
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI Economy ต้องพึ่งพาพลังงานมหาศาล รวมถึงโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid Infrastructure) ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ Data Center ขาดไม่ได้ นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญกับการลงทุนในกองทุน ES-GRID จาก บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย)
Jensen Huang CEO ของ NVIDIA บริษัทเทคโนโลยี AI อันดับหนึ่งของโลก เปรียบเปรยไว้ว่า “AI Economy ไม่ใช่เทคโนโลยีเดี่ยวๆ แต่เหมือน “เค้ก 5 ชั้น” ที่ชั้นบนสุด คือ AI Applications ที่นำ AI ไปใช้งานจริงและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างที่พวกเราเริ่มคุ้นชินกัน ลำดับถัดมาค่อยๆไล่ลงมาเป็นลำดับชั้นของ AI Model, Cloud Infrastructure, Chip & Computing และมีฐานที่เป็นต้นทางรองรับระบบทั้งหมดเป็นพลังงาน “Energy + Electricity”
หรือเรียกได้ว่า การเติบโตของ AI Economy ในทุกวันนี้ มีหัวใจสำคัญอยู่ที่ราคาและระบบพลังงาน ที่ต่อให้เรามีโมเดล AI อัจฉริยะเพียงใด มีชิปประมวลผลอันทรงพลัง หรือ มีศูนย์ข้อมูลใหญ่มหึมาแค่ไหน แต่ถ้าการผลิตไฟฟ้าไร้ประสิทธิภาพและราคาพลังงานสูงจนเกินไประบบก็ไม่สามารถทำงานต่อหรือกระทั่งแข่งขันได้
Source: Nvidia, Eastspring Investments Thailand as of Jan 2026
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
อีกด้านหนึ่ง ตัว AI เองก็เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ทรัพยากร ใช้น้ำใช้ไฟอย่างมหาศาล ทำให้ทั่วโลก กำลังเผชิญกับวิกฤติทางด้านพลังงานไม่แพ้ครั้งใดในประวัติศาสตร์ และมีการคาดการณ์ว่าภายในช่วงปี 2025-2030 ความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center เพื่อประมวลผล AI ในสหรัฐฯ อาจเติบโตขึ้นกว่า 2.9 เท่า และอาจเติบโตกว่า 2.3 เท่าในฝั่งยุโรป เมื่อเทียบกับช่วงปี 2015-2025 ที่ผ่านมา
Source: IEA, Eastspring Investments Thailand as of Jan 2026
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Smart Grid Infrastructure ถึงเป็นกระดูกสันหลังและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในทุกวันนี้
เจาะลึกธีม Smart Grid ปี 2026 ยังน่าลงทุนอยู่ไหม?
Source: Clean Edge, Eastspring Investments Thailand as of Jan 2026
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา (2015-2025) ดัชนี Nasdaq OMX Clean Edge Smart Grid Index ซึ่งเป็นดัชนีที่รวมบริษัทชั้นนำในด้านอุตสาหกรรมการผลิตโครงข่าย Smart Grid โดยเฉพาะ ได้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลังกว่า 20.7% ต่อปี เหนือกว่าดัชนีโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกแบบดั้งเดิม (MSCI World Infrastructure) อย่างชัดเจน
และสิ่งที่จะทำให้ธีมการลงทุนด้าน Smart Grid ทรงพลังยิ่งขึ้นในอนาคต ไม่ได้มีแค่ความต้องการจากภาคเอกชนในกลุ่ม AI, Data Center และยานยนต์ EV เท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับแรงขับเคลื่อนในระดับนโยบายภาครัฐอีกด้วย ที่ล่าสุดประธานาธิบดี Donald Trump มีการลงนามในคำสั่ง Defense Production Act เพื่อเพิ่มอุปทานด้านพลังงานภายในประเทศทั้งหมดถึง 5 ฉบับ และมีถึง 2 คำสั่งที่สนับสนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าโดยเฉพาะ อันได้แก่
- เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานโครงข่าย Grid ภายในประเทศ ทั้งการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้าแรงสูง สถานีไฟฟ้าย่อย อุปกรณ์ควบคุมกำลังไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขนาดใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการการใช้งานที่สูงขึ้น
- สนับสนุนการพัฒนาและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานพลังงานขนาดใหญ่ ผ่านเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ ของภาครัฐ และอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการอนุมัติโครงการให้มีความรวดเร็วขึ้น
ถือเป็นปัจจัยเชิงบวกโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่ม Smart Grid ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมกับกลายเป็นธีมการลงทุนระยะยาวที่มีโอกาสเติบโตไปได้ในระยะยาว
โอกาสการลงทุนระยะยาวกับกองทุน ES-GRID
กองทุนเปิด Eastspring Smart Grid Infrastructure หรือ ES-GRID มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลักอย่าง First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่า NAV มุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับระบบโครงข่าย Smart Grid Infrastructure
ES-GRID เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนโดยส่วนใหญ่ในกิจการแบบ Pure-Play ทางด้านระบบโครงข่าย Smart Grid ที่ลงทุนในห่วงโซ่อุปทานด้านระบบไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่ผู้ผลิตสายส่ง มาตรวัดอัจฉริยะ หม้อแปลงไฟฟ้า ระบบจัดเก็บพลังงานและแบตเตอรี่ ไปจนถึงระบบซอฟต์แวร์ในการบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกระบวนการคัดเลือกบริษัทที่จะต้องลงทุนต้องมีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านระบบโครงข่าย Smart Grid และระบบไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 50% และมีสภาพคล่องสูง มีกระจายการลงทุนในหุ้นประมาณ 100-120 บริษัททั่วโลก
พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund as of 30 Jun 2026
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุน
เปรียบเทียบพอร์ตกองทุนหลักกับดัชนี MSCI World Industrials Index
Source: First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund Factsheet as of 30 Jun 2026
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
จะเห็นว่ากองทุนหลักมุ่งเน้นการเติบโตบนปัจจัยพื้นฐานกิจการทางด้านโครงข่ายไฟฟ้า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มภาคการผลิต Industrials sector, กลุ่มสาธารณูปโภค Utilities sector, และกลุ่ม Information Technology ในทวีปอเมริกาเหนือและภูมิภาคยุโรป ซึ่งมีตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจ เช่น
- Eaton Corp ผู้นำด้าน Power Management
- ABB Ltd ผู้นำด้านโซลูชันไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติครบวงจร
- Prysmian ผู้นำด้านสายเคเบิล Fiber Optic ระดับต้นๆ
ด้าน Portfolio Characteristics ของกองทุนหลัก แม้มีระดับมูลค่า Valuation ปัจจุบันที่แพงกว่าดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมในภาพรวมแต่เนื่องจากตลาดให้มูลค่ากับศักยภาพการเติบโต ในอนาคต จากแนวโน้มการเติบโตของกำไร (Projected EPS Growth) สูงกว่าดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมเกือบเท่าตัว ประกอบกับหลายกิจการสะท้อนความแข็งแกร่งผ่านคำสั่งซื้อคงค้าง (Order backlog) ในระดับสูง เติบโตต่อเนื่องล่วงหน้ากว่า 3-5 ปีจากนี้
กองทุน ES-GRID เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนแบบไหน ?
หากคุณเป็นอีกคนที่มีความสนใจในการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี แต่มีการลงทุนอยู่ในหุ้นเทคโนโลยีอยู่แล้วหรืออยากกระจายความเสี่ยง การลงทุนในธีมโครงข่าย Smart Grid ผู้ขับเคลื่อน AI Economy ผ่านกองทุน ES-GRID ที่นับว่าตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนได้อย่างดี เพราะยังมีลักษณะการเติบโตเป็น Growth Infrastructure ตามความต้องการใช้งานที่มากขึ้น แต่อาจร้อนแรงไม่เท่ากลุ่มเทคโนโลยี semiconductors และ AI โดยตรง อีกด้านหนึ่งจะมีความแตกต่างจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกแบบดั้งเดิมที่เน้นการลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภคที่อาจมีการเติบโตไม่เท่า แต่เน้นความมั่นคง กระแสเงินสด และเงินปันผลที่สม่ำเสมอ
ในขณะที่กองทุน ES-GRID มุ่งเน้นลงทุนในบริษัทภาคการผลิตที่พัฒนาระบบควบคุมไฟฟ้า ซอฟต์แวร์บริหารจัดการด้านพลังงาน อุปกรณ์จัดเก็บพลังงานและแบตเตอรี่ ดังนั้น จึงมีโอกาสสร้างการเติบโตจากส่วนต่างกำไร (Capital Gain) จากการเติบโตในธีมการลงทุนข้างต้นทั่วโลก โดยเหมาะกับการเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนตามช่วงเวลา (Satellite Port) สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากหุ้นเทคโนโลยีด้าน AI และ Datacenter โดยตรง มาสู่กลุ่มบริษัทที่เป็นอีกหนึ่งต้นน้ำ “Enabler” และผู้สนับสนุนเบื้องหลังทางด้านพลังงานที่คอยจัดหาและบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้กับอุตสาหกรรมใหม่ๆ อย่างยั่งยืน
สนใจกองทุน ES-GRID
ลงทุนได้เลยที่ Finnomena คลิก
สนับสนุนโดย บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย)
แหล่งข้อมูล: เอกสารแนะนำกองทุน บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย)
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงทั้งจำนวน โดยจะป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | การลงทุนในกองทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจจะได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้ | กองทุนหลักมีการลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินจำนวนมาก | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ




