Fiverr หุ้นเจ้าอาณาจักรฟรีแลนซ์ กับ Gen Millennial Workforce

ด้วยความ Bullish ของนักลงทุน ลากหุ้น Fiverr ปรับตัวขึ้นไปมากกว่า 700% ในปี 2020

Fiverr เป็น E-commerce Platform จากประเทศอิสราเอล แต่ที่จะแปลกกว่าทั่วไป คือ เป็นบริษัทตัวกลางเพื่อเชื่อมโยงระหว่าง บุคคลที่ทำงานแบบฟรีแลนซ์ (Freelancer) กับลูกค้า บริษัทเรียกว่า Service-as-a-Product model ตัวอย่างบริการ เช่น ออกแบบโลโก้  ออกแบบเว็บไซต์ ตัดต่อวิดีโอ แต่งเพลง และมีบริการอื่น ๆ อีกมากกว่า 300 รูปแบบ

ชื่อของ Fiverr ได้มาจากตอนเริ่มก่อตั้งเว็บไซต์ ทุก ๆ คำสั่งซื้อจะมีราคาตั้งไว้ที่ 5 เหรียญ เลยทำให้คำสั่งซื้อส่วนมากในตอนแรกจะเป็นเกี่ยวกับการออกแบบโลโก้หรือ งานตัดต่อภาพ แต่งภาพ เพราะเป็นงานที่ไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ภายหลังเมื่อมีสินค้ามากขึ้นบริษัทจึงเปลี่ยนให้ Freelancer สามารถตั้งราคา Gig ของตัวเองได้แบบเสรี ปัจจุบันราคา Gig สูงเป็นหลักแสนบาทก็มี เพราะมีหลาย ๆ บริษัทที่มีชื่อเสียงเริ่มมาหาลูกค้าเพิ่มเติมใน Fiverr เช่นกัน

แล้วตลาด Freelance ใหญ่แค่ไหน ?

ในปี 2020 Freelancer ในอเมริกา ทำรายได้รวมกันไปมากกว่า 36 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของ GDP ประเทศ เติบโตมากกว่า 22% เมื่อเทียบกับปี 2019

Fiverr ทำรายได้เติบโตมากกว่า 89% YoY ใน Q4 2020 ซึ่งดูไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลงเลยจากเทรนด์ Work from Home ปัจจุบัน

ผลจากจำนวนผู้ซื้อ Gig เติบโตได้ดี จาก 2.5 ล้านคนใน Q1 2020, 2.8 ล้านคน Q2 2020 และ 3.1 ล้านคน Q3 2020 คิดเป็นการเติบมากกว่า 24% เลยทีเดียวในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2020

จำนวนเงินที่ลูกค้าจ่ายต่อการซื้อก็สูงขึ้นเช่นกันจาก 177 เหรียญ, 184 เหรียญ และ 195 เหรียญ ใน Q1-Q3 2020 ตามลำดับ หรือมากกว่าเดิม 10% ในแค่ 3 ไตรมาส

Platform ของ Fiverr ช่วยแก้ปัญหาให้ทั้ง ฝ่ายที่จะ Gig และฝ่ายที่ต้องการขาย Gig

ฝ่ายซื้อ ได้ประโยชน์การราคาที่เป็นธรรม มีบริการจากหลายเจ้าให้เปรียบเทียบ และ มี Reviews ของ Freelancer บนเว็บไซต์ประกอบการตัดสินใจ

ฝ่ายขาย ไม่ต้องประมูลงานหรือต่อรอง ไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องการเก็บเงิน ไม่ต้องวิ่งหางานถ้ามีคุณภาพงานจะเข้ามาหาเอง

ส่วน Fiverr ทำเงินจากการแก้ปัญหานี้ โดยยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ขายตั้งราคา Gig ไว้ 100 บาท ผู้ซื้อจะต้องจ่ายที่ราคา 105 บาท ซึ่งเงินที่ได้มา Fiverr จะนำไปจ่ายผู้ขาย 80 บาท และเก็บไว้เองประมาณ 25 บาท

โอกาสเติบโตของ Fiverr ในอนาคต โดยหลักจะมาจากการขยายรูปแบบ Gig Catalog ให้มากขึ้น บริษัทจะเริ่มขยายฐานประเทศตามภูมิภาค (ด้านภาษา) ต่อไป เพื่อแข่งขันกับเว็บไซต์ที่ครองตลาดในประเทศหรือภาษานั้น ๆ

โอกาสในการขยายตลาดในกลุ่มองค์กรและงานที่มีคุณภาพสูงขึ้น จากเดิมลูกค้าจะเป็นกลุ่มรายย่อย โดยล่าสุด Fiverr เพิ่งซื้อกิจการ Working Not Working ที่เป็น platform ที่ขึ้นชื่อเรื่องงาน creative คุณภาพสูงที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Google, Netflix และ Spotify

ส่วนอีกเรื่องที่น่าจับตามองที่สุดของการเติบโต คือ การที่กลุ่มคนยุค Gen Millennial กำลังจะเข้ามาสู่ระบบการทำงาน ซึ่งจากการสำรวจในหลายสำนัก การทำงานแบบฟรีแลนซ์ค่อนข้างตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนรุ่นดังกล่าว

Fiverr เป็นบริษัทที่โอกาสในอนาคตดูค่อนข้างสดใส โดยวิธีการทำงานในยุคการระบาดของโควิดที่เปลี่ยนแปลงไป มีโอกาสที่เราจะได้เห็นการทำงานแบบนี้ต่อ ๆ ไปในโลกหลังการระบาด ซึ่ง Fiverr ได้พยากรณ์ไว้ว่า

โลกจะเปลี่ยนจากการจ้างงานระยะยาว เป็นการจากงานแบบ Freelance

โลกจะเปลี่ยนจากการนั่งทำงานในออฟฟิศ เป็นการทำงานจากที่ไหนก็ได้

โลกจะเปลี่ยนจากการทำงานกับกลุ่มคนในพื้น เป็นการทำงานจากกลุ่มคนทุกเชื้อชาติแบบระยะไกล

โลกจะเปลี่ยนจากการทำงาน Offline เป็นการทำงานบนโลก Digital

โลกจะเปลี่ยนจาการทำงานเต็มเวลา รับเงินเดือน เป็นการทำงานและได้รับผลตอบแทนจากการกระทำและผลลัพธ์ที่ได้

โลกจะเปลี่ยนจากการเรียนรู้เฉพาะตอนเด็ก และทำงานแบบทั่วไป เป็นการเรียนรู้แบบไม่รู้จบและทำงานในสายงานเฉพาะ

เพื่อน ๆ คิดอย่างไรกับสิ่งที่ Fiverr คาดการณ์ หรือใครพอจะมีเวลาว่างสัก 2-3 ชั่วโมงต่อวันอยากหารายได้เสริม เราเชิญมาขาย… เอ้ยไม่ใช่ ลองไปเปิดบัญชี Fiverr หางานที่ถนัดแล้วทดลองขาย Gig ดูได้เลยครับ

อ่านแล้วว้าวก็อย่าเพิ่งไปซื้อหุ้นเลยนะครับ ลองไปศึกษาเพิ่มก่อน เราเพียงเขียนเล่าบริษัทเท่านั้น

BottomLiner

ที่มาบทความ: https://bottomliner.co/stock/fiverr-freelancer-plaatform/

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม