คุยคริปโต Podcast EP9 : Diversification หรือ All In ในคริปโต อันไหนรุ่ง อันไหนร่วง

ก่อนหน้านี้เรามีงานวิจัยและผลทดสอบออกมามากมายเกี่ยวกับการเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลกับสินทรัพย์ชนิดอื่น ๆ ในกลยุทธ์และรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้และมุมมองต่าง ๆ สามารถหาอ่านได้ในบทความเก่า ๆ ของเรา แต่ในวันนี้เราอยากจะนำเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไปรวมถึงนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเปรียบเทียบกันเองโดยใช้กลยุทธ์การลงทุนเหมือนกันแต่แตกต่างที่การวางพอร์ตโฟลิโอ คือ การทุ่มเงินทั้งหมดในเหรียญตัวเดียวกับการกระจายเงินลงทุนแบบเป็นพอร์ต แบบไหนที่จะรุ่งแบบไหนที่จะร่วง

สำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์มาระยะหนึ่งจะมีความเชื่อที่ว่าการทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดลงในหุ้นตัวเดียวสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงได้อย่างมหาศาล ทำให้มีหลายคนเวลาที่ลงทุนจะโฟกัสในการหา “สินทรัพย์เปลี่ยนชีวิต” แล้ว All in ไปกับมัน เสมือนเป็นการฝากชีวิตทั้งหมดของเราหลังจากนี้ไว้กับสินทรัพย์นั้น ๆ เลย อีกแนวคิดคือการเลือกที่จะแบ่งเงินลงทุนออกเป็นสัดส่วนแล้วกระจายเงินไปไว้ในหุ้นที่แตกต่างกัน กับสินทรัพย์อย่างหุ้นผมเชื่อว่ามีนักวิจัยออกมาทำ Research ให้เราดูกันเยอะแล้ว แต่ในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง BTC ETH และเหรียญอื่น ๆ ยังไม่เห็นงานวิจัยทำนองนี้ออกมาบ้างเลย ผมจึงอยากที่จะทำการทดสอบและเปิดเผยผลลัพธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้แฟน ๆ ที่ติดตามอ่านบทความของเรา กับบางท่านที่ยังใหม่หรือไม่มีประสบการณ์ในการลงทุนอาจจะมองว่าบทความนี้ Value น้อย แต่หากเราลงทุนมาสักระยะหนึ่งจะทราบดีว่าข้อมูลดังกล่าวนี้มีมูลค่าที่จะสามารถนำไปต่อยอดให้ตัวเองได้มากแค่ไหน อีกอย่างหนึ่งก็คือ สถาบันการเงินยักษ์ยอดเสียเงินและทรัพยากรเพื่อหากลยุทธ์หรือข้อมูลที่จะสร้างความแตกต่างในการลงทุนได้ แต่ในครั้งนี้ “ฟรี” สำหรับแฟน ๆ เราเท่านั้นครับ

Diversification หรือ All In ในคริปโต อันไหนรุ่ง อันไหนร่วง

กลยุทธ์การลงทุนที่เราหยิบมาใช้ในวันนี้คือ Turtle Trading System ที่เราทำการทดสอบให้ดูแล้วในครั้งก่อน ๆ สมมติฐานอื่น ๆ ก็เหมือนเดิมครับ

All In Strategy

คือการที่เราจะลงทุนในสินทรัพย์ชนิดเดียวอย่าง Bitcoin โดยใช้สัญญาณซื้อขายตามระบบข้างต้นด้วยเงิน 100 % เรามาดูกันว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรครับ

จากรูปเส้นสีฟ้าด้านบนคือสิ่งที่เรียกว่า Equity Curve หรือกราฟเงินทุน จะสังเกตุได้ว่าการใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบนี้ให้ผลลัพธ์ที่มาก ๆ กราฟเงินทุนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเพราะ Bitcoin เป็นขาขึ้นยาวนานแม้จะมีการปรับตัวลงบ้างระหว่างทาง แต่ด้วยความที่เราจุดขายที่ชัดเจน เราจึงสามารถเอาตัวรอดจากความเสียหายได้

CAGR ตลอด 6 ปีที่ผ่านมานั้นกว่า 115 % ต่อปี Max DD % 49 % คิดเป็น Mar Ratio 2.3 ซึ่งถือว่าเยอะกว่าสินทรัพย์เสี่ยงชนิดอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด หากเราแค่อ่านหรือดูราคาย้อนหลังของ BTC เราก็จะตีความว่า หากเราทุ่มเทเงินทุน 100 % ลงใน BTC แต่มีกลยุทธ์การซื้อขายที่ดีก็คงเพียงแล้ว แต่ในความเป็นจริงที่เราอยากจะนำเสนอไม่ใช่เลยครับ เพราะผลการทดสอบที่เราพบ มีวิธีการที่อาจจะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากกว่า นั่นก็คือการลงทุนเป็นพอร์ตหรือการกระจายเงินลงทุนนั่นเองครับ

Diversification Strategy

โดยเราจะคัดเหรียญมาทดสอบทั้งหมด 5 เหรียญ คือ BTC ETH XRP LTC BCH แล้วแบ่งเงินออกเป็น 5 ก้อน คือก้อนละ 20 % เท่า ๆ กัน ตัวไหนมีสัญญาณซื้อก็ซื้อ ตัวไหนมีสัญญาณขายก็ขาย หากไม่มีสัญญาณอะไรเงิน 20 % ที่กันไว้เพื่อเหรียญนั้น ๆ ก็จะเอาวางไว้เฉย ๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือแบบนี้ครับ

จากเงินลงทุน 1 ล้านกลายเป็น 236 ล้าน มากกว่าการ All In ถึง 3.3 เท่า ! สถิติต่าง ๆ ก็ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดขัดกับความเชื่อที่หลายคนคิด ตัวผมเองจากที่ทำวิจัยระบบการลงทุนมานานพอจะทราบว่าการลงทุนเป็นพอร์ตให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแน่นอนแค่นึกไม่ถึงว่าจะแตกต่างกันมากขนาดนี้ สิ่งที่ “คิดไปเอง” กับสิ่งที่เกิดขึ้นมักจะเป็นแบบนี้แหละครับ ฉะนั้นหากเราสงสัยในสิ่งใดเกี่ยวกับเรื่องการลงทุน ห้ามคิดเองเออเองเด็ดขาดเลยนะครับ
CAGR 166 % ต่อปี Max DD % ลดลงเหลือ 38 % คิดเป็น Mar Ratio 4.3 เท่า !!! หากซูมเข้าไปดูผลลัพธ์รายเดือนของการลงทุนเป็นพอร์ตก็ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

สรุปผลการทดสอบ Diversification หรือ All In ในคริปโต อันไหนรุ่ง อันไหนร่วง

1. การกระจายเงินลงทุนคือการกระจายความเสี่ยงและ “การกระจายโอกาส”

การแบ่งเงินสามารถลดความผันผวนของสินทรัพย์ที่จะสร้างกับพอร์ตเราได้แน่นอน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไป นั่นคือการกระจายโอกาสของเงินเราเพื่อไปหาอะไรที่อาจจะดีกว่าในอนาคต เพราะบางทีสินทรัพย์ที่เราเลือกตอนแรกอาจจะไม่ได้ดีขนาดนั้น หรืออาจจะไม่ได้ดีทุกช่วงเวลา การแบ่งเงินจึงเท่ากับการซื้อโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นครับ

2. กลยุทธ์การลงทุนสำคัญมากหากเราต้องการสร้างกำไรอย่างยั่งยืน

พูดง่าย ๆ มันก็คือแผนการที่เราวางเอาไว้นั่นแหละครับ จะกลยุทธ์แบบไหนก็สร้างสร้างผลกำไรได้ทั้งนั้น ขอเพียงแต่เราศึกษามันอย่างจริงจัง ทำการบ้านให้เยอะ และที่สำคัญคือ ทำตามวินัย ตามกลยุทธ์ ตามระบบการลงทุนที่เราออกแบบเอาไว้อย่าง “สม่ำเสมอ” ครับ

3. นักลงทุนที่ดีคือผู้ที่มีความเข้าใจในประวัติศาสตร์

ทุกผลการทดสอบของเราก่อนหน้านี้ รวมถึง Research ชิ้นนี้ด้วย มาจากการรื้อ การเจาะ การค้นคว้าข้อมูลที่เป็นประวัติศาสตร์ ออกมาเป็นข้อมูล เป็นข้อสังเกตุ เป็นข้อเตือนใจ การเข้าใจประวัติศาสตร์ในที่นี้ไม่ใช่เหมือนการเรียนประวัติศาสตร์แบบท่องจำนะครับ แต่มันคือการทำความเข้ามนุษย์ เข้าใจวิธีคิด เข้าใจวิธีการที่นักลงทุนคนอื่น ๆ ตีความและ Action ออกมาผ่านราคา จนกลายเป็น Data ให้เรามาศึกษาต่อ ก็เหมือนที่ AI ทุกวันนี้ที่เรียนรู้ข้อมูล เอามาวิเคราะห์ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็คือวิเคราะห์พฤติกรรมของเราทุกคนผ่านกระบวนการคอมพิวเตอร์นี่แหละครับ หวังว่าบทความนี้จะสร้าง Value ให้กับทุกคนในการนำไปต่อยอดในอนาคตได้นะครับ

Zipmex


ติดตาม FINNOMENA Podcast ได้ทุกช่องทางที่คุณมี

App Spotify
https://finno.me/spotify

App Google podcasts
https://finno.me/googlepodcast

Apple podcast
https://finno.me/applepodcast

App Soundcloud
https://finno.me/soundcloud

Podbean
https://finno.me/podbean

Youtube
https://finno.me/youtubepodcast

10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม