สรุป LIVE: โอกาสการลงทุนในยุคของแพง เงินเฟ้อพุ่ง กับ LHUSFIN I สรุป LIVE Market Talk

ภาวะสงครามก่อให้เกิดพิษทางเศรษฐกิจทั้งราคาพลังงานและทองคำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนว่า ควรกำหนดทิศทางการลงทุนอย่างไร จึงจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้ และมีโอกาสทำกำไรให้พอร์ตสามารถเติบโตต่อไปได้ในอนาคต

สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันในมุมมองของ  บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด

อย่างที่ทราบกันว่า ประเทศรัสเซียเป็นประเทศส่งออกพลังงานหลัก ๆ โดยเฉพาะในยุโรป ในภาวะสงครามที่เกิดขึ้น เป็นเหตุให้ราคาสินค้ากลุ่มพลังงานพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง และเกิดการกักตุนน้ำมันขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่มีการคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้า โดยจุดนี้จะไปสนับสนุนให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ อีกประเด็นหนึ่งคือ เรื่อง Supply chain interruption ที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อเช่นกัน หรือในฝั่งของ US เองที่ในปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่า เงินเฟ้ออาจจะกินเวลายาวไปจนถึงไตรมาสที่ 4 ของปี ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของ Fed (ธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา) ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตามคาดการณ์ว่าตลอดระยะเวลาทั้งปีอาจมีการปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นประมาณ 6 – 7 ครั้งเลยทีเดียว

กลุ่มธุรกิจที่มีความน่าสนใจและได้ประโยชน์จากการที่ Fed มีการปรับดอกเบี้ยสูงขึ้น

สรุป LIVE: โอกาสการลงทุนในยุคของแพง เงินเฟ้อพุ่ง กับ LHUSFIN I สรุป LIVE Market Talk

(ที่มา: GS Research)

ในภาวะวิกฤตครั้งนี้ อาจสามารถพลิกให้เป็นโอกาสในการลงทุนได้ จากการศึกษาในต่างประเทศ พบว่า ในภาวะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นนั้น ประเภทธุรกิจมีความน่าสนใจ คือ กลุ่ม Financial services, Banks, กลุ่มธุรกิจประกัน และกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับอัตราเงินเฟ้อ สำหรับกลุ่มธุรกิจประเภทพลังงานนั้น ค่อนข้างมีความผันผวนสูง และมีความเสี่ยงสำหรับนักลงทุน อาจกล่าวได้ว่า กลุ่ม Financial services, Banks, และกลุ่มธุรกิจประกัน ค่อนข้างที่จะได้ประโยชน์จากสภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง และเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุน

ทาง บลจ. ได้เล็งเห็นโอกาสในการลงทุน และได้ออกผลิตภัณฑ์กองทุน LHUSFUN เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับนักลงทุนที่กำลังอยากจะปรับพอร์ตของตัวเองให้มีความเสถียรมากขึ้น ซึ่งกองทุน LHUSFUN มีนโยบายลงทุนในกองทุนสหรัฐ ฯ และลงทุนในกองทุนประเภทกลุ่มธุรกิจ Financial ทั้งหมด ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับกองทุนนี้ มาดูกันก่อนว่า Financial Sectors ในสหรัฐ ฯ ประกอบไปด้วยกลุ่มธุรกิจประเภทใดบ้าง

ภาวะสงครามก่อให้เกิดพิษทางเศรษฐกิจทั้งราคาพลังงานและทองคำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนัก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอเราจึงขอพาทุกคนมารู้จักกับกองทุน LHUSFIN กองทุนหุ้นแบงก์คุณภาพ

  • ธนาคาร (Banking) ประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเพื่อรายย่อย และ บริษัทเงินทุน อาทิ Bank of America, citi group, wells fargo เป็นต้น
  • ตลาดทุน (Capital Markets) ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน, โบรกเกอร์/ตลาดแลกเปลี่ยน, วาณิชธนกิจ, บริษัทจัดการสินทรัพย์ แหละ หน่วยงานจัดอันดับเครดิต ตัวอย่างบริษัท เช่น Morgan Stanly, BlackRock, Goldman Sachs เป็นต้น
  • ธุรกิจประกันภัย (Insurance) เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันภัยทั่วไป
  • สินเชื่อผู้บริโภค (Consumer Finance) บริการชำระเงินเครดิตและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง บริการทางการเงินและสินเชื่อต่าง ๆ อาทิ American Express, Discover, Capital One

(ที่มา: Bloomberg, Fidelity) 

ความน่าสนใจของ Financial Sector

ภาวะสงครามก่อให้เกิดพิษทางเศรษฐกิจทั้งราคาพลังงานและทองคำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนัก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอเราจึงขอพาทุกคนมารู้จักกับกองทุน LHUSFIN กองทุนหุ้นแบงก์คุณภาพ

  • Net interest Margin ที่เพิ่มขึ้น หากดูจากกราฟทางขวามือจะเห็นได้ว่า NIM (เส้นสีน้ำเงินเข้ม) จะเพิ่มขึ้นเมื่อ Fed Fund Target rate (เส้นสีฟ้า) เพิ่มขึ้น อาจกล่าวได้ว่า Fed Fund Target rate เป็นตัวชี้นำของ Net interest Margin ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรของธนาคารกลุ่มที่ปล่อยกู้ให้กับองค์กรต่าง ๆ หรือบริการสินเชื่อบุคคล (ที่มา: Bloomberg, BofA)

ภาวะสงครามก่อให้เกิดพิษทางเศรษฐกิจทั้งราคาพลังงานและทองคำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนัก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอเราจึงขอพาทุกคนมารู้จักกับกองทุน LHUSFIN กองทุนหุ้นแบงก์คุณภาพ

  • ยอดสินเชื่อปรับตัวดีขึ้น อีกความน่าสนใจของธุรกิจกลุ่ม Financial Sector คือ Corperate Loan หรือ สินเชื่อธุรกิจที่ดีขึ้นตามเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อไปได้ จากกราฟทางด้านขวามือจะเห็นได้ว่า Capital Expenditures; CAPEX (เส้นสีน้ำเงินเข้ม) เป็นตัวชี้นำ Corperate Loan ของธนาคาร (เส้นสีฟ้า) และทำให้มีสินเชื่อธุรกิจเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ยอดสินเชื่อ (Loan growth) ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกกับธนาคาร โดยมีการคาดการณ์ว่า ทั้งบริษัทขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กในสหรัฐ ฯจะมีการกู้ยืมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดการหนุนรายได้และทำกำไรในธนาคารสหรัฐ ฯ (ที่มา: Bloomberg, BofA)

ภาวะสงครามก่อให้เกิดพิษทางเศรษฐกิจทั้งราคาพลังงานและทองคำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนัก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอเราจึงขอพาทุกคนมารู้จักกับกองทุน LHUSFIN กองทุนหุ้นแบงก์คุณภาพ

  • แนวโน้มการควบรวมกิจการหรือการทำ M&A ที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในหลาย ๆ บริษัทมีการเน้นในเรื่องของการเติบโตของธุรกิจ และบริษัทในสหรัฐ ฯ มีเงินสดในบริษัทจำนวน 6 % ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้มีการทำ M&A เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับโครงสร้างบริษัท รักษาอัตราการเติบโต และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ซึ่งส่งผลดีต่อธนาคารผู้ร่วมลงทุน (ที่มา: Bloomberg, BofA)

ภาวะสงครามก่อให้เกิดพิษทางเศรษฐกิจทั้งราคาพลังงานและทองคำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนัก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอเราจึงขอพาทุกคนมารู้จักกับกองทุน LHUSFIN กองทุนหุ้นแบงก์คุณภาพ

  • VIX Index หรือ ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้น สืบเนื่องจากปัจจุบันมีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน อันเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด VIX Index ที่เพิ่มมากขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยความผันผวนในตลาดหุ้นที่เพิ่มมากขึ้นนั้น ส่งผลให้การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นตัวหนุนรายได้ของบริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ที่มา: Bloomberg)

ภาวะสงครามก่อให้เกิดพิษทางเศรษฐกิจทั้งราคาพลังงานและทองคำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนัก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอเราจึงขอพาทุกคนมารู้จักกับกองทุน LHUSFIN กองทุนหุ้นแบงก์คุณภาพ

  • การประเมินมูลค่า หรือ Valuation (P/E) หากวิเคราะห์ถึง Forward Price (P/E) เมื่อเทียบกับในกลุ่มอุตสาหกรรมประเภทอื่น ๆ จะเห็นได้ว่า มีค่า Valuation (P/E) ที่ไม่แพง (มีค่าประมาณ 14.6 เท่า, ข้อมูล ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565)

กองทุนหลักของ LHUSFIN : กองทุน iShare U.S. The iShares U.S. Financial Services ETF

ภาวะสงครามก่อให้เกิดพิษทางเศรษฐกิจทั้งราคาพลังงานและทองคำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนัก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอเราจึงขอพาทุกคนมารู้จักกับกองทุน LHUSFIN กองทุนหุ้นแบงก์คุณภาพ

กองทุน LHUSFIN (กำลังอยู่ในระหว่างการขออนุมัติจัดตั้งกองทุนกับ ก.ล.ต.) มีการลงทุนในกองทุนหลักคือThe iShares U.S. Financial Services ETF ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่ม Financial service ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ได้แก่ Investment banks, Commercial bank, Asset management, Credit card companies, และ Securities exchanges โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนการดำเนินงานให้ใกล้เคียงกับดัชนี Dow Jones U.S.

สาเหตุที่เลือกลงทุนในกองทุน The iShares U.S. Financial Services ETF

  • หากมองถึงการดำเนินงานในอดีต กองทุน The iShares U.S. Financial Services ETF มีการทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจประเภทเดียวกัน
  • ผลตอบแทนในระยะยาวประมาณ 3 – 5 ปีขึ้นไป ทาง บลจ. มองว่า กองทุนนี้มีความสามารถในการทำผลงานได้ค่อนข้างดี ซึ่งเหมาะกับผู้ลงทุนที่สามารถลงทุนได้ในระยะยาวและชอบความสม่ำเสมอ
  • จากการศึกษาวิจัยพบว่า ในช่วง 8 -10 ปีหลังมานี้ กลุ่มธนาคารในสหรัฐฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่ากลุ่มธนาคารยุโรป และมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
  • Profitability หรือความสามารถในการทำกำไร ซึ่งวัดจาก ROE กลุ่มธุรกิจทางการเงินทางฝั่งสหรัฐ ฯ ก็มีค่าสูงกว่าทางฝั่งยุโรปอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

ประเภทกลุ่มธุรกิจในกองทุน The iShares U.S. Financial Services ETF

ภาวะสงครามก่อให้เกิดพิษทางเศรษฐกิจทั้งราคาพลังงานและทองคำที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนัก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอเราจึงขอพาทุกคนมารู้จักกับกองทุน LHUSFIN กองทุนหุ้นแบงก์คุณภาพ

  • ประเภทกลุ่มธนาคาร 42%
  • ประเภทกลุ่มตลาดทุน 33%
  • ประเภทกลุ่มเทคโนโลยีด้านบริการ 16%
  • ประเภทกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค 7%
  • ประเภทกลุ่ม Diversified finance 1%

(ที่มา: Bloomberg Data as of 31 Jan 2022)

ตัวอย่างหุ้นที่มีการลงทุน

ตลาดแดงลงทุนยังไงให้รอด? รู้จัก All Weather Strategy และ All Balance พอร์ตคู่หูฝ่าฟัน วันมามากของตลาด

  • P. Morgan Chase เป็นธุรกิจในกลุ่มธนาคาร มีหน่วยธุรกิจหลัก ๆ คือ Consumer Banking, Investment Banking, Commercial Banking และ Wealth Management โดยจะเห็นว่า ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทมีอัตราเพิ่มมากขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ แสดงถึงความสามารถในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ

ตลาดแดงลงทุนยังไงให้รอด? รู้จัก All Weather Strategy และ All Balance พอร์ตคู่หูฝ่าฟัน วันมามากของตลาด

  • Charles Schwab ธุรกิจกลุ่มโบรกเกอร์ มีบริการทางการเงินที่หลากหลาย อาทิ นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และ Wealth Management เป็นต้น มีบริการที่สำคัญ คือ แพลตฟอร์ม $0 Commission online Stock trading ซึ่งเป็นการเชิญชวนและสนับสนุนให้นักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

ตลาดแดงลงทุนยังไงให้รอด? รู้จัก All Weather Strategy และ All Balance พอร์ตคู่หูฝ่าฟัน วันมามากของตลาด

  • Mastercard ธุรกิจกลุ่มบริการเครือข่ายชำระเงินทั่วโลก โดยสามารถใช้รูปแบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านการทำธุรกรรมบนเครือข่ายหลักระหว่างเจ้าของบัญชี ร้านค้า บริษัท สถาบันทางการเงิน รัฐบาล และองค์กรอื่น ๆ ในตลาดทั่วโลก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจประเภทการให้บริการชำระเงินจะเป็นไปอย่างดุเดือด เนื่องจากมีผู้เล่นในตลาดเพิ่มมากขึ้น อาทิ Paypal, Grab, Nubank เป็นต้น Mastercard มองว่า การให้บริการชำระเงินนั้นสามารถแตกแขนงต่อยอดต่อไปได้นอกเหนือจากการชำระเงินระหว่างผู้ซื้อกับร้านค้าเพียงเท่านั้น และทำให้ Total market มีมูลค่าสูงถึง 225 trillion US แสดงให้เห็นโอกาสเติบโตทางการตลาดที่เพิ่มมากขึ้น

หลักทรัพย์ TOP TEN ของกองทุน 

ตลาดแดงลงทุนยังไงให้รอด? รู้จัก All Weather Strategy และ All Balance พอร์ตคู่หูฝ่าฟัน วันมามากของตลาด

  • กลุ่มธุรกิจธนาคาร ได้แก่ JPMorgan Chase & Co สัดส่วน 10.26% Bank of America Corp
    สัดส่วน 81% Well Fargo & Co  สัดส่วน 5.14% และ Citigroup Inc สัดส่วน 3.02%
  • กลุ่มธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยี ได้แก่ Visa Inc Co สัดส่วน 9.07% และ Mastercard Inc Co
    สัดส่วน 7.90%
  • กลุ่มธุรกิจตลาดทุน ได้แก่ Morgan Stanley สัดส่วน 43 % Charles Schwab Corp สัดส่วน 3.12% และ Goldman Sachs Group Inc สัดส่วน 2.84%
  • กลุ่มธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภค ได้แก่ American Express Co สัดส่วน 2.70%

(ที่มา: Bloomberg Data as of 31 Jan 2022) 

สรุปความน่าสนใจของกองทุน LH US Financial Fund

  • จังหวะลงทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากกลุ่มธุรกิจประเภทธนาคารและการบริการทางการเงินเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับอัตราเงินเฟ้อ จากสถิติที่ผ่านมาพบว่า หุ้นกลุ่มการเงิน (Financial Sector) มักให้ผลตอบแทนโดดเด่นในช่วงที่มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย
  • Valuation (P/E) ไม่แพง เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ
  • ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักโดดเด่น โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี เท่ากับ +17.7% (ข้อมูลจาก Bloomberg Data ณ วันที่ 31 ม.ค. 2565)
  • เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Financial Service ในสหรัฐ ฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของกลุ่มการเงิน

ปัจจัยความเสี่ยง : Business, Credit, Liquidity, Country and Political, Repatriation, Market, High Issuer Connection, Currency

กองทุน LHUSFIN เสนอขายครั้งแรก (IPO)  ในระหว่างวันที่ 22 – 28 มีนาคม 2565 เวลาทำการซื้อช่วง IPO 8.30-15.30 น.

และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนฟินโนมีนา จำกัด     ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00 – 17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรงกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ที่อยู่ : เลขที่ 11 อาคาร Q House เขต สาทร แขวง ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ : 02-286-3484

website: https://www.lhfund.co.th/

หรือศึกษาข้อมูลของกองทุน LHUSFIN เพิ่มเติมได้ที่ https://hubs.la/Q016jVMx0

คำเตือน

  • ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน และลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
  • การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก
  • กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน
  • ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ