เมื่อศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลถูกแฮก…ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ต้องมีการทำประกันในเรื่องนี้? 

ต้องบอกทุกคนตรง ๆ เลยว่า มิจฉาชีพนั้นมีอยู่ทั่วไปในทุก ๆ อุตสาหกรรม ในสกุลเงินดิจิทัลก็เช่นกัน ความพยายามของแฮกเกอร์ที่จะขโมยสกุลเงินดิจิทัลที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ตจึงกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โชคดีที่สกุลเงินดิจิทัลนั้นมีความปลอดภัยเป็นพิเศษ จึงทำให้แฮกเกอร์ที่ไม่ประสงค์ดีทำเรื่องร้าย ๆ ได้ยากขึ้น

ความปลอดภัยของสกุลเงินดิจิทัลนั้นมีหลายขั้นตอนด้วยกัน ประกอบไปด้วยสามเลเยอร์ที่เกี่ยวข้องกันคือ โพรโตคอล ศูนย์ซื้อขายฯ และความปลอดภัยของกระเป๋าเงินส่วนบุคคล ลำดับชั้นนี้หมายความว่าหากผู้ใช้มีปัญหาที่ชั้นโพรโตคอล เหรียญพวกเขาจะถูกโจมตีโดยไม่ต้องเจาะลึกลงไปถึงชั้นปลอดภัยของเลเยอร์ที่สองและสามเลย แต่ในเวลาเดียวกันความซับซ้อนของระดับโพรโตคอล ทำให้ยากต่อการค้นหาปัญหา (เช่น การแฮก DAO) มากกว่าการค้นหาช่องโหว่ที่ชั้นล่าง (เช่น ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และกระเป๋าเงิน) ซึ่งการที่โปรโตคอลยากต่อการแฮกและกระเป๋ากระจายอยู่มากจนเกินไป ทำให้เป้าหมายหลักของแฮกเกอร์จึงตกอยู่ที่ศูนย์ซื้อขาย เพราะมันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการขโมยเงินนั่นเอง

มาดูกันดีกว่าว่าทำไมการแฮกศูนย์ซื้อขายฯ จึงเป็นช่องทางที่ง่ายสำหรับแฮกเกอร์ เหตุผลหลักๆ ก็คือ ศูนย์ซื้อขายฯ สกุลเงินดิจิทัล มักจะเป็นจุดศูนย์กลางที่รวบรวมทุกอย่างไว้ และหากศูนย์ซื้อขายนั้นมีความปลอดภัยที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในเรื่องของการวางระบบความปลอดภัยหรือความประมาทในการออกแบบโพรโตคอล ก็จะง่ายต่อการถูกเจาะเข้าระบบ  ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยจากการเกิดช่องโหว่ในระบบศูนย์ซื้อขายฯ จึงบางแห่งจึงมีการแยกเก็บเงินไว้ใน วอลเล็ตต่างๆ รวมถึงสร้างระบบความปลอดภัยของข้อมูลหลังบ้านเพื่อป้องกันการโจรกรรมอีกขั้นหนึ่ง แม้ว่าจะมีการป้องกัน แต่ก็ยังมีหลายกรณีที่ของการแฮกศูนย์แลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลให้เห็น โดยที่แฮกเกอร์ได้ขโมยเงินจำนวนมหาศาลแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ตัวอย่างการ Hack ล่าสุดที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ล่าสุดของแฮกเกอร์มีลักษณะดังนี้

Bithumb: $30 Million

ตามการรายงานของ CoinTelegraph การแฮกของ Bithumb เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนโดยมีการขโมยโทเค็นประมาณ 30 ล้านเหรียญ แม้ว่าศูนย์ซื้อขายฯ จะพยายามทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ กับกระเป๋าเงินของพวกเขาเพราะศูนย์ซื้อขายฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะชำระคืนเหรียญที่สูญหายไป

Bithumb เคยเป็นศูนย์ซื้อขายที่ติดอันดับหกจากทั้งโลกโดยวัดจากปริมาณการซื้อขาย แต่ตอนนี้ลดลงมาอยู่อันดับที่ 10

Coinrail: $37.2 Million

Coinrail คู่แข่งของ Bithumb ศูนย์ซื้อขายฯ ของเกาหลีใต้ถูกแฮกในปี 2018 Bithumb ผู้กระทำผิดใช้เงินดิจิทัลมูลค่าประมาณ 37.2 ล้านเหรียญ โทเค็นที่ถูกขโมยไปส่วนมากคือเหรียญ Pundi X และ Aston ประมาณ 11% ของมูลค่าทั้งหมดได้หายไปในทันที อย่างไรก็ตามมันยังไม่ชัดเจนว่าระดับแฮกเหรียญนั้นมีผลต่อความผันผวนนี้อย่างไร ศูนย์ซื้อขายฯ อาจมีการปิดในบางครั้งเพื่อซ่อมแซมความเสียหายหรือวางมาตรการป้องกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

BitGrail: $195 Million

ศูนย์ซื้อขายฯ BitGrail จากอิตาลีถูกแฮกเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2018 โดยสมาชิกในทีมอ้างว่ามีการขโมยโทเค็นนาโนไป 195 ล้านดอลลาร์

Coincheck: $534 Million

Coincheck ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลในประเทศญี่ปุ่น ถูกแฮกทำให้สูญเหรียญดิจิทัลสกุล NEM 523 เหรียญ มูลค่ากว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และถือเป็นการโจรกรรมเหรียญจากกระเป๋าเงินออนไลน์อีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นการแฮกที่ใหญ่กว่าเหตุการณ์ Mt. Gox แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบมากเท่ากับเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น Coincheck ถูกซื้อโดย Monex Group บริษัทบริการทางการเงินของญี่ปุ่น และยังคงดำเนินกิจการต่อไป

ความสำคัญของการประกันภัยสำหรับศูนย์ซื้อขายฯ

ปัจจุบันธุรกิจ Cryptocurrency ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วย Startups และศูนย์ซื้อขายฯ ไม่มากพอที่จะให้อุตสาหกรรมประกันภัยเห็นโอกาสทางการตลาดและเข้ามามีส่วนร่วมในการอุตสาหกรรมชนิดใหม่นี้ จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนแม้แต่ศูนย์ซื้อขายฯ สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนืออย่าง Coinbase ก็มีเพียง 2% ของเหรียญที่ได้รับการประกันกับ Lloyd’s of London เหรียญเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ Hot Wallet ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บไว้ Cold Wallet และไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับสถานะการประกันของพวกเขาเลย

การประกัน Crypto มีความสำคัญก็ต่อเมื่อคุณพิจารณาถึงความไม่แน่นอนและความผันผวนของ

ระบบนิเวศของ Cryptocurrency เมื่อราคามีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ Bitcoin และ Cryptocurrencies อื่น ๆ ได้ก่อให้เกิดมิจฉาชีพที่ต้องการจะขโมยเงินจำนวนมากในการซื้อกระเป๋าเงินออนไลน์และขโมยจากศูนย์ซื้อขายฯ

ตลาด Cryptocurrency ได้รับการเปรียบเทียบกับ Wild West เนื่องจากขาดกฎระเบียบและยังเป็นอะไรที่ใหม่มากในสายตาของคนทั่วไป พวกเขาอนุญาตให้ทำธุรกรรมค่อนข้างรวดเร็ว ราคาถูกและมีผลประโยชน์มากมาย อย่างไรก็ตามก็มีข้อเสียเช่นกัน การขโมย Cryptocurrency เป็นความเสี่ยงอย่างมากที่ทุกคนยังกังวล

นี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมการประกันการเข้ารหัสลับจึงเป็นสิ่งจำเป็น

การประกัน Crypto นั้นมีประโยชน์มากมายสำหรับศูนย์ซื้อขายฯ Crypto เนื่องจากมันไม่ได้เป็นเพียงแค่ประกันศูนย์ซื้อขายฯ เท่านั้นแต่มันยังแปลว่าความเสี่ยงของลูกค้าได้รับการปกป้องอีกด้วย

การประกันภัยที่ครอบคลุมอาชญากรรมไซเบอร์นั้นคงไม่เพียงพอและครอบคลุมความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด แต่การประกัน Crypto นั้นก็ยังพอที่จะช่วยทำให้ความเสียหายของลูกค้านั้นได้รับการดูแลพอสมควร

การมีประกันช่วยให้ศูนย์ซื้อขายฯ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับธนาคาร นี่เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากธนาคารเป็นปัจจัยสำคัญมากๆ เมื่อพูดถึงการทำงานของศูนย์ซื้อขายฯ เพราะจะมีความเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลมาเป็นเงินสกุลหลักๆในโลกตลอดเวลา ฉะนั้นความปลอดภัยและความสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคารจึงจำเป็นอย่างมาก

ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นนี้ต้องบอกว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับศูนย์ซื้อขายฯ ทั้งหมดที่จะได้รับการประกัน Crypto มีหลายปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถทำได้ ส่วนใหญ่ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของค่าใช้จ่าย Crypto Insurance อาจมีราคาค่อนข้างแพงหากเทียบกับการทำประกันภัยในเรื่องอื่นๆ

การสมัครประกันอาจใช้เวลาค่อนข้างนานและมักมีข้อจำกัดของแต่ละบริษัท บางครั้งก็รับประกันเฉพาะ Cold Wallet เท่านั้นซึ่งจะอาจไม่มีประโยชน์ในศูนย์ซื้อขายฯ เพราะสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ Hot Wallet ในปัจจุบันมิจฉาชีพจำนวนมากพยายามหาทางฉวยโอกาสจากศูนย์ซื้อขายฯ ศูนย์ซื้อขายฯ สามารถถูกแฮกและสิ่งนี้อาจทำให้เกิดการสูญเสียอย่างมาก ทางออกสำหรับเรื่องนี้คือการประกันภัย เมื่อศูนย์ซื้อขายฯ ได้รับการประกันพวกเขาจะสามารถปกป้องทรัพย์สินของพวกเขาได้ดีขึ้น ในกรณีของการโจมตีพวกเขาจะได้รับความคุ้มครอง อย่างไรก็ตามด้วยเหตุผลหลายประการศูนย์ซื้อขายฯ Cryptocurrency จำนวนมากไม่ได้รับการคุ้มครอง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำการศึกษาหาความรู้ก่อนที่จะเลือกใช้ศูนย์ซื้อขายฯ ใด ๆ และพยายามเลือกเฉพาะบริษัทที่มีการประกันความเสี่ยงอย่างครอบคลุมเพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของนักลงทุนทุกท่านครับ

Zipmex