Checklist yourself first ก่อนลงทุนในตลาดหุ้น

รู้หรือไม่ว่า ประเทศไทยมีนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากติดอันดับโลกจำนวนมากคิดว่าการไปลงทุนในตลาดหุ้นรวยกันหมด แต่จำนวนมาก กลายเป็นแมลงเม่ากันหมด

ตลาดหุ้นเป็นหนึ่งในแหล่งการลงทุนที่มีผลตอบแทนดี แต่ก็มีความเสี่ยงสูง!!!!!!

จะดีกว่าไหมถ้าเราจะรู้จักป้องกันตัวเองอย่างไรก่อนจะลงทุนในตลาดหุ้นด้วยตัวเอง

เราจะป้องกันตัวเองอย่างไรเพื่อไม่ให้การลงทุนในตลาดหุ้นด้วยตัวเองกระทบกับเป้าหมายการเงินด้านอื่นๆ กระทบกับเงินส่วนต่างๆ ดังนั้นเราจะต้องตรวจสอบตัวเอง (Checklist yourself first) กันก่อนเลยดังนี้

1) ตรวจสุขภาพการเงินส่วนบุคคล

เราจะต้องตรวจดูก่อนว่าสถานะการเงินเราสามารถลงทุนได้ไหม ข้างล่างเป็นอัตราส่วนทางการเงินที่จะต้องตรวจสอบ

  • เงินสด/หนี้ระยะสั้น (เงินกู้ไม่เกิน 1 ปี เช่น บัตรเครดิต) > 1
  • เงินสด ประมาณ 6-8 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน
  • หนี้สินรวม / สินทรัพย์รวม < 1
  • รายจ่ายเงินสำหรับการชำระหนี้ต่อเงินเดือน < 35%
  • สถานะการเงินเราจะต้องมีสภาพคล่องมากเพียงพอ
  • รายจ่ายสำหรับหนี้สินน้อย มีเงินสดสำรองเพียงพอ

โดยถ้ายังไม่ผ่านเกณฑ์ ให้กลับไปจัดการสภาพคล่องและหนี้ก่อน  เช่น ทำงานเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ลดหนี้สิ้น

2) ตรวจดูว่าวางแผนฉุกเฉินกรณีเจ็บป่วยไว้หรือไม่

การลงทุนลงทุนในหุ้น ราคาไม่คงที่ถ้าต้องหุ้นตก หากเราเกิดเจ็บป่วยต้องการใช้เงินจะทำอย่างไร ยิ่งถ้าหุ้นตกขาดทุนอยู่ เราจะต้องขายหุ้นทิ้งเอามาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล ???

ดังนั้นผมแนะนำให้โอนความเสี่ยงตรงนี้ให้ประกันสุขภาพ อย่า คิดในแง่บวกมากเกินไป คิดว่าหุ้นมีแต่จะขึ้น!!! สุขภาพเราแข็งแรงจะไม่เป็นอะไร!!! ความประมาทจะทำให้คุณ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

3) ตรวจดูว่ามีภาระครอบครัวไหม

เช่นมีลูก 2 คนต้องมีค่าเล่าเรียน ต้องมีการเสี้ยงดู ถ้ามีภาระก็ให้ตรวจสอบดูว่า มีการวางแผนทำหลักประกันให้ครอบครัวกรณีเสียชีวิตไว้หรือยัง ถ้ายังไม่มีแนะนำให้ทำการจัดการความเสี่ยงตรงนี้ก่อน

การลงทุนในหุ้นไม่การันตีผลตอบแทน อาจจะขาดทุนหรือกำไรก็ได้ ตราบใดที่ท่านยังมีเงินไม่เยอะเพียงพอให้ครอบครัวของท่านได้ยามที่ท่านจากไป

จงอย่าประมาท

4) ตรวจดูว่ามีแผนวางแผนภาษี สำหรับการลงทุนหรือไม่

จะดีกว่าไหมถ้าเราจะลงทุนแล้วสามารถลดหย่อนภาษีไปได้ ถ้าเราได้เงินคืนฐานภาษีที่ 10% หรือ 20% หมายถึงเราได้กำไรทันที ถ้าปีนั้นโชคร้าย ตลาดหุ้นตกขาดทุน อย่างน้อยเราก็ได้กำไรจากการคืนเงินภาษี

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

5) สุดท้ายก็ศึกษาการลงทุนในหุ้น เราจะต้องศึกษาข้อมูลดังต่อไปนี้ก่อนที่จะลงทุนในหุ้นด้วยตัวเอง

วิเคราะห์เศรษฐกิจและธุรกิจ

  • ตัวคุณเองรู้จักธุรกิจดีแค่ไหน?
  • ผู้เล่นในธุรกิจมีใครบ้าง?
  • ใครเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจ?

วิเคราะห์งบการเงิน

  • รู้จักอัตราส่วนทางการเงินอะไรบ้าง?
  • มีหนี้สินเยอะไหม สภาพคล่องเป็นอย่างไร?
  • กำไรต่อหุ้นดีไหม แนวโน้มการเงินเป็นอย่างไร?

หามูลค่าหุ้นที่แท้จริง

  • หาราคาหุ้นที่เหมาะสมเป็นหรือไม่?
  • ราคาซื้อควรจะอยู่ที่เท่าไร ราคาขายควรเป็นเท่าไร?

จัดพอร์ตการลงทุน

  • รู้จักลงหุ้นในหลายอุตสาหกรรม
  • รู้จัก Cycle ของเศรษฐกิจ

จิตทยานักลงทุน

  • อดทนลงทุนได้ระยะยาวแค่ไหน?
  • ยอมรับหุ้นตก 20% ได้หรือไม่?
  • มีอคติในการลงทุนอะไรบ้าง?

มีเวลาลงทุนเอง

มีเวลาศึกษาหรือไม่? ถ้าไม่มีเวลาด้วย และความรู้ยังไม่เพียงพอ ก็ให้ลงทุนผ่านกองทุน หรือ ปรึกษา Investment Planner

6) ลงทุนชนะตลาด

ลงทุนเองชนะตลาดหรือไม่ โดยใช้การลงทุน SET Index เป็นตัวเปรียบเทียบ ถ้า SET Index ได้ผลตอบแทน 15% แต่คุณลงทุนเองได้แค่ 8% ก็แสดงว่ายังไม่ชนะตลาด ถ้าลงทุนชนะตลาดเยอะและบ่อยๆ ก็ค่อยทยอยเพิ่มเงินในการลงทุนเองมากขึ้น

ขอให้ทุกคนโชคดีในการลงทุน รู้จักตัวเอง รู้จักวางแผนอย่างรอบครอบ ถ้าเจอเหตุการณ์เลวร้ายของตลาดหุ้น ท่านจะผ่านมันไปได้โดยสูญเสียน้อยที่สุด

sompoj patsuwan
สมพจน์ พัดสุวรรณ
#wealthguru

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ