หุ้นไทยโตอันดับ 1 อาเซียน

ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นตลาดที่สร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2026 นี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มเล็งเห็นโอกาสการเติบโตจากกระแส AI ผ่านหุ้นไทย แม้ไทยจะไม่มีบริษัทผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ระดับแนวหน้าเหมือนไต้หวันหรือเกาหลีใต้ แต่การทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังระบบ AI ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนมุมมองที่นักลงทุนต่างชาติมีต่อตลาดทุนไทยในภาพรวม

แรงขับเคลื่อนหลักในขาขึ้นครั้งนี้มาจาก Delta Electronics (Thailand) ผู้ผลิตระบบจัดการพลังงานสำหรับ AI Data Center โดยราคาหุ้นพุ่งทะยานขึ้นมากกว่า 80% ในปีนี้ ส่งผลให้เดลต้ากลายเป็นบริษัทจดทะเบียนรายแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่มี Market Cap ทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งมูลค่านี้สูงกว่าบริษัทที่ใหญ่รองลงมา 4 อันดับแรกของไทยรวมกัน และยังขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในดัชนี MSCI Asean เป็นรองเพียงแค่ DBS Group ของสิงคโปร์เท่านั้น

Sufianti นักยุทธศาสตร์จาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ตลาดเทคโนโลยีขั้นสูงหรือเป็นหุ้น AI บริสุทธิ์ แต่การมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานของ Data Center ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และระบบไฟฟ้า ถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้กับนักลงทุนในการเข้ามาเลือกซื้อหุ้นไทย จากเดิมที่ตลาดมักถูกมองว่าพึ่งพาอยู่เพียงแค่ภาคการท่องเที่ยว ธนาคารพาณิชย์ และการบริโภคภายในประเทศที่เป็นไปตามวัฏจักรเดิม ๆ

ปัจจุบัน มูลค่าของหุ้นเดลต้าคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20% ของดัชนี SET Index ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2025 อย่างไรก็ดี โครงสร้างดัชนีหุ้นไทยยังคงพึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีน้อยกว่าเกาหลีใต้และไต้หวัน เนื่องจากเดลต้าเป็นหุ้นเทคโนโลยีบริสุทธิ์เพียงรายเดียวในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยหุ้นบิ๊กแคปที่เหลือยังคงเป็นกลุ่มเดิมอย่าง ADVANC, PTT, GULF และ AOT

เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีของประเทศเพื่อนบ้าน ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในปี 2026 นี้ ชนะตลาดสิงคโปร์และเวียดนามอย่างขาดลอย และสวนทางกับตลาดอินโดนีเซียที่ปรับตัวลดลง แม้ว่าหุ้นอิเล็กทรอนิกส์รายอื่น ๆ ของไทยจะขยับตัวขึ้นตามกระแสนี้ แต่ขนาดของบริษัทยังคงห่างไกลจากเดลต้ามาก โดยมีเพียง Cal-Comp, KCE และ Hana เท่านั้นที่มี Market Cap สูงเกินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ในบางช่วงเวลา

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นไทยปันผลสูง

กองทุน TISCOHD-A เน้นลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index (SETHD TRI) เป็นหลัก คัดเลือกหุ้นที่มีประวัติการจ่ายปันผลดีและมีความสามารถในการจ่ายต่อเนื่องในอนาคต พร้อมกระจายการลงทุนในบริษัทคุณภาพประมาณ 25–30 ตัว ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโต พร้อมการบริหารจัดการแบบ Active Management


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

Morning Brief On Stage