หุ้นเทคอเมริกา

UBS ปรับลดมุมมองต่อหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ จากเดิม “Attractive” ลงสู่ระดับ “Neutral” แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเริ่มฟื้นตัว โดยชี้ว่าความไม่แน่นอนในธุรกิจซอฟต์แวร์และภาระการลงทุนด้าน AI ที่สูงขึ้น กำลังทำให้นักลงทุนประเมินการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่ม IT ได้ยากขึ้น

การปรับลดคำแนะนำดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.3% ขณะที่ Nasdaq 100 ร่วง 0.6% จากแรงขายในหุ้นเทคโนโลยี แม้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้น หลังยอดค้าปลีกเดือนธันวาคมออกมาอ่อนแอกว่าคาด หนุนความหวังว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยในปีนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบราวหนึ่งเดือนที่ 4.14%

UBS ระบุว่านักลงทุนเริ่ม “เลือกมากขึ้น” กับหุ้นเทคโนโลยี และเกิดการหมุนเงินออกจากกลุ่ม IT โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ หลังความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่เครื่องมือซอฟต์แวร์ดั้งเดิมรุนแรงขึ้น ภายหลังบริษัท Anthropic เปิดตัวเครื่องมือ AI ที่สามารถรองรับงานระดับมืออาชีพ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของหลายบริษัทซอฟต์แวร์

อีกปัจจัยกดดันสำคัญคือการใช้เงินลงทุน (Capex) ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดย UBS เตือนว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่กำลังเข้าใกล้ระดับการลงทุนที่ไม่ยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อการใช้จ่ายจำนวนมากต้องพึ่งพาการก่อหนี้หรือเพิ่มทุน ขณะที่รายได้จาก AI ในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับเงินลงทุนที่ทุ่มลงไป

Mark Hawtin หัวหน้าฝ่ายหุ้นโลกของ Liontrust Asset Management กล่าวว่า บริษัทในกลุ่ม Magnificent Seven กำลังมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากความเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนหนัก โดย 4 Hyperscalers ใหญ่ ได้แก่ Alphabet, Microsoft, Meta และ Amazon มีแผนใช้เงินลงทุนด้าน AI รวมเกือบ 7 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อกระแสเงินสดและมูลค่าหุ้นในระยะกลาง

อย่างไรก็ดี UBS และนักกลยุทธ์หลายสำนักยังย้ำว่า การปรับลดมุมมองครั้งนี้ไม่ใช่การปฏิเสธธีม AI ในระยะยาว แต่สะท้อนการเปลี่ยนเกณฑ์ที่นักลงทุนยอมรับความเสี่ยงในระยะสั้น โดยแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังภาคส่วนอื่น เช่น ธนาคาร สุขภาพ สาธารณูปโภค และหุ้นเชิงวัฏจักร พร้อมคงมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ หากข้อมูลตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งในระดับที่ไม่กระทบการเติบโต


อ้างอิง: CNBC

Morning Brief On Stage