
ผู้บริโภคอาจต้องจ่ายแพงขึ้นสำหรับ iPhone รุ่นถัดไป ไม่ใช่เพราะกล้องที่ดีขึ้นหรือราคาแรมที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่เป็นเพราะ TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก มีรายงานว่าเตรียมปรับขึ้นราคาการผลิตชิป 5-10% ตั้งแต่ปี 2027
ต้นทุนชิปที่สูงขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะ iPhone แต่ยังอาจส่งผลต่อ MacBook, iPad และอุปกรณ์ Apple อื่น ๆ เนื่องจากต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น
TSMC เป็นผู้ผลิตชิปให้กับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Apple, Amazon, Google, Nvidia, Qualcomm และ AMD ดังนั้นเมื่อ TSMC ขึ้นราคา ต้นทุนดังกล่าวก็มักถูกส่งต่อมายังผู้ผลิตอุปกรณ์ และสุดท้ายก็อาจตกมาถึงผู้บริโภค
ก่อนหน้านี้ Apple เพิ่งปรับขึ้นราคา Mac และ iPad เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดย Tim Cook ระบุว่าเป็นการขึ้นราคาที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” จากต้นทุนหน่วยความจำ (Memory Chip) ที่สูงขึ้น แต่ iPhone, Apple Watch และ AirPods ยังไม่ถูกปรับราคาในรอบนั้น
อย่างไรก็ตาม Apple กำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนรอบใหม่จากการขึ้นราคาชิปของ TSMC ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ Apple เตรียมเปิดตัว iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปี ในปี 2027
รายงานจาก Nikkei ระบุว่า TSMC ได้กำหนดการปรับขึ้นราคาพื้นฐาน 5-10% สำหรับโรงงานผลิตชิปเกือบทั้งหมด ครอบคลุมทั้งชิปประสิทธิภาพสูงที่ใช้ใน iPhone และ Mac รวมถึงชิปรุ่นเก่าที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป
แม้ TSMC จะยังไม่ยืนยันตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่รายงานระบุว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัย ได้แก่
1. ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
2. ค่าเครื่องจักรสำหรับผลิตชิปที่แพงขึ้น
3. การลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในต่างประเทศ
ปัจจุบัน TSMC กำลังก่อสร้างโรงงานในรัฐแอริโซนา สหรัฐฯ และมีแผนลงทุนสูงถึง 64,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยังทำให้ราคาปิโตรเลียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิป ปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย
แม้การขึ้นราคาพื้นฐานจะอยู่ที่ 5-10% แต่บริษัทที่สั่งซื้อชิปมากกว่าปริมาณที่เคยคาดการณ์ไว้ อาจต้องจ่ายค่าพรีเมียมเพิ่มเติมอีก 10-15%
หมายความว่า ในกรณีเลวร้ายที่สุด ต้นทุนชิปบางรุ่นอาจเพิ่มขึ้นรวมสูงสุดถึง 25% เมื่อเทียบกับปัจจุบัน แม้ตัวเลขดังกล่าวจะยังเป็นเพียงการประเมิน ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย
นอกจากต้นทุนชิปของ TSMC แล้ว Apple ยังต้องรับมือกับภาวะขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก ซึ่งผลักดันราคา NAND และ DRAM ให้สูงขึ้น
เบื้องต้นมีการประเมินว่า iPhone 18 Pro Max อาจมีต้นทุนการผลิตสูงกว่า iPhone 17 Pro Max ถึงราว 300 ดอลลาร์ต่อเครื่อง โดยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากหน่วยความจำ ไม่ใช่ตัวชิปประมวลผล และหากรวมกับการขึ้นราคาของ TSMC ก็จะยิ่งกดดันอัตรากำไรของ Apple มากขึ้น
ที่มา: cultofmac