
Highlight
- วิธีการคัดเลือกกองทุน ขั้นตอนเป็นยังไง ใช้ปัจจัยอะไรบ้าง
- คำแนะนำการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ของ Finomena Funds
- Case Study การเลือกกองทุนแนะนำ
Finnomena ในฐานะ WealthTech Platform อันดับ 1 ของไทย* เรามีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการมุ่งมั่นค้นหาโอกาสการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อทุกคน ในทุก ๆ วัน โดยสิ่งที่เราทำมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี นั่นคือการเป็นผู้นำด้านการให้บริการซื้อขายกองทุนรวมของประเทศไทยผ่าน Finnomena Funds ซึ่งครอบคลุมกว่า 2,000 กองทุน จาก 21 บลจ. ชั้นนำ
*อ้างอิงด้วยจำนวนผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพกว่า 3,366 คน ข้อมูลจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ณ วันที่ 3 เมษายน 2569
ขณะเดียวกันเรายังตั้งใจคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อนักลงทุน ผ่านการให้คำแนะนำการลงทุนอย่างมืออาชีพ และเป็นกลางจาก บลป. เดฟินิท (Definit Investment Advisory) บริษัทในเครือ Finnomena Group ที่รวบรวมทีมงานด้านการลงทุนที่มีประสบการณ์และเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง มาส่งต่อคำแนะนำในสินทรัพย์ต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นความสำเร็จของเป้าหมายเป็นหลัก
เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ล้มเหลวในโลกการลงทุน เนื่องจากไม่เจอแนวทางและสินทรัพย์ที่เหมาะกับตัวเอง จึงไปไม่ถึงเป้าหมายทางการเงินของชีวิต อีกทั้งปัจจุบันกองทุนในไทยมีตัวเลือกมากมาย กระจายอยู่ในหลากหลายหมวด ทำให้การเลือกกองทุนที่ตอบโจทย์เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ดังนั้น Finnomena Funds จึงได้ออกแบบคำแนะนำกองทุนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และเป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน ได้แก่
- กองทุนเด็ด Finnomena Pick (F-Pick) กองทุนเด่นของแต่ละหมวดที่ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มข้น เพื่อเป็นตัวช่วยให้นักลงทุนที่ต้องการจะลงทุนในสินทรัพย์หรือหมวดกองทุนประเภทนั้น ๆ โดยเลือกด้วยตนเอง (DIY) ได้ที่ F-Pick
- กองทุนแนะนำ Investment Call คำแนะนำการลงทุนรูปแบบต่าง ๆ ด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลาย เช่น FundTalk Call, Mr.Messenger Call, MEVT Call, ROBIN Private Call และ Tax Saving Fund ซึ่งรวบรวมทั้งหมดไว้บน Opportunity Hub
- Model Portfolio แผนการลงทุนที่ออกแบบมาให้เลือกตามความเหมาะสมและเป้าหมายการลงทุน พร้อมกับคำแนะนำเชิงลึกและการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาปรับพอร์ต สามารถเลือกแผนการลงทุนที่ใช่สำหรับคุณได้ที่ Finnomena Port
ขั้นตอนการคัดเลือกกองทุนเด็ด F-Pick ใช้ปัจจัยอะไรบ้าง
กระบวนการคัดเลือกกองทุน F-Pick ของ Finnomena Funds พิจารณาจากหลากหลายปัจจัยทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative) และข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. คัดกรองเบื้องต้นด้วยข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Analysis)
จากหลากหลายกองทุนนับพัน เราได้คัดกรองกองทุนในเบื้องต้นที่มีศักยภาพด้วยข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยการใช้ Finnomena 3D Diagram ซึ่งประกอบด้วย ผลตอบแทน ความผันผวน และขนาดของการขาดทุนสูงสุด โดยใช้จากหลากหลายกรอบระยะเวลาทั้ง 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี
การคัดกรองด้วยผลการดำเนินงานในอดีตเป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อตัดกองทุนที่มีผลการดำเนินงานระยะยาวในอดีตที่ย่ำแย่อย่างชัดเจนออก อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถใช้เป็นผลลัพธ์สุดท้ายได้ เนื่องจากผลการดำเนินงานในอดีตไม่ใช่สิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต เราจึงใช้ขั้นตอนนี้ในการคัดกรองอย่างหยาบเท่านั้น และนำกองทุนที่เหลือเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกขั้นถัดไป
2. คัดเลือกด้วยข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis)
หลังผ่านการคัดกรองด้วยข้อมูลเชิงปริมาณแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจากข้อมูลเชิงคุณภาพในหลากหลายแง่มุม แบ่งออกเป็น 4 มิติหลัก
- Policy and Process: พิจารณานโยบายการลงทุน กระบวนการลงทุน ตัวชี้วัดการลงทุน การบริหารความเสี่ยง และนโยบายการจัดการค่าเงิน (FX) เพื่อประเมินว่านโยบายและกระบวนการต่าง ๆ มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน มีความสมเหตุสมผล และดูมีประสิทธิภาพหรือไม่
- People and Profile: ศึกษาโครงสร้างองค์กร โครงสร้างทีมงาน ประวัติผู้จัดการกองทุน และความต่อเนื่องในการบริหารกองทุน เพื่อประเมินถึงความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของทีมบริหาร
- Portfolio: วิเคราะห์สินทรัพย์ที่กองทุนถือครอง การจัดพอร์ต และการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อดูความสอดคล้องกับกระบวนการและกลยุทธ์ที่กองทุนได้ระบุไว้
- Partnership: การสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและการติดตามให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งอาจรวมไปถึงการพูดคุยโดยตรงกับผู้จัดการกองทุนเพื่อทำความเข้าใจแนวทางการบริหารในเชิงลึก
เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพในหลายมิติ เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนสะท้อนออกมาสู่นักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
รู้จักกองทุนแนะนำ Investment Call
ปัจจุบันเรายังมี Opportunity Hub แหล่งรวมโอกาสการลงทุน ผ่านคำแนะนำกองทุน (Call) ที่ได้รับการออกแบบจากกลยุทธ์รูปแบบต่าง ๆ ประกอบกับการคัดเลือกกองทุนแนะนำด้วยมุมมองเชิงคุณภาพจาก Definit Investment Advisory เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนในหลากหลายสไตล์ ดังนี้
1. FundTalk Call โดยคุณเจษฎา สุขทิศ (Jet) CEO Finnomena Group
คำแนะนำการลงทุนในรูปแบบ Tactical Call เพื่อโอกาสทำกำไรในระยะสั้น-กลาง เน้นกลยุทธ์แบบ The Contrarian Investor โดยเน้นหาสินทรัพย์ที่ถูกทิ้ง จนราคาปรับตัวลงมาลึกเกินไป แต่ศักยภาพการเติบโตระยะยาวยังดี และมีลมหนุนที่ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการกลับตัว หรือก็คือการซื้อสินทรัพย์ที่ดี ราคาถูก ตอนที่คนไม่เหลียวแล
ผ่านการวิเคราะห์อารมณ์ของตลาด (Market Sentiment) เทียบกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงต่อสินทรัพย์ แล้วพิจารณา Valuation ว่ามีการปรับตัวลดลงเกินกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่ และคาดหวังว่าราคาสินทรัพย์จะปรับตัวขึ้นในระยะสั้น-กลาง เมื่อปัจจัยกดดันคลี่คลายลง แต่ในทางกลับกันหากปัจจัยกดดันต่อสินทรัพย์รุนแรงกว่าที่ประเมิน หรือไม่เป็นไปตามคำแนะนำ ก็จะมีคำแนะนำให้ตัดขาดทุน (Stop Loss) เพื่อรักษาวินัยและเงินลงทุน
การคัดเลือกกองทุนแนะนำ จะค้นหากองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่พบโอกาส โดยเน้นคัดเลือกกองทุน Active แบบ High Conviction ที่คาดหวังว่าจะฟื้นตัวได้ Outperform กว่าตลาด
2. Mr.Messenger Call โดยคุณชยนนท์ รักกาญจนันท์ (Bank) CEO Finnomena Funds
คำแนะนำการลงทุนในรูปแบบ Tactical Call เพื่อโอกาสทำกำไรในระยะสั้น-กลาง เน้นกลยุทธ์แบบ The Trend Following ที่ลงทุนตามแนวโน้มตลาด ด้วยการมองหาสินทรัพย์ที่ราคามีโมเมนตัมเชิงบวก จากปัจจัยทางเทคนิค หรือมีปัจจัยพื้นฐานเข้าเสริม เพื่อหาจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม
โดยมีเป้าหมายเพื่อการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาด้วยการกำหนดจุดขายทำกำไร (Take Profit) ที่ชัดเจน ในทางกลับกันหากราคาสินทรัพย์ปรับตัวลง หรือไม่เป็นไปตามคำแนะนำ ก็จะมีคำแนะนำให้ตัดขาดทุน (Stop Loss) เพื่อรักษาวินัยและเงินลงทุน
การคัดเลือกกองทุนแนะนำ จะมุ่งเน้นคัดกรองกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับ Investment Themes ที่วิเคราะห์ผ่านดัชนีอ้างอิงหลัก หรือเป็นกองทุน F-Pick
3. MEVT Call โดยคุณวศิน ปริธัญ Managing Director, Definit Investment Advisory
คำแนะนำการลงทุนที่มีเป้าหมายสร้างโอกาสทำผลตอบแทนได้ดีในระยะกลาง-ยาว The Long-Term Growth โดยพิจารณาปัจจัยรอบด้านตาม MEVT Framework ได้แก่
- Macro – ปัจจัยเชิงมหภาค เงินเฟ้อ นโยบายการเงินและการคลัง ประชากรศาสตร์ การเมืองระหว่างประเทศ และอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนทิศทางเศรษฐกิจ
- Earnings – วิเคราะห์การเติบโตของกำไร และแนวโน้มการปรับประมาณการกำไร
- Valuation – การวิเคราะห์มูลค่าของสินทรัพย์ที่ลงทุนว่ามีความน่าสนใจมากเพียงใด เพื่อนำไปสู่คำแนะนำเข้าลงทุนในระดับราคาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้
- Technical – ปัจจัยส่งผลกระทบอื่น ๆ ที่ไม่ได้มาจากปัจจัยเชิงพื้นฐาน เช่น fund flow, sentiment, seasonal statistic และ technical analysis
การคัดเลือกกองทุนแนะนำ จะเริ่มจากหากองทุนที่เหมาะสมตามกรอบกลยุทธ์ MEVT Call และถ้าหากพบว่ามีกองทุนที่เหมือนกัน ก็จะพิจารณาเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า
4. ROBIN Private Call
โมเดล “Robotic Investment” (ROBIN) คือ สัญญาณแจ้งเตือนเข้าซื้อและขายออกอย่างเป็นระบบ ซึ่งออกแบบมาสำหรับนักลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนระยะสั้นถึงกลาง (1-3 เดือน) โดยใช้การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค เพื่อสร้างกลยุทธ์การลงทุนอย่างเป็นระบบ
โดยกลยุทธ์จะให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดหลัก 2 ตัว คือ 1. อัตราโอกาสกำไร (Win Rate) คำนวณจากจำนวนครั้งที่เทรดแล้วได้กำไรและนำมาหารด้วยจำนวนการเทรดทั้งหมด ยิ่งสูง ยิ่งมีโอกาสได้กำไรมากขึ้น 2. อัตราส่วนกำไร (Profit Factor) คำนวณจากผลกำไรทั้งหมดและนำมาหารด้วยผลขาดทุนทั้งหมด ถ้าค่ามากกว่า 1 แสดงว่าได้กำไรมากกว่าขาดทุน ยิ่งสูง ยิ่งบอกว่ากลยุทธ์มีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันกองทุนแนะนำใน ROBIN Private Call จะอยู่ในรูปแบบของดัชนีหรือกองทุน ETF ที่มีกองทุนรวมในไทยนำเงินไปลงทุนหรือมีความเคลื่อนไหว (Correlation) ใกล้เคียงกัน ยกตัวอย่างเช่น ดัชนี S&P 500, ดัชนี NASDAQ 100 และกองทุน SPDR Select Sector Fund – Financial (XLF) เป็นต้น
5. Tax Saving Funds
โพยกองทุนลดหย่อนภาษีประจำปี พร้อมโพยลับที่แนะนำโดยกลยุทธ์ของ FundTalk Call, Mr.Messenger Call และ MEVT Call คัดสรรแบบ Exclusive เพื่อนักลงทุนบนแพลตฟอร์ม Finnomena เท่านั้น
นอกจากนี้ การคัดเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีทั้ง RMF และ Thai ESG จะพิจารณาจากกองทุน F-Pick ในปัจจุบัน และทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อให้ได้กองทุนลดหย่อนภาษีที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในระยะยาวจากกองทุนที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทย
Model Portfolio แผนการลงทุนที่ตอบโจทย์เป้าหมาย
นอกจากคำแนะนำรายกองทุน Finnomena Funds ยังมีแผนการลงทุนที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับเป้าหมายต่าง ๆ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลาย เช่น พักเงิน, ลงทุนรายเดือน, เก็บเงินล้าน, เน้นเป้าหมาย, สร้างรายได้สม่ำเสมอ, กระจายความเสี่ยงทั่วโลก, ลงทุนตามกูรู (Guru Port) และลงทุนตาม บลจ. ที่ชื่นชอบ (Fund House Port) เป็นต้น
ตัวอย่างแผนการลงทุนยอดนิยม เช่น
- Goals Navigator: พอร์ตการลงทุนที่สามารถออกแบบวางแผนการลงทุนได้หลายเป้าหมายในที่เดียว ครอบคลุมทุกช่วงจังหวะชีวิต ทั้งเกษียณสุข ส่งลูกเรียนต่อ ดูแลพ่อแม่ เที่ยวรอบโลก ติดตามผลง่าย ปรับได้ตามสถานการณ์ พร้อมแนะนำพอร์ตที่เหมาะสม ด้วยความร่วมมือกับองค์กรด้านการจัดการสินทรัพย์ระดับโลก Franklin Templeton
- A.Stotz All Weather Strategy: พอร์ตการลงทุนพร้อมลุยทุกสภาวะตลาด จากทีมงาน Andrew Stotz ร่วมกับ Finnomena Funds จัดพอร์ตโดยใช้ FVMR Framework มุ่งหวังที่จะเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
- All Balance: พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด Black-Litterman Model ที่ผสมผสานข้อมูลสินทรัพย์ทั่วโลกในอดีตเข้ากับมุมมองในอนาคตจากทีมงานมืออาชีพ ลงทุนในหุ้นทั่วโลก กองทุนอสังหาฯ ตราสารหนี้ และทองคำ มีระบบปรับสมดุลพอร์ตเพื่อสร้างผลตอบแทนสะสมมูลค่าให้เงินต้นเติบโต 6-8% ต่อปีในระยะยาว (ไม่ใช่การการันตี)
Case Study กองทุนแนะนำ B-INNOTECH
กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี หรือ B-INNOTECH เป็นกองทุนรวมหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกที่อยู่ในคำแนะนำการลงทุนของ Finnomena Funds มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ MEVT Call กองทุน F-Pick และยังได้รับรางวัล Hall of Funds 2026 ประเภท Fund Performance Excellence Awards Technology Equity Fund
กองทุนหลัก คือ Fidelity Funds – Global Technology Fund ที่บริหารจัดการแบบเชิงรุก (Active Management) คัดเลือกบริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการ ที่ได้ประโยชน์จากความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี
Finnomena Funds แนะนำสะสมกองทุน B-INNOTECH เนื่องจากมีโอกาสสร้างผลตอบแทนผ่านหุ้น Quality Growth และมีความโดดเด่นในการทำ Stock Selection ทำให้ PE ต่ำกว่ากลุ่ม และสามารถคัดเลือกหุ้นที่สามารถชนะดัชนี S&P 500 และ NASDAQ 100 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังโดดเด่นในเรื่องของการเลือกหุ้นที่มี Free Cash Flow Margin สูง ทำให้มีความปลอดภัยมั่นคง แต่ยังคงเติบโตได้ดี
Case Study กลยุทธ์การลงทุนในช่วง IRAN War
จากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งปะทุรุนแรงครั้งแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญที่สุดในทศวรรษ และตามมาด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (The Strait of Hormuz)
Finnomena Funds House View ได้ออกมุมมองและกลยุทธ์การลงทุน ทั้งหมด 6 ฉบับเพื่อแนะนำนักลงทุนในวิกฤตตะวันออกกลางครั้งนี้
- ฉบับที่ 1: (1 มีนาคม 2026) สรุปวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง Operation Epic Fury วิเคราะห์ฉากทัศน์ต่อตลาดการเงินโลก (Scenario Analysis)
- ฉบับ 2: (2 มีนาคม 2026) Panic is Not a Strategy แนะนำว่ายังไม่ใช่จังหวะที่ควรตัดสินใจด้วยความตื่นตระหนก
- ฉบับที่ 3: (4 มีนาคม 2026) Silver Linings in The Storm ให้อาศัยความผันผวน ทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ และแบ่งขายทำกำไรบางส่วนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์, พลังงาน, เทคโนโลยีป้องกันประเทศ
- ฉบับที่ 4: (9 มีนาคม 2026) Anchor the Assets เป็นโอกาสเข้าทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งแต่ราคาปรับตัวลดลงแรง
- ฉบับที่ 5: (20 มีนาคม 2026) Navigating the Blockade ทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ และ Hedging พอร์ตการลงทุนด้วยสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์
- ฉบับที่ 6: (25 มีนาคม 2026) Reiterate Buy แนะนำเข้าลงทุนในทองคำ หุ้นตลาดเกิดใหม่ หุ้นญี่ปุ่น และหุ้นยุโรป จากแนวโน้มการลดระดับ (De-Escalation) ของสงคราม
ทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของคำแนะนำการลงทุนที่ Finnomena Funds ตั้งใจค้นหาโอกาสที่ดีที่สุดเพื่อนักลงทุนทุกคน อย่างไรก็ดี บนแพลตฟอร์ม Finnomena เรายังมีฟีเจอร์ Fund Filter ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถกรองกองทุนตามหมวดหมู่ที่สนใจ รวมทั้งจัดเรียงตามผลการดำเนินงาน ตลอดจนเปรียบเทียบข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เช่น ขนาดสินทรัพย์ (Asset Size) นโยบายการลงทุน และค่าธรรมเนียม เป็นต้น
เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกกองทุนได้อย่างละเอียด มองขาดทุกโอกาสการลงทุน Ahead of The Game
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299






