
LHGDEFENSE-A หรือ กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล ดีเฟนส์ ชนิดสะสมมูลค่า ลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ (Defense Technology) และกองทัพ ครอบคลุมตั้งแต่ส่วนของฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ ไปจนถึงบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อคว้าโอกาสการเติบโตตามงบประมาณด้านความมั่นคงทั่วโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กองทุนใช้กลยุทธ์แบบ Fund of Funds โดยลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศและ ETF ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป ได้แก่
- State Street SPDR S&P Kensho Final Frontiers ETF
- Global X Defense Tech ETF
- Tema Space Innovators ETF
- WisdomTree Europe Defense Fund
- Defiance Drone and Modern Warfare ETF
เพื่อกระจายการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรม Defense Tech โดยเน้นบริษัทที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยและมีสัญญาจ้างงานระยะยาวกับภาครัฐ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้
รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ
- ความเสี่ยงระดับ 7 – กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม
- นโยบายการจ่ายปันผล ไม่จ่าย
- ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
- ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 100 บาท
- ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.6050%
- ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยกเว้น
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.2500% ต่อปี
- รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.7491% ต่อปี
- ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 29/05/2026
- ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds
LHGDEFENSE-A ลงทุนในอะไรบ้าง?
ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุน LHGDEFENSE-A อัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2026 ประกอบไปด้วย
- Iridium Communications ผู้นำระดับโลกด้านโครงข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก 100% ยุทธศาสตร์สำคัญในการสนับสนุนการเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกลและการปฏิบัติการทางทหารที่ต้องการความเชื่อมั่นสูง
- Planet Labs ผู้ให้บริการข้อมูลและภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงแบบเรียลไทม์ พลิกโฉมการติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยฝูงดาวเทียมขนาดเล็ก (CubeSats) มากที่สุดในโลก
- Intuitive Machines ผู้นำนวัตกรรมสำรวจอวกาศและยานลงจอดบนดวงจันทร์ (Lunar Lander) ผู้รับบทบาทสำคัญในการขนส่งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับภาครัฐและเอกชน
- Rocket Lab ผู้นำด้านการส่งดาวเทียมขนาดเล็กและโซลูชันระบบอวกาศแบบครบวงจร รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีควบคุมดาวเทียมและชิ้นส่วนอวกาศขั้นสูง
- Palantir Technologies ผู้นำด้านซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Big Data Analytics) สำหรับหน่วยงานรัฐบาลและกองทัพ
จุดเด่นกองทุน
- เกาะกระแสเมกะเทรนด์ด้านความมั่นคงระดับโลก
เน้นลงทุนในบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับกองทัพและภาคการป้องกันประเทศ เช่น ระบบ AI, Cybersecurity, อากาศยานไร้คนขับ (Drones) และระบบป้องกันภัยทางอากาศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตตามงบประมาณด้านความมั่นคงทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- รายได้มีความผันผวนต่ำต่อวัฏจักรเศรษฐกิจ
ธุรกิจในกลุ่ม Defense Tech มักมีคู่สัญญาหลักเป็นรัฐบาลและมีสัญญาจ้างงานระยะยาว ทำให้รายได้มีความสม่ำเสมอกว่าหุ้นกลุ่มพาณิชย์ทั่วไป
- บริหารจัดการแบบ Active โดยผู้เชี่ยวชาญ
ผู้จัดการกองทุนจะคอยติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนปลายทางต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในแต่ละช่วงเวลา
- เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนเพิ่มผลตอบแทน (Satellite Portfolio)
ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของอุตสาหกรรมที่มี Correlation ต่ำกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วไปหรือหุ้นกลุ่มเติบโตอื่น ๆ กองทุนนี้จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากธีมการลงทุนเฉพาะทางที่มีความชัดเจน
สนใจกองทุน LHGDEFENSE-A
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept Help Center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
