
ตลาดการลงทุนในเดือนเมษายน 2026 ฟื้นตัวตรงข้ามกับความตื่นตระหนกในเดือนที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดหุ้นโลกตลอดเดือนเมษายน 2026 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดัชนีตัวแทนหุ้นโลกอย่าง MSCI ACWI สามารถทำผลตอบแทนเป็นบวก 10.2% โดยปัจจัยหนุนหลักไม่ได้มาจากเพียงแค่การผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมือง แต่มาจากรากฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2026 ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดมาก โดย 84% ของบริษัทในดัชนี S&P 500 ที่รายงานงบแล้ว มีกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ และมีอัตราการเติบโตของกำไรโดยรวม (Blended earnings growth) สูงถึง 15.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สินทรัพย์ที่ทำผลงานโดดเด่นและเป็นผู้นำการฟื้นตัวอย่างแท้จริงคือกลุ่มเทคโนโลยีและเซกเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับชิปประมวลผล (CPU) และ AI ที่ยังคงทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดว่ากระแสเงินทุนระดับมหภาคยังคงไหลเข้าหาสินทรัพย์ที่มีการเติบโตสูง ตลาดที่มีน้ำหนักในกลุ่มนี้สูงอย่างดัชนี NASDAQ ของสหรัฐฯ KOSPI ของเกาหลีใต้ TWSE ของไต้หวัน และ NKY225 ของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 15.3%, 30.6%, 22.7% และ 16.1% ตามลำดับ
วิกฤตการณ์ทางทหาร “Operation Epic Fury” ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้สร้างความเสียหายในระดับภูมิภาค และส่งผลให้เกิดการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงาน ยังทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในเอเชียและส่งแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม พัฒนาการสำคัญในเดือนเมษายนคือ การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงแบบมีเงื่อนไข ระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน และอิสราเอล ในช่วงวันที่ 7-8 เมษายน การหยุดยิงครั้งนี้ช่วยปลดล็อกบรรยากาศการลงทุนให้กลับเข้าสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) ส่งผลให้ทิศทางของสินทรัพย์บางกลุ่มเคลื่อนไหวสวนทางกับช่วงวิกฤต กลุ่มสินทรัพย์ที่เคยพุ่งสูงขึ้นจากความตื่นตระหนก เช่น ราคาน้ำมันดิบ และกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ต้องเผชิญกับแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยง เนื่องจากวิกฤตห่วงโซ่อุปทานเริ่มคลี่คลาย ในขณะที่ตลาดหุ้นที่เคยถูกกดดันจากต้นทุนพลังงาน กลับฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรับข่าวการเจรจาสันติภาพนี้
สำหรับทิศทางในเดือนพฤษภาคม 2026 ตลาดกำลังจับตาดู “ความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิง” เนื่องจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงหยุดชะงักในประเด็นการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ในมิติของตลาดทุน นักลงทุนควรติดตามว่าการประเมินมูลค่า (Valuation) ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ P/E ขยับขึ้นมาแตะระดับ 20.9 (ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังทั้ง 5 ปีและ 10 ปี) จะก่อให้เกิดแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นหรือไม่ หากตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวรวมถึงนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายใต้การนำของผู้ว่าฯ คนใหม่ ว่าจะส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดไว้หรือไม่
แม้โมเมนตัมตลาดในเดือนเมษายนจะกลับมาเป็นบวก แต่ด้วยระดับ Valuation ที่เริ่มตึงตัวและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความไม่แน่นอนแฝงอยู่ เรายังคงแนะนำให้จัดพอร์ตการลงทุนเน้นไปยังสินทรัพย์ความเสี่ยงปานกลางถึงต่ำ เพื่อเป็นเกราะป้องกันความผันผวน อาทิ หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure/Grid) ซึ่งมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอและทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงกลุ่มตราสารหนี้ที่มี Credit Rating สูง อย่างไรก็ดีจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเริ่มทยอยสะสมสินทรัพย์เสี่ยงที่กำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถรักษาระดับอัตรากำไร (Profit margin) และได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างจำกัด ขณะที่หุ้นเอเชียอาจต้องเลือกกองทุนหรือตลาดที่เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนใหญ่
โดยเสนอปรับการลงทุนใหม่ดังนี้
ที่มา: บลจ. อีสท์สปริง วันที่ 11 พ.ค. 2026
สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน Eastspring Dynamic Opportunities (ES-DO) สามารถดูพอร์ตการลงทุนได้ตามช่องทางนี้
ผ่านมือถือ/Tablet >> แอปฯ Finnomena ผ่านคอมพิวเตอร์ >> เว็บไซต์ Finnomena สำหรับลูกค้าที่สนใจลงทุนใน Eastspring Dynamic Opportunities (ES-DO) คลิกที่นี่เพื่อสร้างแผนการลงทุน
| โปรดทราบ สำหรับลูกค้าฟินโนมีนาที่ลงทุนใน Finnomena Port และได้รับบทความนี้ แต่ยังไม่ได้รับอีเมลและ/หรือ Notificationในการแจ้งสัดส่วนเงินในการเข้าลงทุน อาจเกิดจาก
1) ท่านอยู่ระหว่างการทำรายการซื้อขายกองทุน ซึ่งทางฟินโนมีนาจะแจ้งเตือนอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการทำรายการซื้อขายเสร็จสิ้น 2) ท่านมีจำนวนเงินลงทุนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่แนะนำ หมายเหตุ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะรอรับการแจ้งเตือน ท่านสามารถดูรายละเอียดของพอร์ตการลงทุนที่แนะนำผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของฟินโนมีนาพร้อมปรับพอร์ตเข้าลงทุนได้ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID: @FINNOMENAPORT |
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนการลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด หรือ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
