ธีมการลงทุน The AI Divergence

เมื่อ AI Demand ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือวงจรกำไร (Earnings Cycle) ที่สร้างการเติบโตเป็นวงกว้าง คัด 4 กองทุนเด่น โมเมนตัมแกร่ง รับประโยชน์จากธีม The AI Divergence

ในภูมิทัศน์การลงทุนช่วงครึ่งหลังของปี 2026 กระแสการเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลังที่สุดยังคงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI จากความต้องการของ AI Demand ที่ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราวฉาบฉวย แต่ได้พัฒนาเข้าสู่ “วงจรกำไรเฉพาะตัว” (Earnings Cycle) ที่มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากงบลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (CapEx) จำนวนมหาศาลของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก (Hyperscalers) ที่ยังคงเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการมาถึงของ Agentic AI  

CAPEX YoY Growth ของหุ้น Big Tech ยังคงเพิ่มขึ้น

การเข้ามาของ Agentic AI จะทำให้ Network Traffic หนาแน่นขึ้น

โดยจะเห็นว่าการเติบโตของธีม AI ในรอบนี้ ไม่ได้กระจุกตัวหรือหยุดอยู่แค่ฝั่ง Big Tech หรือหุ้นกลุ่มชิปเซมิคอนดักเตอร์เท่านั้น แต่กำลังเกิดปรากฏการณ์ Spillover Effect ส่งผ่านผลเชิงบวกเป็นวงกว้างไปยังอุตสาหกรรมและภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก

AI adoption rate ของสหรัฐ

Finnomena Funds มองว่านี่เป็นโอกาสทำกำไรจากการเติบโตไปพร้อมกับธีม AI ด้วย 4 สินทรัพย์แนะนำ (Top Buy) ที่มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน และโมเมนตัมของกำไรที่เติบโต 


1. Global Technology: หัวใจขับเคลื่อน AI Hardware

มุมมองการลงทุน: กลุ่ม Hardware เช่น GPU, CPU และ Memory กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่ ตามความต้องการของ Agentic AI ที่เปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ระดับราคา (Valuation) ปัจจุบันยังไม่แพงเมื่อเทียบกับแนวโน้มกำไรที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กองทุนแนะนำ: K-GTECH (ความเสี่ยงระดับ 7) กองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Columbia Threadneedle Global Technology ด้วยหลักการ Growth-At-Reasonable-Price (GARP) ลงทุนในหุ้นคุณภาพสูง 50-75 ตัวที่ Valuation เหมาะสม (ไม่จำเป็นต้องถูกก็ได้) พร้อมหาโอกาสในหุ้นขนาดกลางและเล็ก เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเสริมอย่างสม่ำเสมอ บริหารกองทุนโดย Paul Wick ซึ่งเป็น Lead Portfolio Manager มาตั้งแต่ปี 1990 และมีประสบการณ์บริหารพอร์ตกองทุนผ่านช่วง Dot-Com Bubble ในปี 2000 มาแล้ว

สนใจกองทุน K-GTECH
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม

2. US Equity: หุ้นอเมริกาที่ยังแกร่งด้วยเม็ดเงินลงทุนภาคเอกชน

มุมมองการลงทุน: ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาได้รับอานิสงส์โดยตรงจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง นำโดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่มอุตสาหกรรม (Industrial) ที่ได้แรงหนุนจากงบลงทุนภาคเอกชน นอกจากนี้ ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่มีแนวโน้มผ่อนคลาย (Dovish) มากกว่าที่ตลาดคาด จะเป็นตัวช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงและผลักดันดัชนีให้ไปต่อได้

กองทุนแนะนำ: KF-SP500M (ความเสี่ยงระดับ 6) กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นโมเมนตัมสูง 100 ตัวแรกในดัชนี S&P 500 ผ่านกองทุนหลัก Invesco S&P 500® Momentum ETF โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบมุ่งเน้นหุ้นที่มีแนวโน้มราคาขาขึ้นแข็งแกร่ง เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่าดัชนี S&P500

สนใจกองทุน KF-SP500M
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม

3. Japan Equity: หุ้นญี่ปุ่น Strong Buy รับอานิสงส์ชิปและ AI

มุมมองการลงทุน: หุ้นญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งตลาดที่กำลังได้รับแรงหนุนโดยตรงจากกระแส AI ผ่านกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างหนักจากรัฐบาล ประกอบกับการปฏิรูปโครงสร้างบรรษัทภิบาลที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ทำให้ประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นโดดเด่นกว่าตลาดอื่น ๆ

กองทุนแนะนำ: KT-JAPANALL-A (ความเสี่ยงระดับ 6) กองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่ลงทุนผสมผสานทั้งกลุ่ม Value และ Growth ผ่านกองทุนหลัก Fidelity Funds Japan Value Fund เน้นเข้าซื้อหุ้นที่ราคาเหมาะสม (Value-aware) โดยคัดเลือกที่ราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน เพื่อสร้างผลตอบแทนชนะตลาด ทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูงในการเปิดรับหุ้นทุกขนาดและอุตสาหกรรม หลีกเลี่ยงหุ้นที่ราคาถูกแต่พื้นฐานแย่

สนใจกองทุน KT-JAPANALL-A
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม

4. Grid Infrastructure: โครงข่ายไฟฟ้า คอขวดที่ Data Center ขาดไม่ได้

มุมมองการลงทุน: นี่คือกลุ่มอุตสาหกรรมที่สะท้อนปรากฏการณ์ Spillover Effect ได้ชัดเจนที่สุด เนื่องจาก Data Center ทั่วโลกจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้ามหาศาลและระบบสายส่งที่มีเสถียรภาพสูง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า หรือ Smart Grid เปรียบเสมือน “ผู้ขายจอบเสียมในยุคตื่นทอง” ที่จะเติบโตควบคู่ไปกับจำนวน Data Center อย่างแน่นอน

กองทุนแนะนำ: A-GRID (ความเสี่ยงระดับ 6) ลงทุนแบบ Pure Play ในหุ้น Smart Grid ผ่านกองทุนหลัก First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund (GRID) ซึ่งมีเป้าหมายเติบโตไปกับโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ หัวใจสำคัญของโลกยุคดิจิทัล และ Data Center

สนใจกองทุน A-GRID
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม

หากคุณเชื่อในปรากฏการณ์ The AI Divergence ที่กำลังสร้างความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์อย่างชัดเจน การจัดพอร์ตโดยเน้นหนักไปที่กลุ่มเทคโนโลยีระดับโลก หุ้นสหรัฐฯ และหุ้นญี่ปุ่นที่มีความพร้อมด้านนวัตกรรม ควบคู่ไปกับธีม Smart Grid ที่คอยค้ำจุนระบบพลังงานเบื้องหลัง จึงเป็นกลยุทธ์ที่ทรงประสิทธิภาพในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาด

จัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน


บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

 

คำเตือน: กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

Morning Brief On Stage