เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทาง Amazon ได้เปิดตัว AR View ใน iOS App ของตัวเอง

ลูกเล่นใหม่นี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเห็นภาพจำลอง 3D ของสินค้าซึ่งซ้อนทับไปกับโลกแห่งความจริง ผ่านหน้าจอ iPhone

โดยส่วนใหญ่สินค้าที่สามารถเรียกดูใน AR View ได้ ณ ตอนนี้จะเป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้สำนักงาน ของเล่น และเกม

เราจึงสามารถรู้ได้ว่าเก้าอี้ที่เรากำลังจะซื้อนั้นเข้ากันได้ดีกับมุมห้องนั่งเล่นของบ้านเราหรือเปล่า โดยใช้เพียงปลายนิ้วขยับตำแหน่งสินค้าและเลื่อนหมุนไปมา

แม้ปริมาณสินค้าที่เรียกดูได้จะยังมีไม่มาก (ประมาณ 1,000 ชิ้น) และยังมีปัญหาด้านกราฟฟิกนิดหน่อย แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของอเมซอน ที่ได้เข้าร่วมสมรภูมิ AR แข่งกับบริษัทค้าปลีกอื่นๆ อย่าง Ikea, Target, Lowe’s ฯลฯ

…และการที่ยักษ์ใหญ่ทยอยตบเท้าเข้าใช้ประโยชน์จาก AR เพื่อพัฒนาประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้า อาจเป็นสัญญาณท้าทายธุรกิจร้านค้าออฟไลน์ ในเมื่อเราไม่จำเป็นต้องไปถึงร้านเพื่อดูสินค้าอีกต่อไป

เมื่อ ‘ความเป็นจริงเสริม’ กลายเป็น ‘ฟังก์ชั่นเสริม’

ลูกเล่น AR View ของ Amazon นั้นถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้ซอฟต์แวร์ของ Apple อย่าง ARKit ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไมถึงมีแค่ iPhone ที่รองรับได้ ณ ตอนนี้ (แถมยังต้องเป็นไอโฟน 6S ขึ้นไป ที่ใช้ iOS 11 เป็นอย่างต่ำด้วยนะ)

แน่นอนว่า AR ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานด้วยการผสานภาพจำลองเข้ากับสภาพแวดล้อมจริง เปรียบง่ายๆ ก็คือเกม Pokemon GO นั่นแหละ

ทีนี้ เมื่อนำมาประยุกต์เข้ากับ Platform การขายสินค้า จึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถเห็นภาพคร่าวๆ ว่าสินค้าที่กำลังจะซื้อนั้นมีรูปร่างหน้าตาในชีวิตจริงเป็นประมาณไหน เข้ากันได้ดีกับสภาพแวดล้อมรอบๆ หรือเปล่า โดยไม่ต้องเดินทางออกไปดูสินค้าถึงหน้าร้านให้เสียแรง

Evan Varsamis ซีอีโอของบริษัท Gadget Flow สตาร์ตอัพ Platform ออนไลน์สำหรับซื้อขายสินค้าซึ่งระดมทุนผ่าน Crowdfunding (รายนี้ก็มี AR ให้เล่นเหมือนกัน) ได้ให้ข้อสังเกตว่าลูกค้าที่เล่น AR นั้นใช้เวลาอยู่ในเว็บนานกว่าลูกค้าที่ไม่ได้เล่น AR ถึง 2-3 เท่า และเชื่อว่าลูกค้าจะมีแนวโน้มการใช้จ่ายสูงขึ้น

ส่วนทาง Amazon นั้นก็ต้องการใช้ลูกเล่นนี้ช่วยกระตุ้นลูกค้าให้กด 1-Click Purchase ซื้อทันทีเมื่อเห็นว่าสินค้านั้นตรงสเป็กที่ต้องการ

หรือ Augmented Reality จะไม่ได้ดีเสมอไป?

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์

ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางกระแสที่ออกมาแสดงความกังขาต่อการใช้ AR เพื่อโปรโมตสินค้า

…ว่ากันว่า AR อาจลดเสน่ห์น่าดึงดูดของสินค้าลง เพราะการเห็นสินค้าจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ นั้นไม่น่าอภิรมย์เท่าการเห็นสินค้าจากโฆษณา หรือเห็นเฟอร์นิเจอร์จากห้องตัวอย่างที่จัดแสดงไว้ในร้านค้า

ซึ่งจุดนี้ก็เป็นที่น่าคิด เพราะบางทีลูกค้าอย่างเราๆ อาจจะซื้ออะไรสักอย่างเพียงเพราะสิ่งนั้นอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งช่วยผลักดันให้ภาพลักษณ์ของสินค้านั้นๆ ดูน่าสนใจขึ้น

ในขณะที่การวางสินค้าท่ามกลางสภาพแวดล้อมเดิมๆ อย่างในบ้านเราอาจทำให้สินค้านั้นดูธรรมดาไม่เตะตา

นอกจากนี้ ในด้านของผู้ผลิตก็ยังต้องเจอกับต้นทุนการพัฒนาระบบที่สูง แถมผู้ใช้งานยังถูกจำกัดแค่ผู้ที่มี Smart Devices เท่านั้น จึงต้องคิดให้ดีก่อนจะลงทุนใน AR เพราะอาจไม่คุ้มเงินลงทุน

อนาคตของ AR กับการค้าปลีก

แม้จะมีบางเสียงที่แสดงความไม่แน่ใจในเทคโนโลยี AR กับธุรกิจค้าปลีก เราก็ยังเชื่อว่า AR จะกลายเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ธุรกิจค้าขาย – โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ – จะนำไปประยุกต์ในอนาคตเพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ลูกค้า โดยเฉพาะในต่างประเทศที่ซึ่งการซื้อของออนไลน์นั้นเป็นที่นิยมในวงกว้าง

สำหรับประเทศไทยนั้นก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าจะมีเจ้าไหนลุกขึ้นมาปฏิวัติการช้อปปิ้งด้วย AR แบบสามมิติบ้าง และจะสามารถครองใจคนไทยได้หรือไม่

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

http://www.businessinsider.com/review-amazon-augmented-reality-shopping-feature-2017-11

https://www.forbes.com/sites/davidkwilliams/2017/11/06/a-marriage-made-in-heaven-how-augmented-reality-enhances-online-retail/

https://techcrunch.com/2017/11/01/amazon-adds-an-ar-shopping-feature-to-its-ios-app/

https://www.theverge.com/2017/11/1/16590160/amazon-furniture-placement-ar-feature-too

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์