เม็ดเงิน AI เริ่มกระจายสู่หุ้นอุตสาหกรรมดั้งเดิม

Wells Fargo & Co. สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ออกมาระบุว่า เม็ดเงินลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี AI จากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ กำลังเริ่มกระจายตัวลงสู่ระบบเศรษฐกิจวงกว้าง (Trickle Down) และกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยผลักดันราคาหุ้นในกลุ่มภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าทุน (Capital Goods) ที่ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

โอซอง ควอน (Ohsung Kwon) นักยุทธศาสตร์การลงทุนของ Wells Fargo ระบุว่า บริษัทที่ผลิตสินค้าทุนกลายเป็นกลุ่มหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับกระแส AI มากที่สุดในขณะนี้ และมีความสัมพันธ์ทางการเงินแนบแน่นกับอุตสาหกรรมชิปเซมิคอนดักเตอร์อย่างเห็นได้ชัด โดยเริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนจากการเติบโตของภาคการผลิตในเดือนกรกฎาคมที่ขยายตัวเร่งตัวขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะที่งบลงทุนที่ไม่ใช่ AI ก็เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ควบคู่กับการปล่อยสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความตื่นตัวในกลุ่มเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม (Old Economy) ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มหุ้นผู้นำในดัชนี S&P 500 อย่างชัดเจน โดยหมวดอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 20% นับตั้งแต่ต้นปี เป็นรองเพียงกลุ่มพลังงานและเทคโนโลยีสารสนเทศเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น Caterpillar Inc. ผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างรายใหญ่ ที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างเด่นชัด หลังรายงานกำไรไตรมาส 2 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากแรงหนุนของการสร้าง Data Center ที่ขยายตัวอย่างหนัก

Wells Fargo ประเมินว่า ปัจจุบันมีการก่อสร้าง Mega Data Center แห่งใหม่เริ่มขึ้นแล้วราว 40 แห่ง และมีแผนเตรียมสร้างอีกมากกว่า 100 แห่งทั่วสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐเทกซัส จอร์เจีย เวอร์จิเนีย และเพนซิลเวเนีย ซึ่งควอนมองว่า หากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มี Data Center เปิดใช้งานกลายเป็นเทรนด์ใหม่จริง เราก็ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นอย่างมากของผลกระทบแบบกระจายตัวนี้

อย่างไรก็ตาม โครงการสร้าง Data Center กำลังเผชิญกับความเสี่ยงสำคัญจากกระแสต้านทางการเมือง (Political Pushback) เนื่องจากประชาชนในท้องถิ่นเริ่มออกมาคัดค้านมากขึ้น เพราะกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า การใช้ทรัพยากรน้ำ และสิ่งแวดล้อมในชุมชน ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้ได้

ควอนทิ้งท้ายว่า ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดต่อการขยายตัวของ Data Center ในระยะถัดไป คือประเด็นแรงต้านทางการเมืองเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งนักลงทุนต้องจับตาดูว่าประเด็นด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่เข้ามารบกวนอัตราการเติบโตของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคตหรือไม่


อ้างอิง: Bloomberg

Mid Year Outlook 2026