
ตลาดหุ้นโลกในเดือนตุลาคม 2025 เผชิญกับความผันผวนสูงมาก โดยปัจจัยชี้นำหลักคือสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในช่วงกลางเดือน ตลาดปรับตัวลงอย่างรุนแรง (ดัชนี Fear & Greed Index เข้าสู่โซน Fear) หลังจากจีนประกาศควบคุมการส่งออกแร่ Rare Earth ทำให้ ปธน. ทรัมป์ ตอบโต้ด้วยการประกาศตั้งภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 100% อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือน บรรยากาศการลงทุนกลับมาเป็นบวกอย่างรวดเร็ว หลังมีการยืนยันว่า ปธน.ทรัมป์ และ ปธน.สี จิ้นผิง จะพบกันนอกรอบการประชุม APEC เพื่อคลี่คลายความตึงเครียด
ในระหว่างเดือน ตลาดเผชิญกับหลายเหตุการณ์สำคัญ เริ่มตั้งแต่การที่สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะ Government Shutdown ในช่วงต้นเดือน ส่งผลให้การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจล่าช้า นอกจากนี้ ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ทวีความตึงเครียดขึ้น เมื่อสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตร Rosneft และ Lukoil ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นโดดเด่นจนทำสถิติสูงสุดใหม่ ตอบรับการขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของนาง Sanae Takaichi ซึ่งมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (“Sanaenomics”) และส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวขึ้นร้อนแรง หลัง FTSE ประกาศอัปเกรดสถานะเป็น Emerging Market อย่างเป็นทางการ
การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันที่ 29 ตุลาคม มีมติ 10 ต่อ 2 เสียง ลดดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 3.75%-4.00% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยให้เหตุผลถึงความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลง นอกจากนี้ เฟดยังได้ประกาศยุติกระบวนการลดขนาดงบดุล (QT) ในวันที่ 1 ธันวาคม ซึ่งเร็วกว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้เตือนว่าการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมยัง “ห่างไกลจากความแน่นอน” เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ไม่ชัดเจน (จากผลของ Government Shutdown) และความเห็นที่แตกต่างกันของกรรมการ
ภาพรวมการลงทุนประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 คาดว่าปัจจัยชี้ขาดทิศทางตลาดคือผลการเจรจาการค้าระหว่าง ปธน.ทรัมป์ และ ปธน.สี จิ้นผิง ในการประชุม APEC ขณะที่ตลาดยังคงติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินท่าทีของเฟดในการประชุมครั้งถัดไป รวมถึงการประกาศผลประกอบการของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในไตรมาส 3/25 โดยเรายังคงแนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตแบบบาร์เบล (Barbell Strategy) โดยผสมระหว่างสินทรัพย์ที่เติบโตสูงอย่างหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังได้แรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ควบคู่กับการถือครองสินทรัพย์กลุ่ม Defensive อย่างตราสารหนี้โลกและหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างสมดุลและลดความผันผวนของพอร์ตในระยะสั้น
ที่มา: บลจ.อีสท์สปริง วันที่ 7 พ.ย. 2025
สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน Eastspring Dynamic Opportunities (ES-DO) สามารถดูพอร์ตการลงทุนได้ตามช่องทางนี้
ผ่านมือถือ/Tablet >> แอปฯ Finnomena ผ่านคอมพิวเตอร์ >> เว็บไซต์ Finnomena สำหรับลูกค้าที่สนใจลงทุนใน Eastspring Dynamic Opportunities (ES-DO) คลิกที่นี่เพื่อสร้างแผนการลงทุน
| โปรดทราบ สำหรับลูกค้าฟินโนมีนาที่ลงทุนใน Finnomena Port และได้รับบทความนี้ แต่ยังไม่ได้รับอีเมลและ/หรือ Notificationในการแจ้งสัดส่วนเงินในการเข้าลงทุน อาจเกิดจาก
1) ท่านอยู่ระหว่างการทำรายการซื้อขายกองทุน ซึ่งทางฟินโนมีนาจะแจ้งเตือนอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการทำรายการซื้อขายเสร็จสิ้น 2) ท่านมีจำนวนเงินลงทุนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่แนะนำ หมายเหตุ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะรอรับการแจ้งเตือน ท่านสามารถดูรายละเอียดของพอร์ตการลงทุนที่แนะนำผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นของฟินโนมีนาพร้อมปรับพอร์ตเข้าลงทุนได้ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID: @FINNOMENAPORT |
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนการลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด หรือ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299