
Highlight
- ตลาดเลิกหวังเรื่องลดดอกเบี้ย
- Trimmed Mean PCE เปิดช่องผ่อนคลายนโยบาย
- จับตาประธาน Fed คนใหม่
- มุมมองตราสารหนี้โลก
ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตลาดการเงินโลกกำลังอยู่ในภาวะที่ดูย้อนแย้งอย่างมาก เพราะในวันที่นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed จะยังไม่ลดดอกเบี้ยตลอดปี 2026 แต่ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดตราสารหนี้กลับเริ่มถูกมองว่าเป็น “โอกาสลงทุน” ที่น่าสนใจที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน
ตลาดเลิกหวังเรื่องลดดอกเบี้ย
Source: Finnomena Funds, CMEgroup, Data as of 5/5/2026
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ล่าสุดสะท้อนว่า ตลาดให้น้ำหนักสูงกว่า 90% ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ จะคงอยู่ในกรอบ 3.50-3.75% ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2026 นั่นหมายความว่า นักลงทุนจำนวนมากเริ่มยอมรับแล้วว่า ยุคดอกเบี้ยสูงอาจยืดเยื้อกว่าที่คาด (Higher for Longer)
เบื้องหลังมุมมองนี้มาจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งกว่าคาด ทั้งตลาดแรงงาน การบริโภค และภาคบริการ ขณะเดียวกัน โลกยังต้องเผชิญแรงกดดันจากสงครามและความตึงเครียดด้านพลังงาน โดยเฉพาะวิกฤตราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
สิ่งเหล่านี้ทำให้เงินเฟ้อในปี 2026 มีลักษณะ Sticky Inflation หรือเงินเฟ้อที่ลดลงช้ากว่าปกติ แม้ราคาสินค้าหลายประเภทจะเริ่มชะลอ แต่ต้นทุนด้านพลังงานและโลจิสติกส์ยังคงกดดันเศรษฐกิจโลกอยู่ต่อเนื่อง
ผลลัพธ์จากความไม่แน่นอนนี้ประกอบกับความกังวลด้านราคาพลังงาน ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี วิ่งขึ้นไปแตะระดับ 4.42%
Trimmed Mean PCE เปิดช่องผ่อนคลายนโยบาย
Source: Finnomena Funds, Bloomberg Economics, Data as of 5/5/2026
ในระยะสั้น ปัจจัยที่ผลักดัน Bond Yield ขึ้นมีอยู่ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การที่ตลาดเลิกหวังการลดดอกเบี้ยเร็ว เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย และบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ยังแข็งแรง
แต่ภายใต้ภาพใหญ่นี้ กลับเริ่มมีจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนบางส่วนอาจยังมองข้าม นั่นคือวิธีที่ Fed ใช้วัดเงินเฟ้อ
Source: Finnomena Funds, CMEgroup, Data as of 5/5/2026
ที่ผ่านมา ตลาดคุ้นเคยกับตัวเลข Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ตัดหมวดอาหารและพลังงานออกไป เพราะมองว่าราคาสองหมวดนี้ผันผวนสูงเกินไป
แต่ตอนนี้เริ่มมีการพูดถึง Trimmed Mean PCE มากขึ้น ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่จะไม่ตัดหมวดตายตัว แต่เลือกตัดเฉพาะราคาที่เหวี่ยงแรงผิดปกติในแต่ละเดือนออก เพื่อสะท้อนภาพเงินเฟ้อพื้นฐานที่แท้จริงมากกว่า
และนี่คือจุดเปลี่ยนเกม (Game Changer) เพราะข้อมูลล่าสุดชี้ว่า แม้ Core PCE ยังอยู่ในระดับสูงราว 2.97% แต่ Trimmed Mean PCE กลับชะลอลงมาอยู่ที่ประมาณ 2.33%
พูดง่าย ๆ คือ หาก Fed หันมาให้น้ำหนักกับมาตรวัดแบบ Trimmed Mean มากขึ้น ภาพความร้อนแรงของเงินเฟ้อที่ตลาดกังวลอยู่อาจจางลงทันที และกลายเป็นทางออกในสถานการณ์ที่ Fed กำลังเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ท่ามกลางความเปราะบางของราคาพลังงานจากสงคราม หาก Fed ลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป เงินเฟ้อก็เสี่ยงกลับมาพุ่งสูง แต่หากดึงดอกเบี้ยสูงไว้นานเกินไป เศรษฐกิจก็เสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง (Hard Landing) การใช้ Trimmed Mean จึงเป็นทางออกที่ช่วยให้ Fed เริ่มลดดอกเบี้ยได้โดยไม่เสียความน่าเชื่อถือ แม้เงินเฟ้อในบางหมวดจะยังมีความเสี่ยงอยู่ก็ตาม
จับตาประธาน Fed คนใหม่
Kevin Warsh | Source: Foreign Policy
– เปิดประวัติ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่ จากดาวรุ่งวอลล์สตรีท สู่ผู้กุมชะตาการเงินโลก อ่านต่อคลิก
แม้ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่จะมีภาพลักษณ์เป็นสายเหยี่ยว (Hawkish) ที่เน้นความเข้มงวด แต่แนวคิดการปฏิรูปมาตรวัดเงินเฟ้อของเขา กลับถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย และพลิกทิศทางตลาดตราสารหนี้ในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทันสังเกตคือ ตลาด Bond ถูกเทขายหนักไปมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา จน Bond Yield ขึ้นมาอยู่ในระดับที่เริ่มน่าสนใจในเชิง Risk-Reward กล่าวคือ ข่าวร้ายเรื่อง Fed ไม่ลดดอกเบี้ย อาจถูกสะท้อนเข้าไปในราคาตราสารหนี้จำนวนมากแล้ว
หากเศรษฐกิจเริ่มชะลอเพียงเล็กน้อย หรือ Fed ส่งสัญญาณเปลี่ยนมุมมองเรื่องเงินเฟ้อเมื่อใด ตลาด Bond อาจเป็นสินทรัพย์แรกที่ฟื้นตัวแรง
นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่จบ ไม่ว่าจะเป็นสงครามในตะวันออกกลาง ปัญหาราคาน้ำมัน หรือความตึงเครียดด้านการค้าโลก ยังทำให้ตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ มีสถานะเป็น Safe Haven สำคัญของโลกอยู่ดี
มุมมองตราสารหนี้โลก
ปัจจุบัน Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นจนตอบรับข่าวร้ายไปมากแล้ว (Price-in) ทั้งจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาด และการที่ตลาดเริ่มยอมรับภาพการคงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ตลาดตราสารหนี้กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญหลังวันที่ 15 พ.ค. นี้ เมื่อ Kevin Warsh จะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธาน Fed แทนที่ Jerome Powell
แม้ในอดีต Kevin Warsh จะมีภาพลักษณ์เป็นสายเหยี่ยว (Hawkish) และเคยแสดงจุดยืนต่อวุฒิสภาว่าจะไม่ยอมลดดอกเบี้ยเพียงเพราะแรงกดดันทางการเมือง แต่สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือแนวคิดการทำ Regime Change หรือการปฏิรูปโครงสร้างภายใน Fed
โดยเฉพาะการเปลี่ยนไม้บรรทัดวัดเงินเฟ้อจาก Core PCE มาให้น้ำหนักกับ Trimmed Mean Inflation แทน ซึ่งหากมาตรวัดใหม่นี้ชี้ให้เห็นว่าเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอตัวลงจริง ก็จะกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่เปิดโอกาสให้ Fed สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในที่สุด
Finnomena Funds จึงปรับมุมมองต่อตราสารหนี้โลกเป็น Slightly Positive จาก Neutral
แนะนำทยอยสะสมตราสารหนี้โลก
K-GDBOND-A(A) เป็นกองทุนตราสารหนี้โลก ที่เน้นลงทุนผ่านกองทุนหลักคือ PIMCO GIS Income Fund มีการกระจายไปในหุ้นกู้เอกชนและตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อหาโอกาสสร้างรายได้ (Income) จากหลายแหล่ง โดยล่าสุดกองทุนหลักได้ปรับเพิ่ม Duration ของพอร์ตขึ้นเป็น 6.2 ปี เพื่อเตรียมรับประโยชน์ในจังหวะที่ Bond Yield มีโอกาสปรับตัวลงในอนาคต
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
- ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
- บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
DISCLAIMER: เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ จัดทำโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่น่าเชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือและ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของหน่วยลงทุนที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็นหรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้ บริษัทจึงไม่รับผิดชอบต่อการนำเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารนี้ไปใช้ในบริษัทรวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทต่าง ๆ อาจจะทำการลงทุนซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูล และความเห็นที่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ลงทุนซื้อหรือขายหน่วยลงทุนที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการลงทุนหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ ผู้ใดใช้ประโยชน์ ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง ทำให้ปรากฏหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัท เป็นการล่วงหน้า การกล่าว คัด หรืออ้างอิงข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้ ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย หรือในเอกสารหรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทำโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดเจน การลงทุนหรือซื้อหรือขายหน่วยลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหน่วยลงทุนแต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหน่วยลงทุนและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจซื้อหรือขายหน่วยลงทุน
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299




