ล้านแรก Wealth-Me-Up-1-Million-01

ได้รับคำถามจากแฟนเพจทาง www.facebook.com/WealthMeUp เรื่องของการมีเงิน “ล้านแรก” แล้ว…ทำให้หวนกลับไปคิดถึงตัวเองเมื่อ 10 กว่าปีก่อน…

——

หนูเป็นพนักงานบริษัท อายุ 23 เก็บเงินเดือนละ 6,000 บาทค่า 5,000 แรกเข้าสหกรณ์ได้ผลตอบแทน 6% ได้ 10 เดือน เพราะหนูพึ่งเรียนจบทำงานได้ 10 เดือน อีก 1,000 ฝากออมทรัพย์ หนูอยากเอาที่ฝากออมทรัพย์ไปลงทุนอย่างอื่นคะ อยากเอาไปลงทุนทองออสสิริส 1,000 พี่ว่าจะคุ้มไหมคะ

แล้วเงินล้านแรกหนูต้องใช้เวลากี่ปีคะ?

——

ใครๆ ก็อยากมีเงินล้าน…เหมือนกับเฟิร์นเมื่อครั้งเริ่มต้นเข้าสู่โลกของการลงทุนเมื่อ 11 ปีก่อน…เป้าหมายแรกก็คือ “1 ล้านบาท” เช่นกัน แท้จริงแล้วคำว่า “เศรษฐีเงินล้าน” หรือ “Millionaire” มาจากฟากฝั่งตะวันตก (สหรัฐอเมริกา) ที่เชื่อกันว่าใครมีเงินถึง $1 ล้าน ก็เรียกได้ว่าเป็น “เศรษฐี”

เอาเข้าจริง…หากเราอยากเป็นเศรษฐีตามนิยามของ Millionaire

แล้วล่ะก็…เห็นทีจะต้องคูณอัตราแลกเปลี่ยนในวันนี้ไปด้วย (เกือบ 36 บาท = $1) หรืออีกนัยก็คือ อยากเป็น “เศรษฐี” ต้องมี 36 ล้านบาท (เห็นตัวเลขแล้วห่อเหี่ยวจริงๆ >_<’)

กลับมาที่ประเด็นของคนต้นเรื่องกันดีกว่า…

“ออมเร็ว และออมเยอะ”

ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมศักยภาพในการเก็บเงินของน้องคนนี้ที่เริ่มต้นทำงานปุ๊บ…เก็บออมปั๊บ (ออมเร็ว) ซึ่งเดาว่าอาจจะประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้ (และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง) ก็ถือเป็นสัดส่วนที่สูงมาก (ออมเยอะ) และอยากให้รักษามาตรฐานการออมระดับนี้เอาไว้นานๆ โดยถ้าในอนาคตรายได้เพิ่ม…ก็ควรออมเพิ่มด้วยเช่นกัน ^__*

“ผลตอบแทนจูงใจ และไม่เสียภาษี”

ขอดีที่น่าอิจฉา สำหรับองค์กรที่มีสหกรณ์ออมทรัพย์ก็คือ เป็นรูปแบบการออมที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง (เงินปันผลประมาณ 4-6% ต่อปี) แถมยังไม่เสียภาษีอีกด้วย ดังนั้นหากน้องคนนี้ยังคงทำงานอยู่ที่นี่ต่อไปไม่เปลี่ยนงานหรือปรับสถานะเป็น freelance เหมือนสิ่งที่คน Gen Z นิยมกันในยุคสมัยนี้…ส่วนตัวแล้วอยากให้ใช้สิทธิ์นี้ต่อไป เพราะในวันที่ตลาดมีแต่ความผันผวนเช่นนี้ การหาสินทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทน 6% ต่อปี…ไม่ง่ายเลย แต่ก็ต้องไม่ลืมนำเงินปันผลที่ได้รับในแต่ละปี (6% ต่อปี) กลับไปฝากในสหกรณ์ออมทรัพย์ต่อด้วยเช่นกัน เพราะมิเช่นนั้นก็เท่ากับเก็บได้แค่เงินต้น แล้วนำดอกผลมาใช้ระหว่างทาง ซึ่งจะทำให้ห่างจากเป้าหมาย “เงินล้าน” ที่ตั้งใจไว้

“ซื้อทอง…ดีมั้ย?”

ความจริงก็คือ “คนไทยผูกพันกับทองคำ” ดังนั้นจึงรู้สึกคุ้นเคยกับ “ทองคำ” มากกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น จึงไม่แปลกนักหากถามว่าอยากลงทุนในอะไร?

คำตอบที่ได้รับจากคนทั่วไปส่วนใหญ่ก็คือ “ทองคำ”

แต่หากดูจากผลตอบแทนย้อนหลัง (ตามภาพด้านล่าง) จะพบว่าในอดีต (ปี 1976-2015) ทองคำ (เส้นสีฟ้า) ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น (เงินสด ตราสารหนี้ หุ้นสหรัฐฯ หุ้นนอกสหรัฐฯ) เป็นส่วนมาก (ปี 1981-2000)

ยกเว้นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ อย่าง dot com crisis เมื่อปี 2000 เรื่อยมาจนถึงวิกฤติ subprime ในสหรัฐฯ ที่ผลตอบแทนพุ่งปรี๊ดดดด…แล้วก็กลับมาหัวทิ่มในช่วงปลายปีที่แล้ว (ปี 2015) ก่อนกลับมาฟื้นอย่างสดใสในปีนี้

ส่วนพระเอก (เกือบ) ตลอดกาลก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “หุ้น” ทั้งหุ้นสหรัฐฯ (เส้นสีส้ม) และหุ้นนอกสหรัฐฯ (เส้นสีน้ำเงิน) ขณะที่ผู้อยู่เบื้องหลังอย่างมีเสถียรภาพก็เป็นใครไปไม่ได้เช่นกันนอกจาก “เงินสด” (เส้นสีดำ)

0001

ดังนั้น…กลับมาตอบคำถามที่ว่า “ลงทุนทองคำ” คุ้มไหม?…อยากให้ตัดสินใจจากทั้งข้อมูลในอดีต

(ที่ทองคำอาจไม่น่าสนใจ) และแนวโน้มในอนาคต (ซึ่งก็มีคนที่คิดต่างทั้งขึ้น คง และลง) แต่หากอยาก “ลงทุนในหุ้น” อยากให้ลองกลับไปอ่านบทความแนะนำมือใหม่ (มาก) กับเรื่อง อยากซื้อหุ้น? เริ่มที่ “กองทุนดัชนี”

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

“ล้านแรก…เมื่อไหร่?”

มาถึงคำถามคาใจที่ว่า…เงินล้านแรกต้องใช้เวลากี่ปี?

กรณีแรก : ฝากสหกรณ์อย่างเดียวเดือนละ 6,000 บาท

ถ้าตัดสินใจฝากสหกรณ์ออมทรัพย์อย่างเดียวด้วยเงินที่เก็บได้ทั้งหมด 6,000 บาท/เดือน และนำเงินปันผลที่ได้รับทุกปี (ปีละ 6%) ไปลงทุนต่อแล้วล่ะก็จะใช้เวลาทั้งหมด 10.4 ปีพอดิบพอดี

กรณีที่สอง: อยาก “เล่นของสูง” เสี่ยงลงทุนหุ้นบ้าง

แต่ถ้ารู้สึกว่า 10 กว่าปี…นานเกินไป หากลองใช้เครื่องมือ Finnomena NTER คำนวณแล้วล่ะก็หาก…

  • มีเงินตั้งต้น 20,000 บาท
  • ลงทุนได้เดือนละ 6,800 บาท
  • รับความเสี่ยงได้ “สูง” (เพราะอายุน้อย และยังมีเวลาออมอีกมาก)

ก็จะใช้เวลาลดลงเหลือ 8 ปีเท่านั้น…

0002

ถามว่า…เอาเงิน 6,800 บาทนี้ไปลงทุนอะไรบ้าง?

นี่คือพอร์ตแนะนำ…

0003

เมื่อรู้ว่าต้องลงทุน…

  • หุ้น 70% (หุ้นต่างประเทศ 45%, หุ้นไทย 25%)
  • ตราสารหนี้ 20%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 10%

เพื่อให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8.95% ต่อปี (แต่ก็มีบางปีที่ผลตอบแทนพุ่งปรี๊ดแตะ 40.70% (ปี 52) และบางปีที่ผลตอบแทนดำดิ่ง -32.01% (ปี 51)

0004

แต่ก็คงเป็นการยาก หากจะให้มือใหม่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้…ด้วยตัวเอง! Finnomena NTER จึงมีเครื่องมือคัดกรอง “กองทุนรวม” (บอกชัดๆ ไปเลยว่าให้ลงทุนกองทุนอะไร) และยังสามารถลงทุนได้ทันที เพื่อที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจ พร้อมกับการปรับพอร์ตทุกเดือน ด้วยความคิดเห็นที่เป็นกลาง (ไม่สังกัดค่ายไหน) เพื่อผลประโยชน์ตกอยู่กับคนใช้งานได้อย่างเต็มที่…ที่สำคัญ “ฟรี” ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เลยนะจ๊ะ (ค่าธรรมเนียมก็เสียเท่ากับที่ซื้อตรงกับบลจ.)

แต่ของดี ก็มีข้อจำกัด…เพราะตอนนี้เราสามารถให้บริการกับคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากมีกระบวนการหลังบ้านที่ต้องใช้สรรพกําลังของทีม Finnomena มาดูแลอย่างเต็มที่ หากใครสนใจสามารถ add Line ID @nter หรือสแกนที่ QR CODE ด้านล่างนี้ได้เลย

QR NTER

แล้ว “ล้านแรก” ของคุณจะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป ^___*


.

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ