สรุปกองทุน KT-AGRIANDFOOD

KT-AGRIANDFOOD หรือ กองทุนเปิดเคแทม Sustainable Agriculture and Food ลงทุนในธีม Agribusiness ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานอาหารโลก เช่น นวัตกรรมเมล็ดพันธุ์พืชยุทธศาสตร์ ปุ๋ยและสารเคมีเกษตร เครื่องจักรกลการเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงการแปรรูปสินค้าเกษตรและโปรตีนพื้นฐาน

สรุปกองทุน KT-AGRIANDFOOD

เป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่มีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียวคือ iShares Agribusiness UCITS ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจเกษตร (Agribusiness) ทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำอย่างปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ กลางน้ำอย่างเครื่องจักรการเกษตร ไปจนถึงปลายน้ำอย่างการแปรรูปอาหาร เพื่อคว้าโอกาสจากความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้นและวิกฤตซัพพลายเชนโลก

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ 

  • ความเสี่ยงระดับ 7 – กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม
  • นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
  • ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.50%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยังไม่เรียกเก็บ
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.3375% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.4357% ต่อปี

ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 30/01/2026

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

KT-AGRAINDFOOD ลงทุนในอะไรบ้าง?

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุน KT-AGRAINDFOOD อัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ประกอบไปด้วย

  1. CORTEVA ผู้นำนวัตกรรมเมล็ดพันธุ์พืช (GMO) และผลิตภัณฑ์ป้องกัน-กำจัดศัตรูพืชรายใหญ่ของโลก
  2. ARCHER DANIELS MIDLAND ยักษ์ใหญ่ผู้แปรรูปธัญพืชและน้ำมันพืชรายใหญ่ที่สุดในห่วงโซ่อาหารโลก
  3. CF INDUSTRIES HOLDINGS ผู้ผลิตปุ๋ยไนโตรเจนและปุ๋ยเคมีรายใหญ่ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรระดับอุตสาหกรรม
  4. NUTRIEN ผู้ผลิตปุ๋ยโพแทสเซียมและไนโตรเจนรายใหญ่ที่สุดของโลก หัวใจสำคัญของผลผลิตการเกษตร
  5. DEERE & COMPANY ผู้ผลิตเครื่องจักรการเกษตรและเทคโนโลยีการทำฟาร์มอัจฉริยะอันดับ 1 ของโลก

จุดเด่นกองทุน

  1. คว้าโอกาสจาก Food Crisis รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาสินค้าเกษตรที่พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้การขนส่งอาหารหยุดชะงัก
  2. ครอบคลุมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เป็น “กระดูกสันหลัง” ของโลก ตั้งแต่ผู้ผลิตปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ เครื่องจักรกลการเกษตร ไปจนถึงผู้แปรรูปอาหาร
  3. Pricing Power สูง บริษัทเหล่านี้มีความสามารถในการปรับราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้ดี (เช่น ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์) ทำให้เป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อที่ยอดเยี่ยม
  4. สินทรัพย์ที่ขาดไม่ได้ (Defensive Play) อาหารเป็นปัจจัย 4 ที่มีความต้องการ (Real Demand) คงที่ในทุกสภาวะเศรษฐกิจและไม่ว่าโลกจะอยู่ในสภาวะสงครามหรือไม่ก็ตาม

สนใจกองทุน KT-AGRAINDFOOD

คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม


คำเตือนผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
Morning Brief On Stage