เข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ดูเหมือนว่าเส้นทางอำนาจของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังถูกเขย่าด้วยปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังหาจุดจบไม่ได้ ไปจนถึงแผนงบประมาณที่ตึงเครียดที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

นี่คือสรุป 6 ประเด็นสำคัญของสถานการณ์โลกที่ต้องจับตา

1. เส้นตายหยุดยิง 21 เม.ย. กับเดิมพันสงครามที่ถอยไม่ได้

สถานการณ์ในอิหร่านเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อสัญญาหยุดยิงชั่วคราวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เมษายน นี้ ท่ามกลางรายงานความสูญเสียของทหารสหรัฐฯ แล้วถึง 13 นาย แม้ทำเนียบขาวจะพยายามผลักดันการเจรจา แต่อิหร่านกลับปฏิเสธและไม่ยอมรับเงื่อนไขการหยุดยิงถาวร สร้างแรงกดดันให้ทรัมป์ต้องเลือกระหว่าง “ยกระดับการรบ” หรือ “ถอยทัพ” ซึ่งทั้งสองทางล้วนมีราคาที่ต้องจ่ายสูงยิ่งในเชิงการเมือง

2. วิกฤตราคาน้ำมันส่งผลต่อเงินเฟ้อ

ผลพวงจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันขายปลีกในสหรัฐฯ ทะยานเกิน $4.00 ต่อแกลลอน เป็นที่เรียบร้อย

  • Pain Point: ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนล่าสุดพุ่งแตะ 3.3% โดยมีต้นทุนพลังงานเป็นปัจจัยหลัก ทำให้คะแนนนิยมของทรัมป์ในด้านการจัดการเศรษฐกิจลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ประชาชนกว่า 60% เริ่มแสดงความไม่พอใจและโทษว่าสงครามคือสาเหตุของค่าครองชีพที่พุ่งสูง

3. แผนงบประมาณปี 2027 และนโยบายปืนต้องมาก่อนเนิร์สเซอ

ทรัมป์สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเสนอแผนงบประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับกองทัพ (เพิ่มขึ้นถึง 42%) พร้อมคำขอนอกงบประมาณอีก 3.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในสงครามอิหร่านโดยเฉพาะ

  • การแลกเปลี่ยนที่น่ากังวล: ทรัมป์เสนอตัดงบประมาณส่วนที่ไม่ใช่กลาโหมลง 10% รวมถึงงบดูแลเด็ก (Daycare) และสาธารณสุข โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลกลางมีหน้าที่หลักคือ “การป้องกันประเทศ” ส่วนเรื่องสวัสดิการควรให้รัฐท้องถิ่นไปขึ้นภาษีดูแลกันเอง ซึ่งสร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสภาคองเกรส

4. แรงกดดันเชิงศีลธรรมจากวาติกันลามสู่พันธมิตร NATO

รอยร้าวระหว่างทรัมป์กับพันธมิตรโลกและผู้นำทางจิตวิญญาณเริ่มขยายวงกว้าง:

  • ท่าทีจากสมเด็จพระสันตะปาปา Pope Leo XIV: ออกมาประณามแนวทางสงครามของทรัมป์ว่าเป็นความหลงใหลในอำนาจ ส่งผลให้ฐานเสียงชาวคริสต์เริ่มแตกแยก
  • รอยร้าวในกลุ่มพันธมิตร NATO: พันธมิตรหลักปฏิเสธที่จะส่งกองกำลังเข้าร่วมในอิหร่าน ทำให้สหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวทางการทูต และยิ่งทำให้ทรัมป์ขู่จะลดบทบาทของสหรัฐฯ ในองค์กรระหว่างประเทศมากขึ้นไปอีก

5. สัญญาณเตือนภัยจากคะแนนนิยม Approval Rate

ผลโพลล่าสุดระบุว่าคะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 36% – 39% โดยมีคะแนน “ไม่พึงพอใจ” (Disapprove) พุ่งทะลุ 55%

  • การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เลือกตั้งอิสระ: กลุ่มผู้เลือกตั้งอิสระซึ่งเป็นตัวตัดสินผลแพ้-ชนะ เริ่มเทคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามเนื่องจากกังวลเรื่องสงครามและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

6. ศึกชี้ชะตากับการเลือกตั้งกลางเทอม

ปัจจัยทั้งหมดข้างต้นคือ “ระเบิดเวลา” ที่มุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026

  • สภาผู้แทนราษฎร: เลือกใหม่ทั้งหมด 435 ที่นั่ง
  • วุฒิสภา: เลือกใหม่ 1 ใน 3 จาก 100 ที่นั่ง

ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์: หากรีพับลิกันเสียเสียงข้างมากในสภาใดสภาหนึ่ง แผนงบประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์จะถูกระงับทันที และทรัมป์อาจเผชิญกับกระบวนการถอดถอน (Impeachment) ที่เข้มข้นกว่าเดิมจากฝั่งเดโมแครตที่จ้องจะใช้ช่องทางกฎหมายจัดการเขา

TOP11NVM