หุ้นเกาหลี หุ้นญี่ปุ่น

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2025 ดัชนี KOSPI ปรับตัวลงแรง -3.05% มาปิดที่ระดับ 3,903.62 จุด หลังจากระหว่างวันร่วงลงกว่า -1.36% แตะระดับ 3,971.75 จุด จากแรงขายของนักลงทุนรายย่อยและต่างชาติรวมมูลค่ากว่า 120,000 ล้านวอน โดยมีเพียงสถาบันเท่านั้นที่เป็นฝ่ายซื้อสุทธิ 130,000 ล้านวอน แรงขายกระจายตัวในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่นำตลาดในช่วงก่อนหน้า เช่น Hanwha Aerospace (-4%), HD Hyundai Heavy Industries (-3%), Hyundai Motor (-1.67%), SK hynix (-1.52%), Doosan Enerbility (-1.39%), และ Samsung Electronics (-0.71%) ส่วนหุ้นการเงินอย่าง KB Financial ปรับขึ้นเล็กน้อย +0.16%

ตลาด KOSDAQ ซึ่งสะท้อนการเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กก็ปรับตัวลงแรง -1.87% ปิดที่ 881.40 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิกว่า 41,900 ล้านวอน หุ้นเทคโนโลยีชีวภาพและพลังงานสะอาดส่วนใหญ่ปิดลบ เช่น HLB และ EcoPro BM ที่ร่วงกว่า -3% สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มกำไรในกลุ่มเติบโตสูง ขณะที่ Peptron (+3.17%) และ PharmaResearch (+1.01%) เป็นเพียงไม่กี่ตัวที่ยังปรับขึ้นได้เล็กน้อย ด้านค่าเงินวอนอ่อนค่ามาที่ 1,454.4 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ (+5.1 วอนจากวันก่อนหน้า) ตามแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในตลาดโลก

ในฝั่งญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลงแรง -2.24% มาปิดที่ 37,805 จุด จากแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีและยานยนต์ เช่น Sony, Advantest, และ Toyota หลังตลาดปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงต้นเดือน ขณะที่ค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่าทะลุระดับ 153 เยนต่อดอลลาร์ หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ส่งสัญญาณว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจเกิดขึ้น “อย่างค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อไม่ให้กระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ นักลงทุนจึงลดสถานะในสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น

แม้ตลาดหุ้นเกาหลีและญี่ปุ่นจะปรับตัวลงพร้อมกันในวันศุกร์ แต่พื้นฐานระยะกลางยังคงแข็งแกร่ง โดยในเกาหลีใต้ ความต้องการชิปหน่วยความจำขั้นสูง (HBM, DRAM) จาก AI demand ทั่วโลกยังเป็นปัจจัยหนุนต่อกลุ่ม Semiconductor ขณะที่รัฐบาลเดินหน้า “Korea Value-Up Program” และการปฏิรูปธรรมาภิบาล ซึ่งช่วยลด “Korea Discount” และดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติในระยะยาว ด้านญี่ปุ่น BoJ ยังคงใช้นโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะเดียวกันการผลักดัน Corporate Governance โดย FSA และ TSE ช่วยหนุนมูลค่าบริษัทในเชิงโครงสร้าง

Finnomena Funds ประเมินว่าการปรับตัวลงของตลาดทั้งสองประเทศในวันนี้เป็นเพียงการพักฐานระยะสั้นหลังการปรับขึ้นแรงในเดือนตุลาคม โดยภาพรวมของเศรษฐกิจและแนวโน้มกำไรในกลุ่มเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง

เราคงมุมมอง “Slightly Positive” ต่อทั้งตลาดหุ้นเกาหลีใต้และญี่ปุ่น แนะนำทยอยสะสมผ่านกองทุน SCBKEQTG สำหรับเกาหลีใต้ และ ASP-NGF สำหรับญี่ปุ่น เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการปฏิรูปธรรมาภิบาลที่ต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299