiscomastery/

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม