เศรษฐกิจจีน

เศรษฐกิจจีนเดือนเมษายนชะลอตัวรุนแรง โดยการลงทุนสินทรัพย์ถาวรช่วง 4 เดือนแรกหดตัว 1.6% ผิดคาด ขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวเพียง 4.1% ต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี และยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2022 ตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดชี้ชัดว่ายอดส่งออกที่แข็งแกร่งไม่สามารถชดเชยการบริโภคภายในประเทศที่ทรุดตัวลงได้อีกต่อไป

ความต้องการในประเทศที่อ่อนแอสะท้อนผ่านยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยยอดขายรถยนต์ดิ่งลง 15% จากปีก่อน หดตัวรุนแรงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 จากการลดเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าและวิกฤตราคาน้ำมันจากสงครามอิหร่านที่ฉุดยอดขายรถยนต์สันดาป นอกจากนี้ ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ลดลงในอัตราเลข 2 หลัก ส่วนยอดขายทองคำและเครื่องประดับพุ่งลง 21% พลิกกลับจากกระแสเก็งกำไรช่วงก่อนหน้า

ภาคอุตสาหกรรมจีนเผชิญภาวะเติบโตไม่สมดุล (Two-Speed Economy) กลุ่มส่งออกและเทคโนโลยีขยายตัวได้ดีจากกระแส AI โลกและพลังงานสะอาด ส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โต 15.6% และยานยนต์โต 9.2% จากยอดขาย EV ต่างประเทศ ตรงข้ามกับอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่พึ่งพาตลาดในประเทศและภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น ซีเมนต์ แก้ว และเหล็กกล้า รวมถึงปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบที่ลดลงต่อเนื่อง

สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งไว้ 4.5% 5% ในปีนี้ โดย Macquarie ประเมินว่า GDP ไตรมาส 2 อาจขยายตัวเหลือเพียง 4.1% ตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้าหมายทำให้เกิดแรงกดดันจากสถาบันการเงินชั้นนำ ทั้ง Nomura, Societe Generale และ Goldman Sachs ให้ธนาคารกลางจีน (PBOC) และรัฐบาลเร่งใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินและการคลังเพื่อพยุงกำลังซื้อ

ที่ผ่านมาธนาคารกลางจีนระมัดระวังการหั่นดอกเบี้ยเนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูง แต่อัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าคาดอาจบีบให้ต้องนำมาตรการลดสัดส่วนการกันสำรอง (RRR) หรือการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายกลับมาพิจารณา ด้าน HSBC คาดว่าทางการจีนยังคงท่าทีระมัดระวัง โดยการประชุม Politburo ในเดือนกรกฎาคมนี้จะเป็นกรอบเวลาสำคัญในการส่งสัญญาณปรับเปลี่ยนนโยบาย

แม้สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนจะระบุว่า ดัชนีที่ลดลงเป็นเพียงความผันผวนปกติรายเดือน และมีปัจจัยระยะสั้นอย่างฝนตกหนักในภาคใต้และการปรับปรุงฐานข้อมูลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การที่ภาคครัวเรือนจีนมียอดเน็ตชำระคืนเงินกู้สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นยังไม่ฟื้น ทิศทางเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังจึงขึ้นอยู่กับความเร็วในการตัดสินใจอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเชิงรุกของรัฐบาลจีน


อ้างอิง: Bloomberg

Morning Brief On Stage