Fed คงดอกเบี้ย เสียงแตก 9 ต่อ 3

ที่ประชุม FOMC มีมติ 9 ต่อ 3 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50% – 3.75% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 โดยการประชุมครั้งนี้สะท้อนรอยร้าวภายในอย่างชัดเจน เมื่อประธาน Fed สาขาภูมิภาค 3 ราย ได้แก่ Lorie Logan, Beth Hammack และ Neel Kashkari ลงคะแนนเสียงเห็นต่าง โดยต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ทันที ซึ่งสะท้อนความกังวลว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันอาจไม่เพียงพอรับมือเงินเฟ้อที่เริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

Kevin Warsh ประธาน Fed แถลงย้ำว่าการคงดอกเบี้ยไม่ได้แปลว่า Fed กำลังลังเล พร้อมตอกย้ำว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ยังเป็นภารกิจหลักที่ไม่ยอมถอย Warsh ปฏิเสธมุมมองตลาดว่าเป้าหมายเงินเฟ้อผ่อนคลายลง และส่งสัญญาณว่าหากเงินเฟ้อยังทรงตัวสูง การขึ้นดอกเบี้ยอาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะถูกนำมาใช้ แม้จะไม่ใช่ทางออกเดียวก็ตาม

ความท้าทายของ Fed ทวีความรุนแรงจากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ที่เร่งตัวแตะ 3.4% ซ้ำเติมด้วยการโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ดันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ มาตรการภาษีนำเข้าชุดใหม่และความต้องการพลังงานจากกระแส AI ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อจะค้างสูงยาวนาน ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงขยายตัวมั่นคง

หลังประกาศผลการประชุม บรรยากาศในตลาดพันธบัตรผันผวนหนัก ส่งผลให้ Yield Curve ปรับตัวชันขึ้น โดยยีลด์พันธบัตรอายุ 2 ปี ลดลง 6 bps มาอยู่ที่ 4.23% ด้วยความโล่งใจที่ยังไม่มีการขึ้นดอกเบี้ย ในทางกลับกัน ยีลด์อายุ 30 ปีกลับพุ่งขึ้นกว่า 10 bps ทะลุ 5.20% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มกังวลเรื่องเงินเฟ้อระยะยาวและความน่าเชื่อถือของ Fed

ด้านมุมมองวอลสตรีทเริ่มแตกแยก โดย Bank of America คาดว่า Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนเพื่อกู้ความน่าเชื่อถือ ขณะที่ CME FedWatch Tool ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักราว 57% ที่จะเห็นการขึ้นดอกเบี้ยในรอบถัดไปช่วงกลางเดือนกันยายน ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าหากตัวเลขเงินเฟ้อและตลาดแรงงานยังไม่ชะลอตัว ประตูสู่การขึ้นดอกเบี้ยรอบหน้าจะเปิดกว้างทันที

การตัดสินใจครั้งนี้ยังสะท้อนสไตล์ของ Warsh ที่ต้องการลดการชี้นำตลาดล่วงหน้า (Forward Guidance) เพื่อให้ตลาดปรับตัวตามปัจจัยพื้นฐานและดุลยพินิจตนเอง ซึ่งแม้ช่วยลดการพึ่งพา Fed แต่ก็ส่งผลให้ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น หลังจากนี้ สายตาของนักลงทุนทั่วโลกจึงมุ่งตรงไปที่ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และข้อมูลแรงงานชุดใหม่ เพื่อลุ้นว่า Fed จะคงดอกเบี้ยต่อหรือจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยตามฝั่งเสียงแตก


อ้างอิง: Bloomberg

Mid Year Outlook 2026