Market Rally ถึงเวลาปิดดีลสันติภาพ [อัปเดตมุมมอง 15 มิ.ย. 2026]

Finnomena Funds มองว่าการที่อิหร่านและสหรัฐอเมริกา บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญรอบนี้ เป็นจุดเปลี่ยนเชิงบวกที่จะขับเคลื่อนให้ตลาดทุนทั่วโลกเข้าสู่สภาวะ Market Rally อย่างเต็มตัว โดยความตึงเครียดได้คลี่คลายลงชัดเจน 

ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนการปรับตัวขึ้นของตลาดในรอบสัปดาห์นี้ เกิดจาก 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. อเมริกา-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงสันติภาพ: ทั้งสองประเทศสามารถปิดดีลข้อตกลงร่วมกันได้สำเร็จ โดยเตรียมที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการภายในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกครั้งใหญ่ต่อระบบภูมิรัฐศาสตร์โลก

2. ราคาน้ำมันลดลง คลายแรงกดดันเงินเฟ้อ: การคลี่คลายของสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงทันที ช่วยลดความกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ และทำให้การประชุม Fed ช่วงกลางสัปดาห์นี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายในเชิง Hawkish น้อยลง 

3. SpaceX หนุนความเชื่อมั่นกลุ่มเทคโนโลยี: กระแสความเคลื่อนไหวจาก SpaceX ช่วยผลักดันและหนุนนำความเชื่อมั่นในตลาด ส่งผลให้หุ้นกลุ่มที่เป็นผู้นำด้าน AI ยังคงอยู่ในสภาวะที่เติบโตโดดเด่นกว่าตลาด (Outperform) ได้อย่างต่อเนื่อง

4. ดอลลาร์อ่อนค่า Bond Yield ปรับตัวลง: แนวโน้มตลาดภาพใหญ่เปลี่ยนทิศทางเข้าสู่สภาวะที่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากการอ่อนค่าลงของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่เริ่มปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ เราคาดว่าจะเกิดการลงนามในวันที่ 19 มิถุนายน 2026 โดยที่ข้อตกลงยุติสงครามอเมริกา-อิหร่าน และกลับมาเปิดช่องแคบ Hormuz ได้อีกครั้ง เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีแรงจูงใจร่วมในการลดความเสี่ยงสงคราม ขณะที่ตัวกลางเจรจาเข้ามาประคองกระบวนการ และดีลเบื้องต้นถูกออกแบบให้เลื่อนประเด็นยากอย่างนิวเคลียร์ออกไปเจรจาต่อในกรอบ 60 วัน ทำให้โอกาสลงนาม MoU มีน้ำหนักมากขึ้น

ดังนั้น Finnomena Funds ประเมินสถานการณ์นี้ว่าเป็นจังหวะสำคัญในการเข้าลงทุนเพื่อมุ่งหาโอกาสรับผลตอบแทนจากสภาวะดอลลาร์อ่อนค่า และ Yield ขาลง ควบคู่ไปกับการเก็งกำไรตาม Sentiment ของหุ้นในกลุ่ม AI Supply Chain

Market Rally ถึงเวลาปิดดีลสันติภาพ [อัปเดตมุมมอง 15 มิ.ย. 2026]

อัปเดตมุมมองโดย Finnomena Funds as of 15 มิถุนายน 2026

ติดตาม Opportunity Hub แหล่งรวมโอกาสการลงทุนจาก Finnomena
สรุปกองทุนแนะนำ ครบจบในที่เดียว ⇒ https://finno.me/opp-hub-ws


กองทุนแนะนำ

A-SLVP (ความเสี่ยงระดับ 7)

หุ้นกลุ่มเหมืองโลหะเงิน (Silver Miners) สินทรัพย์ทางเลือกที่มีความต้องการในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และได้รับประโยชน์ตามทิศทางดอลลาร์ที่อ่อนค่า

A-RING (ความเสี่ยงระดับ 7)

หุ้นกลุ่มเหมืองทองคำ (Gold Miners) สินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้อานิสงส์เต็มที่เมื่อเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง

K-GDBOND-A(A) (ความเสี่ยงระดับ 5)

ตราสารหนี้ทั่วโลก (Global Bond) หลุมหลบภัยชั้นดีที่จะสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในช่วงที่ Bond Yield ปรับตัวลดลง

B-INNOTECH (ความเสี่ยงระดับ 7)

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก (Global Tech) เน้นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดมั่นคง และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน

LHSOLAR (ความเสี่ยงระดับ 6)

หุ้นกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) รองรับเมกะเทรนด์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และความต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมากของอุตสาหกรรม AI

A-GRID (ความเสี่ยงระดับ 6)

หุ้นกลุ่ม Smart Grid หรือเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ตัวแปรสำคัญในระบบโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่

DAOL-DAPP (ความเสี่ยงระดับ 6)

หุ้นเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และระบบคลาวด์ดาต้าเซ็นเตอร์ (Cloud Data Center) แกนหลักในการประมวลผลของยุคเทคโนโลยี

KFCHINA-T10PLUS-A (ความเสี่ยงระดับ 6)

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศจีน (China Tech) ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและระดับราคาที่น่าสนใจ


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

 

TOP11NVM